LYRIC

ความรักช่วงวัยรุ่นบางทีก็เรียบง่ายจนน่าเอ็นดู แค่นั่งรถไปด้วยกันแล้วนึกสงสัยว่าทำไมคู่เราถึงไม่มีเพลงรักหวานซึ้งประจำตัวเหมือนคนอื่นเขา แต่คำตอบของแฟนหนุ่มกลับทำให้ใจฟู เพราะเรื่องราวเปิ่น ๆ การแอบย่องไปหากัน หรือการกระซิบกระซาบคุยโทรศัพท์ดึกดื่น นั่นแหละคือบทเพลงที่พิเศษที่สุดแล้ว

Eng - Thai


I was ridin’ shotgun with my hair undone
นั่งข้างคนขับปล่อยผมปลิวไม่เซตทรง
In the front seat of his car
อยู่ตรงเบาะหน้าในรถของเขา
He’s got a one-hand feel on the steering wheel
มือข้างหนึ่งของเขาจับพวงมาลัยไว้
The other on my heart
ส่วนอีกข้างวางกุมหัวใจฉันอยู่
I look around, turn the radio down
ฉันมองไปรอบ ๆ แล้วเอื้อมมือไปหรี่วิทยุ
He says, “Baby, is something wrong?”
เขาเลยหันมาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า
I say, “Nothin’, I was just thinkin’ how we don’t have a song”
ฉันบอกไม่มีอะไร แค่คิดว่าคู่เราไม่เห็นมีเพลงประจำตัวเหมือนคนอื่นเลย
And he says
แล้วเขาก็ตอบกลับมา

Our song is a slammin’ screen door
เพลงของเราคือเสียงประตูกรอบมุ้งลวดกระแทกปิด
Sneakin’ out late, tappin’ on your window
คือตอนแอบย่องหนีเที่ยวกลางดึกแล้วเคาะกระจกหน้าต่างห้องเธอ
When we’re on the phone and you talk real slow
ตอนที่เราคุยสายกันแล้วเธอต้องค่อย ๆ พูดเสียงเบา
‘Cause it’s late and your mama don’t know
เพราะมันดึกมากแถมแม่ของเธอก็ยังไม่รู้เรื่อง
Our song is the way you laugh
เพลงของเราคือเสียงหัวเราะของเธอ
The first date, “Man, I didn’t kiss her and I should have”
คือเดตแรกที่ฉันคิดเสียดายว่า น่าจะจูบเธอไปซะตั้งแต่วันนั้น
And when I got home, ‘fore I said “Amen”
พอฉันกลับถึงบ้าน ก่อนจะสวดมนต์จบ
Askin’ God if he could play it again
ก็ยังขอพรพระเจ้าช่วยเปิดเพลงนี้ซ้ำอีกสักรอบ

I was walking up the front porch steps
ฉันเดินขึ้นบันไดหน้าชานเรือน
After everythin’ that day
หลังจากเหนื่อยล้ามาทั้งวัน
Had gone all wrong and been trampled on
ทุกอย่างพังไม่เป็นท่าจนความรู้สึกยับเยินไปหมด
And lost and thrown away
เหมือนอะไรดี ๆ พลอยหายวับไปหมดเลย
Got to the hallway, well on my way to my lovin’ bed
พอเดินมาถึงโถงทางเดิน กะว่าจะทิ้งตัวลงเตียงนุ่ม ๆ ให้สบายใจ
I almost didn’t notice all the roses
สายตาเกือบมองข้ามช่อดอกกุหลาบพวกนั้นไปแล้ว
And the note that said
รวมทั้งกระดาษโน้ตที่เขียนไว้ว่า

Our song is a slammin’ screen door
เพลงรักของเราก็คือเสียงประตูดังปัง
Sneakin’ out late, tappin’ on your window
จังหวะที่ปีนหน้าต่างหนีเที่ยวแล้วสะกิดเคาะกระจกเบา ๆ
When we’re on the phone and you talk real slow
ยามที่กระซิบกระซาบสายคุยกันสองคน
‘Cause it’s late and your mama don’t know
ด้วยกลัวว่าดึกดื่นป่านนี้แล้วแม่เธอจะจับได้
Our song is the way you laugh
เมโลดี้ของเราคือเสียงหัวเราะสดใสของเธอ
The first date, “Man, I didn’t kiss her and I should have”
และความทรงจำเดตแรกที่บ่นกับตัวเองว่า รู้งี้น่าจะจูบเธอไปซะก็ดี
And when I got home, ‘fore I said “Amen”
พอถึงห้องตอนคุกเข่าอธิษฐานก่อนนอน
Askin’ God if he could play it again
ก็อ้อนวอนขอให้ท่านเปิดท่วงทำนองนี้ให้ฟังใหม่อีกครา

