LYRIC
Eng - Thai
Summer went away, still, the yearning stays
หน้าร้อนผ่านไปแล้ว แต่ใจมันยังคิดถึงไม่เลิก
I play it cool with the best of them
ต้องคีพลุคทำเป็นชิล เก็บอาการเก่งไม่แพ้ใคร
I wait patiently, he’s gonna notice me
เฝ้ารออย่างใจเย็น หวังว่าเขาจะหันมาสนใจบ้าง
It’s okay, we’re the best of friends
ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยเราก็เป็นเพื่อนสนิทกัน
Anyway
ช่างมันเหอะ
I hear it in your voice, you’re smoking with your boys
ฟังจากน้ำเสียงก็รู้ว่ากำลังนั่งดูดบุหรี่อยู่กับแก๊งเพื่อน
I touch my phone as if it’s your face
ได้แต่นั่งลูบหน้าจอโทรศัพท์ มโนว่าเป็นหน้าเธอ
I didn’t choose this town, I dream of getting out
ไม่ได้อยากมาอยู่เมืองนี้ตั้งแต่แรก ใจจริงอยากย้ายออกไปให้พ้น ๆ
There’s just one who could make me stay
แต่ดันมีแค่คนเดียวเท่านั้นที่รั้งเราไว้ได้
All my days
ตลอดเวลาที่ผ่านมา
From sprinkler splashes to fireplace ashes
ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก็เยอะ ตั้งแต่วันที่สดใสจนถึงวันที่เหลือแต่ซากความทรงจำ
I waited ages to see you there
เฝ้ารอตั้งนานสองนานเพียงเพื่อจะได้เจอเธอตรงนั้น
I search the party of better bodies
พยายามมองหาตามงานปาร์ตี้ที่มีแต่คนดูดีเต็มไปหมด
Just to learn that you never cared
สุดท้ายถึงเพิ่งตื่นจากฝันว่าเธอไม่เคยสนใจกันเลย
You’re on your own, kid
สุดท้ายแกก็ต้องยืนด้วยตัวเองนะ
You always have been
จริง ๆ ก็ตัวคนเดียวมาตลอดนั่นแหละ
I see the great escape, so long, Daisy May
เห็นทางรอดแล้ว ลาก่อนความเยาว์วัยแสนไร้เดียงสา
I picked the petals, he loves me not
นั่งเด็ดกลีบดอกไม้ทายใจ สรุปเขาก็ไม่ได้รักเรา
Something different bloomed, writing in my room
แต่มันกลับมีพลังบางอย่างเติบโตขึ้น ตอนที่นั่งแต่งเพลงอยู่ในห้องคนเดียว
I play my songs in the parking lot
จนได้ออกไปร้องเพลงของตัวเองตรงลานจอดรถ
I’ll run away
ถึงเวลาต้องก้าวออกไปเสียที
From sprinkler splashes to fireplace ashes
ผ่านทั้งความสุขและความผิดหวังมานับครั้งไม่ถ้วน
I called a taxi to take me there
โบกแท็กซี่มุ่งหน้าไปตามเส้นทางฝัน
I search the party of better bodies
หันมองรอบตัวในงานที่มีแต่คนเพียบพร้อม
Just to learn that my dreams aren’t rare
ถึงได้เข้าใจว่าฝันของเรามันไม่ได้พิเศษไปกว่าใครเลย
You’re on your own, kid
ต้องพึ่งตัวเองแล้วล่ะแก
You always have been
มันเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว
From sprinkler splashes to fireplace ashes
ตั้งแต่วัยเด็กที่แสนสดใส จนถึงวันที่แลกมาด้วยบาดแผลเต็มตัว
I gave my blood, sweat, and tears for this
ทุ่มเททั้งเลือด ทั้งเหงื่อ และน้ำตาไปหมดตัวกับสิ่งนี้
I hosted parties and starved my body
ยอมจัดงานปาร์ตี้ ยอมอดอาหารเพื่อให้หุ่นเป๊ะ
Like I’d be saved by a perfect kiss
หวังลึก ๆ ว่าจูบที่แสนเพอร์เฟกต์จะช่วยฉุดเราขึ้นมาได้
The jokes weren’t funny, I took the money
มุกตลกพวกนั้นไม่ได้น่าขำสักนิด แต่ก็ต้องคว้าเงินไว้ก่อน
My friends from home don’t know what to say
เพื่อนแถวบ้านถึงกับอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก
I looked around in a blood-soaked gown
กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ในชุดที่แปดเปื้อนไปด้วยความบอบช้ำ
And I saw something they can’t take away
แล้วก็ค้นพบว่ามีบางสิ่งที่ไม่ว่าใครหน้าไหนก็แย่งไปไม่ได้
‘Cause there were pages turned with the bridges burned
เพราะบทเรียนชีวิตถูกพลิกหน้าใหม่ พร้อมกับสะพานเดิมที่ถูกเผาทำลายไปหมดแล้ว
Everything you lose is a step you take
ทุกความสูญเสียมันคือขั้นตอนของการเติบโตทั้งนั้น
So, make the friendship bracelets, take the moment and taste it
เพราะงั้น ลุกขึ้นมาร้อยกำไลมิตรภาพ ดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้ให้เต็มที่เถอะ
You’ve got no reason to be afraid
ไม่มีอะไรต้องไปกลัวเลยสักนิด
You’re on your own, kid
แกต้องลุยคนเดียวแล้วนะ
Yeah, you can face this
