LYRIC

ความสัมพันธ์ที่มึนเบลอและเต็มไปด้วยความอึดอัดท่ามกลางแสงสีของปาร์ตี้และการหลบหนีความจริง ความรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับคนจอมปลอมรอบตัวที่ทำให้ต้องยอมตัดใจ แล้วปล่อยให้อีกฝ่ายจมอยู่กับโลกแห่งความเพ้อฝันของตัวเองต่อไป

Eng - Thai


I seen you go down to a cold mirror
ฉันเห็นเธอโน้มตัวลงไปหากระจกเย็นชืดแผ่นนั้น
It was never clearer in my era so
ยุคนี้ไม่มีอะไรจะชัดเจนไปกว่าสิ่งนี้อีกแล้วละนะ
You lick a shine upon your forehead or
เธอลูบเหงื่อที่ซึมบนหน้าผากให้ดูวิบวับ หรือไม่ก็
Check it by the signs in the corridor
คอยมองหาเบาะแสตามทางเดินในคลับ
You light my ways through the club maze
เธอเคยเป็นคนนำทางฉันผ่านเขาวงกตในปาร์ตี้พวกนี้
We would struggle through the dub daze
เราเคยพยายามถูไถเอาตัวรอดผ่านค่ำคืนที่มึนเบลอมาด้วยกัน

I see myself in there upon my lover
ฉันยังคงเห็นภาพสะท้อนตัวเองทาบทับอยู่บนตัวเธอ
It’s how you go down to the men’s room sink
เหมือนตอนที่เธอเดินก้มหน้าหายเข้าไปตรงอ่างล้างหน้าห้องน้ำชาย
Sad we talk of how madmen think
น่าเศร้าตรงที่เราดันมานั่งคุยกันเรื่องความคิดของพวกคนบ้า
I see myself in there upon my lover
ฉันยังคงเห็นภาพตัวเองสะท้อนอยู่ในตัวคนรักคนเดิม
I don’t know her from another miss
แต่ตอนนี้ฉันแยกเธอไม่ออกมาจากผู้หญิงคนอื่นแล้ว
I don’t know you from another
ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอต่างจากคนอื่นตรงไหน
See me run now you’re gone, dream on
มองดูฉันเดินหนีไปสิ ในเมื่อเธอไม่อยู่แล้ว ก็ฝันกลางวันต่อไปเถอะนะ

Why you want to take me to this party and breathe?
จะลากฉันมางานปาร์ตี้แบบนี้เพื่ออะไรกัน
I’m dying to leave
ฉันอึดอัดจนอยากจะกลับบ้านเต็มที
Every time we grind we know we severed lines
ทุกครั้งที่เราเต้นเบียดกัน เราต่างรู้ดีว่าความสัมพันธ์มันขาดสะบั้นไปนานแล้ว
Where have all those flowers gone?
วันคืนดี ๆ เหล่านั้นมันหายไปไหนหมดนะ
Long time passing
มันผ่านมานานแสนนานเหลือเกิน
“Why you keep me testing, keep me tasking?”
ทำไมต้องคอยลองใจและหาเรื่องมาทดสอบกันตลอดเวลา
You keep on asking
เธอเอาแต่ถามคำถามนี้ไม่หยุดสักที

Toy-like people make me boy-like
พวกคนจอมปลอมที่เหมือนของเล่น ทำเอาฉันรู้สึกอ่อนแอเป็นเด็ก ๆ ไปเลย
Toy-like people make me boy-like
คนเสแสร้งพวกนั้นทำฉันกลายเป็นเด็กไร้เดียงสาอีกครั้ง
They’re invisible, when they trip, it flips
พวกเขาไม่มีตัวตนหรอก แต่พอพลาดพลั้งขึ้นมา ทุกอย่างก็พลิกผันทันที
They get physical, way below my lips
เริ่มใช้กำลังล่วงล้ำเข้ามาจนเกินเส้นกั้นที่พอดี
And everything you got hoi-polloi like
แถมทุกอย่างที่เธอมีก็ดูธรรมดาและน่าเบื่อเหมือนพวกคนทั่วไป
Now you’re lost, and you’re lethal
ตอนนี้เธอทั้งหลงทางและดูอันตรายเหลือเกิน
And now’s about the time you gotta leave all
และมันถึงเวลาแล้วที่เธอต้องปล่อยมือจาก
These good people dream on
คนดี ๆ เหล่านี้ซะ แล้วไปนอนฝันเฟื่องเอาเองเถอะ