Da-da-da-da
ดาดาดาดา

I’ve heard every album, listened to the radio
ฉันเปิดฟังมาหมดทุกอัลบั้ม นั่งฟังทุกคลื่นวิทยุ
Waited for somethin’ to come along
เฝ้ารอว่าจะมีเพลงไหนสักเพลงไหม
That was as good as our song
ที่จะเพราะจับใจได้เท่ากับเพลงของเรา

‘Cause our song is a slammin’ screen door
เพราะเพลงของเราคือเสียงมุ้งลวดตีสลักดังสนั่น
Sneakin’ out late, tappin’ on his window
คือตอนฉันแอบย่องไปเคาะกระจกห้องเขาดึกดื่น
When we’re on the phone and he talks real slow
เวลาเราคุยโทรศัพท์แล้วเขาต้องแกล้งพูดช้า ๆ เบา ๆ
‘Cause it’s late and his mama don’t know
ก็แม่เขาไม่รู้ว่าเราแอบคุยกันยันดึกนี่นา
Our song is the way he laughs
เพลงของเราคือรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเขา
The first date, “Man, I didn’t kiss him and I should have”
เดตครั้งแรกที่ฉันคิดในใจว่า ทำไมตอนนั้นไม่ยอมจูบเขานะ
And when I got home, ‘fore I said “Amen”
พอกลับถึงบ้าน ก่อนจะเอ่ยคำว่าเอเมน
Askin’ God if he could play it again
ฉันยังขอให้พระเจ้าช่วยวนลูปช่วงเวลานั้นอีกรอบเลย

Play it again, oh, yeah
ขอเปิดวนซ้ำอีกรอบเถอะนะ
Oh-oh, yeah
เปิดวนไปเรื่อย ๆ เลย

I was ridin’ shotgun with my hair undone
ฉันนั่งข้างคนขับปล่อยผมสยายไม่สนทรง
In the front seat of his car
อยู่ตรงเบาะหน้าในรถคันเดิมของเขา
I grabbed a pen and an old napkin
คว้าปากกากับกระดาษทิชชูเก่า ๆ แผ่นหนึ่ง
And I wrote down our song
แล้วจรดปากกาเขียนเพลงรักของเราขึ้นมาตรงนั้น

Eng


I was ridin’ shotgun with my hair undone
In the front seat of his car
He’s got a one-hand feel on the steering wheel
The other on my heart
I look around, turn the radio down
He says, “Baby, is something wrong?”
I say, “Nothin’, I was just thinkin’ how we don’t have a song”
And he says

Our song is a slammin’ screen door
Sneakin’ out late, tappin’ on your window
When we’re on the phone and you talk real slow
‘Cause it’s late and your mama don’t know
Our song is the way you laugh
The first date, “Man, I didn’t kiss her and I should have”
And when I got home, ‘fore I said “Amen”
Askin’ God if he could play it again

I was walking up the front porch steps
After everythin’ that day
Had gone all wrong and been trampled on
And lost and thrown away
Got to the hallway, well on my way to my lovin’ bed
I almost didn’t notice all the roses
And the note that said

Our song is a slammin’ screen door
Sneakin’ out late, tappin’ on your window
When we’re on the phone and you talk real slow
‘Cause it’s late and your mama don’t know
Our song is the way you laugh
The first date, “Man, I didn’t kiss her and I should have”
And when I got home, ‘fore I said “Amen”
Askin’ God if he could play it again

Da-da-da-da

I’ve heard every album, listened to the radio
Waited for somethin’ to come along
That was as good as our song

‘Cause our song is a slammin’ screen door
Sneakin’ out late, tappin’ on his window
When we’re on the phone and he talks real slow
‘Cause it’s late and his mama don’t know
Our song is the way he laughs
The first date, “Man, I didn’t kiss him and I should have”
And when I got home, ‘fore I said “Amen”
Askin’ God if he could play it again

Play it again, oh, yeah
Oh-oh, yeah

I was ridin’ shotgun with my hair undone
In the front seat of his car
I grabbed a pen and an old napkin
And I wrote down our song

