ช่วงเวลาของการตัดใจที่ทรมานที่สุด จนในที่สุดก็หลุดพ้นจากความสัมพันธ์พัง ๆ สักที เหมือนฝนตกห่าใหญ่ที่เข้ามาล้างคราบความทรงจำเกี่ยวกับแฟนเก่าออกไปจนหมดสิ้น แม้บางแป๊บจะแอบคิดถึงอยู่บ้าง แต่รอบนี้ตั้งใจแล้วว่าจะไม่มีวันยอมถอยหลังกลับไปแปดเปื้อนความรู้สึกเดิม ๆ อีกเด็ดขาด
Eng - Thai
The drought was the very worst, ah-ah, ah-ah
ช่วงที่แห้งแล้งที่สุดมันทรมานจริง ๆ
When the flowers that we’d grown together died of thirst
ตอนที่ดอกไม้ซึ่งเราเคยปลูกร่วมกันดันเหี่ยวเฉาตายเพราะขาดน้ำ
It was months and months of back and forth, ah-ah, ah-ah
ยื้อกันไปยื้อกันมาอยู่ได้ตั้งหลายเดือน
You’re still all over me like a wine-stained dress I can’t wear anymore
คราบของเธอยังฝังแน่นเหมือนชุดเปื้อนไวน์ที่หยิบมาใส่ไม่ได้อีกเลย
Hung my head as I lost the war
ก้มหน้ารับความพ่ายแพ้แต่โดยดี
And the sky turned black like a perfect storm
ท้องฟ้ากลายเป็นสีดำมืดมิดเหมือนพายุลูกใหญ่กำลังเข้า
The rain came pouring down
สายฝนโปรยปรายเทลงมาอย่างหนัก
When I was drownin’, that’s when I could finally breathe
ตอนที่กำลังจะจมน้ำ นั่นกลับเป็นวินาทีที่สูดหายใจได้เต็มปอด
And by mornin’, gone was any trace of you
พอตกเช้า ร่องรอยของเธอก็เลือนหายไปจนหมด
I think I am finally clean
รู้สึกว่าตัวเองหลุดพ้นจากเธอซะที
There was nothin’ left to do, ah-ah, ah-ah
มันไม่เหลืออะไรให้พยายามอีกต่อไป
When the butterflies turnеd to dust that covered my whole room
ความรู้สึกมวนท้องหวานซ่านกลายเป็นฝุ่นผงคลุมทั่วห้อง
So I punchеd a hole in the roof, ah-ah, ah-ah
เลยต่อยหลังคาให้เป็นรูใหญ่
Let the flood carry away all my pictures of you
ปล่อยให้น้ำท่วมพัดพาเอาทุกรูปถ่ายของเธอออกไป
The water filled my lungs
มวลน้ำเอ่อล้นเข้าเต็มปอด
I screamed so loud, but no one heard a thing
ตะโกนสุดเสียงแค่ไหนก็ไม่มีใครได้ยินสักคน
The rain came pourin’ down
ห่าฝนตกลงมาไม่ขาดสาย
When I was drownin’, that’s when I could finally breathe
นาทีที่เกือบจมน้ำ กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่เริ่มหายใจออก
And by mornin’, gone was any trace of you
รุ่งเช้ามาถึง คราบน้ำตาและร่องรอยของเธอก็หายวับ
I think I am finally clean
คงปลดล็อกตัวเองได้หมดจดแล้วแหละ
I think I am finally clean
หลุดพ้นจากเธอได้จริง ๆ สักที
Ah-ah-ah-ah-ah
อา อะ อา
Said I think I am finally clean
บอกตัวเองว่าก้าวผ่านมันมาได้แล้ว
Ah-ah-ah
อา อะ อา
Ten months sober, I must admit
ตัดขาดจากเธอมาสิบเดือน ยอมรับเลยว่าไม่ง่าย
Just because you’re clean, don’t mean you don’t miss it
ถึงจะเลิกยุ่งได้ ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่คิดถึง
Ten months older, I won’t give in
โตขึ้นอีกสิบเดือน และฉันจะไม่ยอมใจอ่อนเด็ดขาด
Now that I’m clean, I’m never gonna risk it
อุตส่าห์หลุดพ้นมาได้ จะไม่ยอมเอาตัวกลับไปเสี่ยงอีกแล้ว
The drought was the very worst, ah-ah, ah-ah
ช่วงเวลาที่แห้งแล้งที่สุดมันโหดร้ายเหลือเกิน
When the flowers that we’d grown together died of thirst
ตอนที่ความสัมพันธ์ของเราเหี่ยวเฉาจนตายไป
The rain came pourin’ down
สายฝนเทกระหน่ำลงมา
When I was drownin’, that’s when I could finally breathe
จังหวะที่จมมิดน้ำ นั่นแหละคือตอนที่สูดอากาศได้เต็มที่
And by mornin’, gone was any trace of you
พอเช้าวันใหม่มาถึง เศษเสี้ยวของเธอก็ไม่เหลืออยู่เลย
I think I am finally clean
คิดว่าตัวเองหายดีเป็นปกติแล้ว
The rain came pourin’ down
ฝนเทลงมาล้างทุกอย่างออกไป
When I was drownin’, that’s when I could finally breathe
ตอนที่เหมือนจะจมดิน กลับกลายเป็นตอนที่โปร่ง ๆ โล่งสบาย
And by mornin’, gone was any trace of you
และเมื่อแสงเช้ามาเยือน ความทรงจำเรื่องเธอก็อันตรธาน
I think I am finally clean
ในที่สุดฉันก็คลีนตัวเองได้หมดจด
Finally clean
ตัดใจได้เด็ดขาด
