LYRIC

ความรู้สึกเหงา ๆ ปนคิดถึงตอนนั่งรถไฟยาว ๆ แล้วดันฝันถึงกลุ่มเพื่อนสนิทกลุ่มแรกในชีวิต ช่วงเวลาวัยรุ่นที่เคยคิดว่าพวกเราจะอยู่ด้วยกันและเล่นสนุกไปด้วยกันตลอดไป แต่สุดท้ายพอโตขึ้น ทุกคนต่างก็แยกย้ายไปตามทางของตัวเองจนไม่เหลือใครสักคน เป็นความโหยหาอดีตที่ต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็ซื้อวันเวลาเหล่านั้นกลับคืนมาไม่ได้อีกแล้ว

Eng - Thai


While riding on a train going west
ระหว่างนั่งรถไฟเดินทางมุ่งหน้าไปทางตะวันตก
I fell asleep for to take my rest
ฉันก็เผลอหลับไปเพื่อพักผ่อนสายตา
I dreamed a dream that made me sad
แล้วดันฝันเรื่องหนึ่งที่ทำเอาตื่นมาแล้วรู้สึกเศร้าจับใจ
Concerning myself and the first few friends I had
มันเป็นเรื่องของตัวฉันกับกลุ่มเพื่อนสนิทกลุ่มแรกที่เคยมี

With half-damp eyes I stared to the room
ตื่นมาพร้อมน้ำตาคลอเบ้าพลางจ้องมองไปในความว่างเปล่า
Where my friends and I’d spent many an afternoon
ห้องเก่า ๆ ที่ฉันกับพวกเพื่อน ๆ เคยขลุกอยู่ด้วยกันแทบทุกบ่าย
Where we together weathered many a storm
ที่ที่เราเคยร่วมหัวจมท้ายผ่านมรสุมชีวิตมาด้วยกัน
Laughing and singing ’til the early hours of the morn
นั่งหัวเราะร้องเพลงกันจนฟ้าสางเกือบทุกวัน

By the old wooden stove where our hats was hung
ข้างเตาผิงไม้เก่า ๆ หลังที่พวกเราเคยแขวนหมวกทิ้งไว้
Our words was told, our songs was sung
พวกเราเคยเปิดอกคุยกัน ร้องเพลงด้วยกันตรงนั้น
Where we longed for nothing and were satisfied
ยุคที่ไม่ได้ต้องการอะไรเลยนอกจากความสุขเท่าที่มี
Joking and talking about the world outside
นั่งคุยเล่นหัวเราะเยาะเรื่องราวของโลกภายนอกกันไปวัน ๆ

With hungry hearts through the heat and cold
ด้วยหัวใจที่กระหายอยากผจญภัยผ่านร้อนผ่านหนาว
We never much thought we could get very old
พวกเราไม่เคยคิดถึงวันที่ตัวเองจะต้องแก่ตัวลงเลยสักนิด
We thought we could sit forever in fun
คิดแค่ว่าจะได้นั่งล้อมวงเล่นสนุกกันแบบนี้ไปเรื่อย ๆ
And our chances really was a million to one
และโอกาสที่พวกเราจะแยกย้ายกันไปมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในตอนนั้น

As easy it was to tell black from white
ตอนนั้นการแยกแยะสีดำออกจากสีขาวมันง่ายแค่ไหน
It was all that easy to tell wrong from right
การตัดสินว่าอะไรถูกหรือผิดสำหรับพวกเราก็ง่ายดายขนาดนั้นแหละ
And our choices, they was few, so the thought never hit
ชีวิตมีทางเลือกไม่กี่ทาง เลยไม่เคยสะกิดใจเลยสักนิด
That the one road we traveled would ever shatter or split
ว่าถนนสายเดียวกันที่พวกเรากำลังเดินอยู่ วันหนึ่งจะพังทลายและแยกพวกเราออกจากกัน

How many a year has passed and gone
วันเวลาล่วงเลยผ่านไปกี่ปีแล้วก็ไม่รู้
Many a gamble has been lost and won
ชีวิตผ่านเรื่องได้เรื่องเสียมาสารพัดอย่าง
And many a road taken by many a first friend
เพื่อนฝูงกลุ่มแรกในวันนั้นต่างแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง
And each one I’ve never seen again
และหลังจากนั้น ฉันก็ไม่ได้เจอหน้าใครอีกเลยสักคนเดียว

I wish, I wish, I wish in vain
ฉันได้แต่เฝ้าหวัง หวังลม ๆ แล้ง ๆ อยู่ฝ่ายเดียว
That we could sit simply in that room again
อยากให้พวกเราได้กลับไปนั่งล้อมวงในห้องธรรมดา ๆ ห้องนั้นอีกสักครั้ง
Ten-thousand dollars at the drop of a hat
ต่อให้ต้องควักเงินหมื่นดอลลาร์จ่ายไปในทันที
And I’d give it all gladly if our lives could be like that
ฉันก็ยินดีจะยกให้หมดเลยนะ ขอแค่ให้ชีวิตของพวกเราได้กลับไปเป็นเหมือนวันเก่า ๆ ก็พอ