Thai


นั่งข้างคนขับปล่อยผมปลิวไม่เซตทรง
อยู่ตรงเบาะหน้าในรถของเขา
มือข้างหนึ่งของเขาจับพวงมาลัยไว้
ส่วนอีกข้างวางกุมหัวใจฉันอยู่
ฉันมองไปรอบ ๆ แล้วเอื้อมมือไปหรี่วิทยุ
เขาเลยหันมาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า
ฉันบอกไม่มีอะไร แค่คิดว่าคู่เราไม่เห็นมีเพลงประจำตัวเหมือนคนอื่นเลย
แล้วเขาก็ตอบกลับมา

เพลงของเราคือเสียงประตูกรอบมุ้งลวดกระแทกปิด
คือตอนแอบย่องหนีเที่ยวกลางดึกแล้วเคาะกระจกหน้าต่างห้องเธอ
ตอนที่เราคุยสายกันแล้วเธอต้องค่อย ๆ พูดเสียงเบา
เพราะมันดึกมากแถมแม่ของเธอก็ยังไม่รู้เรื่อง
เพลงของเราคือเสียงหัวเราะของเธอ
คือเดตแรกที่ฉันคิดเสียดายว่า น่าจะจูบเธอไปซะตั้งแต่วันนั้น
พอฉันกลับถึงบ้าน ก่อนจะสวดมนต์จบ
ก็ยังขอพรพระเจ้าช่วยเปิดเพลงนี้ซ้ำอีกสักรอบ

ฉันเดินขึ้นบันไดหน้าชานเรือน
หลังจากเหนื่อยล้ามาทั้งวัน
ทุกอย่างพังไม่เป็นท่าจนความรู้สึกยับเยินไปหมด
เหมือนอะไรดี ๆ พลอยหายวับไปหมดเลย
พอเดินมาถึงโถงทางเดิน กะว่าจะทิ้งตัวลงเตียงนุ่ม ๆ ให้สบายใจ
สายตาเกือบมองข้ามช่อดอกกุหลาบพวกนั้นไปแล้ว
รวมทั้งกระดาษโน้ตที่เขียนไว้ว่า

เพลงรักของเราก็คือเสียงประตูดังปัง
จังหวะที่ปีนหน้าต่างหนีเที่ยวแล้วสะกิดเคาะกระจกเบา ๆ
ยามที่กระซิบกระซาบสายคุยกันสองคน
ด้วยกลัวว่าดึกดื่นป่านนี้แล้วแม่เธอจะจับได้
เมโลดี้ของเราคือเสียงหัวเราะสดใสของเธอ
และความทรงจำเดตแรกที่บ่นกับตัวเองว่า รู้งี้น่าจะจูบเธอไปซะก็ดี
พอถึงห้องตอนคุกเข่าอธิษฐานก่อนนอน
ก็อ้อนวอนขอให้ท่านเปิดท่วงทำนองนี้ให้ฟังใหม่อีกครา

ดาดาดาดา

ฉันเปิดฟังมาหมดทุกอัลบั้ม นั่งฟังทุกคลื่นวิทยุ
เฝ้ารอว่าจะมีเพลงไหนสักเพลงไหม
ที่จะเพราะจับใจได้เท่ากับเพลงของเรา

เพราะเพลงของเราคือเสียงมุ้งลวดตีสลักดังสนั่น
คือตอนฉันแอบย่องไปเคาะกระจกห้องเขาดึกดื่น
เวลาเราคุยโทรศัพท์แล้วเขาต้องแกล้งพูดช้า ๆ เบา ๆ
ก็แม่เขาไม่รู้ว่าเราแอบคุยกันยันดึกนี่นา
เพลงของเราคือรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเขา
เดตครั้งแรกที่ฉันคิดในใจว่า ทำไมตอนนั้นไม่ยอมจูบเขานะ
พอกลับถึงบ้าน ก่อนจะเอ่ยคำว่าเอเมน
ฉันยังขอให้พระเจ้าช่วยวนลูปช่วงเวลานั้นอีกรอบเลย

ขอเปิดวนซ้ำอีกรอบเถอะนะ
เปิดวนไปเรื่อย ๆ เลย

ฉันนั่งข้างคนขับปล่อยผมสยายไม่สนทรง
อยู่ตรงเบาะหน้าในรถคันเดิมของเขา
คว้าปากกากับกระดาษทิชชูเก่า ๆ แผ่นหนึ่ง
แล้วจรดปากกาเขียนเพลงรักของเราขึ้นมาตรงนั้น


ให้คะแนนสำหรับคำแปลเพลงนี้

คะแนนเฉลี่ย 5 คะแนน, จำนวนคนโหวต 2 คน

กดโหวตคนแรกเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปล

เขียนติชม ข้อเสนอแนะของท่านเพื่อให้เราทำการแก้ไข และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

Comments are off this post