Think I’m finally clean
คงหลุดพ้นจากเธอจริง ๆ แล้วแหละ
Ah-ah-ah-ah
อา อะ อา
Think I’m finally clean
ในที่สุดก็หลุดพ้นซะที
Eng
The drought was the very worst, ah-ah, ah-ah
When the flowers that we’d grown together died of thirst
It was months and months of back and forth, ah-ah, ah-ah
You’re still all over me like a wine-stained dress I can’t wear anymore
Hung my head as I lost the war
And the sky turned black like a perfect storm
The rain came pouring down
When I was drownin’, that’s when I could finally breathe
And by mornin’, gone was any trace of you
I think I am finally clean
There was nothin’ left to do, ah-ah, ah-ah
When the butterflies turnеd to dust that covered my whole room
So I punchеd a hole in the roof, ah-ah, ah-ah
Let the flood carry away all my pictures of you
The water filled my lungs
I screamed so loud, but no one heard a thing
The rain came pourin’ down
When I was drownin’, that’s when I could finally breathe
And by mornin’, gone was any trace of you
I think I am finally clean
I think I am finally clean
Ah-ah-ah-ah-ah
Said I think I am finally clean
Ah-ah-ah
Ten months sober, I must admit
Just because you’re clean, don’t mean you don’t miss it
Ten months older, I won’t give in
Now that I’m clean, I’m never gonna risk it
The drought was the very worst, ah-ah, ah-ah
When the flowers that we’d grown together died of thirst
The rain came pourin’ down
When I was drownin’, that’s when I could finally breathe
And by mornin’, gone was any trace of you
I think I am finally clean
The rain came pourin’ down
When I was drownin’, that’s when I could finally breathe
And by mornin’, gone was any trace of you
I think I am finally clean
Finally clean
Think I’m finally clean
Ah-ah-ah-ah
Think I’m finally clean
Thai
ช่วงที่แห้งแล้งที่สุดมันทรมานจริง ๆ
ตอนที่ดอกไม้ซึ่งเราเคยปลูกร่วมกันดันเหี่ยวเฉาตายเพราะขาดน้ำ
ยื้อกันไปยื้อกันมาอยู่ได้ตั้งหลายเดือน
คราบของเธอยังฝังแน่นเหมือนชุดเปื้อนไวน์ที่หยิบมาใส่ไม่ได้อีกเลย
ก้มหน้ารับความพ่ายแพ้แต่โดยดี
ท้องฟ้ากลายเป็นสีดำมืดมิดเหมือนพายุลูกใหญ่กำลังเข้า
สายฝนโปรยปรายเทลงมาอย่างหนัก
ตอนที่กำลังจะจมน้ำ นั่นกลับเป็นวินาทีที่สูดหายใจได้เต็มปอด
พอตกเช้า ร่องรอยของเธอก็เลือนหายไปจนหมด
รู้สึกว่าตัวเองหลุดพ้นจากเธอซะที
มันไม่เหลืออะไรให้พยายามอีกต่อไป
ความรู้สึกมวนท้องหวานซ่านกลายเป็นฝุ่นผงคลุมทั่วห้อง
เลยต่อยหลังคาให้เป็นรูใหญ่
ปล่อยให้น้ำท่วมพัดพาเอาทุกรูปถ่ายของเธอออกไป
มวลน้ำเอ่อล้นเข้าเต็มปอด
ตะโกนสุดเสียงแค่ไหนก็ไม่มีใครได้ยินสักคน
ห่าฝนตกลงมาไม่ขาดสาย
นาทีที่เกือบจมน้ำ กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่เริ่มหายใจออก
รุ่งเช้ามาถึง คราบน้ำตาและร่องรอยของเธอก็หายวับ
คงปลดล็อกตัวเองได้หมดจดแล้วแหละ
หลุดพ้นจากเธอได้จริง ๆ สักที
อา อะ อา
บอกตัวเองว่าก้าวผ่านมันมาได้แล้ว
อา อะ อา
ตัดขาดจากเธอมาสิบเดือน ยอมรับเลยว่าไม่ง่าย
ถึงจะเลิกยุ่งได้ ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่คิดถึง
โตขึ้นอีกสิบเดือน และฉันจะไม่ยอมใจอ่อนเด็ดขาด
อุตส่าห์หลุดพ้นมาได้ จะไม่ยอมเอาตัวกลับไปเสี่ยงอีกแล้ว
ช่วงเวลาที่แห้งแล้งที่สุดมันโหดร้ายเหลือเกิน
ตอนที่ความสัมพันธ์ของเราเหี่ยวเฉาจนตายไป
สายฝนเทกระหน่ำลงมา
จังหวะที่จมมิดน้ำ นั่นแหละคือตอนที่สูดอากาศได้เต็มที่
พอเช้าวันใหม่มาถึง เศษเสี้ยวของเธอก็ไม่เหลืออยู่เลย
คิดว่าตัวเองหายดีเป็นปกติแล้ว
ฝนเทลงมาล้างทุกอย่างออกไป
ตอนที่เหมือนจะจมดิน กลับกลายเป็นตอนที่โปร่ง ๆ โล่งสบาย
และเมื่อแสงเช้ามาเยือน ความทรงจำเรื่องเธอก็อันตรธาน
ในที่สุดฉันก็คลีนตัวเองได้หมดจด
ตัดใจได้เด็ดขาด
คงหลุดพ้นจากเธอจริง ๆ แล้วแหละ
อา อะ อา
ในที่สุดก็หลุดพ้นซะที










Comments are off this post