Eng


While riding on a train going west
I fell asleep for to take my rest
I dreamed a dream that made me sad
Concerning myself and the first few friends I had

With half-damp eyes I stared to the room
Where my friends and I’d spent many an afternoon
Where we together weathered many a storm
Laughing and singing ’til the early hours of the morn

By the old wooden stove where our hats was hung
Our words was told, our songs was sung
Where we longed for nothing and were satisfied
Joking and talking about the world outside

With hungry hearts through the heat and cold
We never much thought we could get very old
We thought we could sit forever in fun
And our chances really was a million to one

As easy it was to tell black from white
It was all that easy to tell wrong from right
And our choices, they was few, so the thought never hit
That the one road we traveled would ever shatter or split

How many a year has passed and gone
Many a gamble has been lost and won
And many a road taken by many a first friend
And each one I’ve never seen again

I wish, I wish, I wish in vain
That we could sit simply in that room again
Ten-thousand dollars at the drop of a hat
And I’d give it all gladly if our lives could be like that

Thai


ระหว่างนั่งรถไฟเดินทางมุ่งหน้าไปทางตะวันตก
ฉันก็เผลอหลับไปเพื่อพักผ่อนสายตา
แล้วดันฝันเรื่องหนึ่งที่ทำเอาตื่นมาแล้วรู้สึกเศร้าจับใจ
มันเป็นเรื่องของตัวฉันกับกลุ่มเพื่อนสนิทกลุ่มแรกที่เคยมี

ตื่นมาพร้อมน้ำตาคลอเบ้าพลางจ้องมองไปในความว่างเปล่า
ห้องเก่า ๆ ที่ฉันกับพวกเพื่อน ๆ เคยขลุกอยู่ด้วยกันแทบทุกบ่าย
ที่ที่เราเคยร่วมหัวจมท้ายผ่านมรสุมชีวิตมาด้วยกัน
นั่งหัวเราะร้องเพลงกันจนฟ้าสางเกือบทุกวัน

ข้างเตาผิงไม้เก่า ๆ หลังที่พวกเราเคยแขวนหมวกทิ้งไว้
พวกเราเคยเปิดอกคุยกัน ร้องเพลงด้วยกันตรงนั้น
ยุคที่ไม่ได้ต้องการอะไรเลยนอกจากความสุขเท่าที่มี
นั่งคุยเล่นหัวเราะเยาะเรื่องราวของโลกภายนอกกันไปวัน ๆ

ด้วยหัวใจที่กระหายอยากผจญภัยผ่านร้อนผ่านหนาว
พวกเราไม่เคยคิดถึงวันที่ตัวเองจะต้องแก่ตัวลงเลยสักนิด
คิดแค่ว่าจะได้นั่งล้อมวงเล่นสนุกกันแบบนี้ไปเรื่อย ๆ
และโอกาสที่พวกเราจะแยกย้ายกันไปมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในตอนนั้น

ตอนนั้นการแยกแยะสีดำออกจากสีขาวมันง่ายแค่ไหน
การตัดสินว่าอะไรถูกหรือผิดสำหรับพวกเราก็ง่ายดายขนาดนั้นแหละ
ชีวิตมีทางเลือกไม่กี่ทาง เลยไม่เคยสะกิดใจเลยสักนิด
ว่าถนนสายเดียวกันที่พวกเรากำลังเดินอยู่ วันหนึ่งจะพังทลายและแยกพวกเราออกจากกัน

วันเวลาล่วงเลยผ่านไปกี่ปีแล้วก็ไม่รู้
ชีวิตผ่านเรื่องได้เรื่องเสียมาสารพัดอย่าง
เพื่อนฝูงกลุ่มแรกในวันนั้นต่างแยกย้ายไปตามทางของตัวเอง
และหลังจากนั้น ฉันก็ไม่ได้เจอหน้าใครอีกเลยสักคนเดียว

ฉันได้แต่เฝ้าหวัง หวังลม ๆ แล้ง ๆ อยู่ฝ่ายเดียว
อยากให้พวกเราได้กลับไปนั่งล้อมวงในห้องธรรมดา ๆ ห้องนั้นอีกสักครั้ง
ต่อให้ต้องควักเงินหมื่นดอลลาร์จ่ายไปในทันที
ฉันก็ยินดีจะยกให้หมดเลยนะ ขอแค่ให้ชีวิตของพวกเราได้กลับไปเป็นเหมือนวันเก่า ๆ ก็พอ


ให้คะแนนสำหรับคำแปลเพลงนี้

คะแนนเฉลี่ย 5 คะแนน, จำนวนคนโหวต 2 คน

กดโหวตคนแรกเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปล

เขียนติชม ข้อเสนอแนะของท่านเพื่อให้เราทำการแก้ไข และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

Comments are off this post