Nicer than the bird up in the tree top
มันดูดีกว่านกที่เกาะอยู่บนยอดไม้เสียอีก
Cheaper than the chip inside my laptop
แต่มันก็ไร้ค่าซะยิ่งกว่าชิปในคอมพิวเตอร์ของฉันด้วยซ้ำ
All the variations you could do with me
สารพัดวิธีที่เธอสรรหามาเล่นงานฉัน
Nicer than the girl up in your mind, you’re free
ยังไงมันก็ดีกว่าผู้หญิงในอุดมคติของเธออยู่แล้ว ตอนนี้เธอเป็นอิสระแล้วนี่

Automatic crystal remote control
รีโมทคอนโทรลคริสตัลที่ทำงานอัตโนมัติ
They come to move your soul
พวกมันกำลังเข้ามาควบคุมจิตวิญญาณเธอ
You’re gonna fade into the background
ตัวเธอค่อย ๆ เลือนหายไปเป็นแค่ฉากหลังที่ไม่มีใครสนใจ
Like a better smoke’ll bring you back round
เหมือนหวังว่าควันบุหรี่ดี ๆ สักมวนจะช่วยดึงสติเธอกลับมาได้
Like a man slide inside you, my dear
เหมือนตอนที่มีใครสักคนแทรกซึมเข้ามาในตัวเธอนั่นแหละที่รัก
Your cheap beer’s filled with crocodile tears
เบียร์ราคาถูกของเธอน่ะ เต็มไปด้วยการเสแสร้งบีบน้ำตาเปื้อนความเห็นแก่ตัว
See ’em run, now you’re gone, dream on
ดูพวกเขาหนีหน้าไปสิ ในเมื่อเธอไม่เหลือใครแล้ว ก็เพ้อฝันต่อไปเหอะนะ

Toy-like people make me boy-like
พวกคนจอมปลอมพวกนั้นทำเอาฉันกลายเป็นแค่เด็กน้อยไร้ทางสู้
Toy-like people make me boy-like
คนเสแสร้งพวกนั้นทำให้ฉันดูอ่อนแอลงไปทุกที
I found a reason
ตอนนี้ฉันเจอเหตุผลที่จะไปแล้วละ
I found a reason
ฉันค้นพบมันแล้วจริง ๆ
Dream on
ฝันต่อไปเถอะนะ
Dream on
เพ้อเจ้อต่อไปเลย
Dream on
ปล่อยใจฝันไปซะให้พอ

Eng


I seen you go down to a cold mirror
It was never clearer in my era so
You lick a shine upon your forehead or
Check it by the signs in the corridor
You light my ways through the club maze
We would struggle through the dub daze

I see myself in there upon my lover
It’s how you go down to the men’s room sink
Sad we talk of how madmen think
I see myself in there upon my lover
I don’t know her from another miss
I don’t know you from another
See me run now you’re gone, dream on

Why you want to take me to this party and breathe?
I’m dying to leave
Every time we grind we know we severed lines
Where have all those flowers gone?
Long time passing
“Why you keep me testing, keep me tasking?”
You keep on asking

Toy-like people make me boy-like
Toy-like people make me boy-like
They’re invisible, when they trip, it flips
They get physical, way below my lips
And everything you got hoi-polloi like
Now you’re lost, and you’re lethal
And now’s about the time you gotta leave all
These good people dream on

Nicer than the bird up in the tree top
Cheaper than the chip inside my laptop
All the variations you could do with me
Nicer than the girl up in your mind, you’re free

Automatic crystal remote control
They come to move your soul
You’re gonna fade into the background
Like a better smoke’ll bring you back round
Like a man slide inside you, my dear
Your cheap beer’s filled with crocodile tears
See ’em run, now you’re gone, dream on

Toy-like people make me boy-like
Toy-like people make me boy-like
I found a reason
I found a reason
Dream on
Dream on
Dream on

Thai


ฉันเห็นเธอโน้มตัวลงไปหากระจกเย็นชืดแผ่นนั้น
ยุคนี้ไม่มีอะไรจะชัดเจนไปกว่าสิ่งนี้อีกแล้วละนะ
เธอลูบเหงื่อที่ซึมบนหน้าผากให้ดูวิบวับ หรือไม่ก็
คอยมองหาเบาะแสตามทางเดินในคลับ
เธอเคยเป็นคนนำทางฉันผ่านเขาวงกตในปาร์ตี้พวกนี้
เราเคยพยายามถูไถเอาตัวรอดผ่านค่ำคืนที่มึนเบลอมาด้วยกัน

ฉันยังคงเห็นภาพสะท้อนตัวเองทาบทับอยู่บนตัวเธอ
เหมือนตอนที่เธอเดินก้มหน้าหายเข้าไปตรงอ่างล้างหน้าห้องน้ำชาย
น่าเศร้าตรงที่เราดันมานั่งคุยกันเรื่องความคิดของพวกคนบ้า
ฉันยังคงเห็นภาพตัวเองสะท้อนอยู่ในตัวคนรักคนเดิม
แต่ตอนนี้ฉันแยกเธอไม่ออกมาจากผู้หญิงคนอื่นแล้ว
ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอต่างจากคนอื่นตรงไหน
มองดูฉันเดินหนีไปสิ ในเมื่อเธอไม่อยู่แล้ว ก็ฝันกลางวันต่อไปเถอะนะ

จะลากฉันมางานปาร์ตี้แบบนี้เพื่ออะไรกัน
ฉันอึดอัดจนอยากจะกลับบ้านเต็มที
ทุกครั้งที่เราเต้นเบียดกัน เราต่างรู้ดีว่าความสัมพันธ์มันขาดสะบั้นไปนานแล้ว
วันคืนดี ๆ เหล่านั้นมันหายไปไหนหมดนะ
มันผ่านมานานแสนนานเหลือเกิน
ทำไมต้องคอยลองใจและหาเรื่องมาทดสอบกันตลอดเวลา
เธอเอาแต่ถามคำถามนี้ไม่หยุดสักที

พวกคนจอมปลอมที่เหมือนของเล่น ทำเอาฉันรู้สึกอ่อนแอเป็นเด็ก ๆ ไปเลย
คนเสแสร้งพวกนั้นทำฉันกลายเป็นเด็กไร้เดียงสาอีกครั้ง
พวกเขาไม่มีตัวตนหรอก แต่พอพลาดพลั้งขึ้นมา ทุกอย่างก็พลิกผันทันที
เริ่มใช้กำลังล่วงล้ำเข้ามาจนเกินเส้นกั้นที่พอดี
แถมทุกอย่างที่เธอมีก็ดูธรรมดาและน่าเบื่อเหมือนพวกคนทั่วไป
ตอนนี้เธอทั้งหลงทางและดูอันตรายเหลือเกิน
และมันถึงเวลาแล้วที่เธอต้องปล่อยมือจาก
คนดี ๆ เหล่านี้ซะ แล้วไปนอนฝันเฟื่องเอาเองเถอะ

มันดูดีกว่านกที่เกาะอยู่บนยอดไม้เสียอีก
แต่มันก็ไร้ค่าซะยิ่งกว่าชิปในคอมพิวเตอร์ของฉันด้วยซ้ำ
สารพัดวิธีที่เธอสรรหามาเล่นงานฉัน
ยังไงมันก็ดีกว่าผู้หญิงในอุดมคติของเธออยู่แล้ว ตอนนี้เธอเป็นอิสระแล้วนี่

รีโมทคอนโทรลคริสตัลที่ทำงานอัตโนมัติ
พวกมันกำลังเข้ามาควบคุมจิตวิญญาณเธอ
ตัวเธอค่อย ๆ เลือนหายไปเป็นแค่ฉากหลังที่ไม่มีใครสนใจ
เหมือนหวังว่าควันบุหรี่ดี ๆ สักมวนจะช่วยดึงสติเธอกลับมาได้
เหมือนตอนที่มีใครสักคนแทรกซึมเข้ามาในตัวเธอนั่นแหละที่รัก
เบียร์ราคาถูกของเธอน่ะ เต็มไปด้วยการเสแสร้งบีบน้ำตาเปื้อนความเห็นแก่ตัว
ดูพวกเขาหนีหน้าไปสิ ในเมื่อเธอไม่เหลือใครแล้ว ก็เพ้อฝันต่อไปเหอะนะ

พวกคนจอมปลอมพวกนั้นทำเอาฉันกลายเป็นแค่เด็กน้อยไร้ทางสู้
คนเสแสร้งพวกนั้นทำให้ฉันดูอ่อนแอลงไปทุกที
ตอนนี้ฉันเจอเหตุผลที่จะไปแล้วละ
ฉันค้นพบมันแล้วจริง ๆ
ฝันต่อไปเถอะนะ
เพ้อเจ้อต่อไปเลย
ปล่อยใจฝันไปซะให้พอ


ให้คะแนนสำหรับคำแปลเพลงนี้

คะแนนเฉลี่ย 5 คะแนน, จำนวนคนโหวต 3 คน

กดโหวตคนแรกเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปล

เขียนติชม ข้อเสนอแนะของท่านเพื่อให้เราทำการแก้ไข และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

Comments are off this post