เออ แกรับมือไหวอยู่แล้ว
You’re on your own, kid
โตแล้ว ต้องก้าวเดินด้วยตัวเอง
You always have been
ซึ่งแกก็เก่งและผ่านมันมาได้เสมอแหละ
Eng
Summer went away, still, the yearning stays
I play it cool with the best of them
I wait patiently, he’s gonna notice me
It’s okay, we’re the best of friends
Anyway
I hear it in your voice, you’re smoking with your boys
I touch my phone as if it’s your face
I didn’t choose this town, I dream of getting out
There’s just one who could make me stay
All my days
From sprinkler splashes to fireplace ashes
I waited ages to see you there
I search the party of better bodies
Just to learn that you never cared
You’re on your own, kid
You always have been
I see the great escape, so long, Daisy May
I picked the petals, he loves me not
Something different bloomed, writing in my room
I play my songs in the parking lot
I’ll run away
From sprinkler splashes to fireplace ashes
I called a taxi to take me there
I search the party of better bodies
Just to learn that my dreams aren’t rare
You’re on your own, kid
You always have been
From sprinkler splashes to fireplace ashes
I gave my blood, sweat, and tears for this
I hosted parties and starved my body
Like I’d be saved by a perfect kiss
The jokes weren’t funny, I took the money
My friends from home don’t know what to say
I looked around in a blood-soaked gown
And I saw something they can’t take away
‘Cause there were pages turned with the bridges burned
Everything you lose is a step you take
So, make the friendship bracelets, take the moment and taste it
You’ve got no reason to be afraid
You’re on your own, kid
Yeah, you can face this
You’re on your own, kid
You always have been
Thai
หน้าร้อนผ่านไปแล้ว แต่ใจมันยังคิดถึงไม่เลิก
ต้องคีพลุคทำเป็นชิล เก็บอาการเก่งไม่แพ้ใคร
เฝ้ารออย่างใจเย็น หวังว่าเขาจะหันมาสนใจบ้าง
ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยเราก็เป็นเพื่อนสนิทกัน
ช่างมันเหอะ
ฟังจากน้ำเสียงก็รู้ว่ากำลังนั่งดูดบุหรี่อยู่กับแก๊งเพื่อน
ได้แต่นั่งลูบหน้าจอโทรศัพท์ มโนว่าเป็นหน้าเธอ
ไม่ได้อยากมาอยู่เมืองนี้ตั้งแต่แรก ใจจริงอยากย้ายออกไปให้พ้น ๆ
แต่ดันมีแค่คนเดียวเท่านั้นที่รั้งเราไว้ได้
ตลอดเวลาที่ผ่านมา
ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก็เยอะ ตั้งแต่วันที่สดใสจนถึงวันที่เหลือแต่ซากความทรงจำ
เฝ้ารอตั้งนานสองนานเพียงเพื่อจะได้เจอเธอตรงนั้น
พยายามมองหาตามงานปาร์ตี้ที่มีแต่คนดูดีเต็มไปหมด
สุดท้ายถึงเพิ่งตื่นจากฝันว่าเธอไม่เคยสนใจกันเลย
สุดท้ายแกก็ต้องยืนด้วยตัวเองนะ
จริง ๆ ก็ตัวคนเดียวมาตลอดนั่นแหละ
เห็นทางรอดแล้ว ลาก่อนความเยาว์วัยแสนไร้เดียงสา
นั่งเด็ดกลีบดอกไม้ทายใจ สรุปเขาก็ไม่ได้รักเรา
แต่มันกลับมีพลังบางอย่างเติบโตขึ้น ตอนที่นั่งแต่งเพลงอยู่ในห้องคนเดียว
จนได้ออกไปร้องเพลงของตัวเองตรงลานจอดรถ
ถึงเวลาต้องก้าวออกไปเสียที
ผ่านทั้งความสุขและความผิดหวังมานับครั้งไม่ถ้วน
โบกแท็กซี่มุ่งหน้าไปตามเส้นทางฝัน
หันมองรอบตัวในงานที่มีแต่คนเพียบพร้อม
ถึงได้เข้าใจว่าฝันของเรามันไม่ได้พิเศษไปกว่าใครเลย
ต้องพึ่งตัวเองแล้วล่ะแก
มันเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว
ตั้งแต่วัยเด็กที่แสนสดใส จนถึงวันที่แลกมาด้วยบาดแผลเต็มตัว
ทุ่มเททั้งเลือด ทั้งเหงื่อ และน้ำตาไปหมดตัวกับสิ่งนี้
ยอมจัดงานปาร์ตี้ ยอมอดอาหารเพื่อให้หุ่นเป๊ะ
หวังลึก ๆ ว่าจูบที่แสนเพอร์เฟกต์จะช่วยฉุดเราขึ้นมาได้
มุกตลกพวกนั้นไม่ได้น่าขำสักนิด แต่ก็ต้องคว้าเงินไว้ก่อน
เพื่อนแถวบ้านถึงกับอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก
กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ในชุดที่แปดเปื้อนไปด้วยความบอบช้ำ
แล้วก็ค้นพบว่ามีบางสิ่งที่ไม่ว่าใครหน้าไหนก็แย่งไปไม่ได้
เพราะบทเรียนชีวิตถูกพลิกหน้าใหม่ พร้อมกับสะพานเดิมที่ถูกเผาทำลายไปหมดแล้ว
ทุกความสูญเสียมันคือขั้นตอนของการเติบโตทั้งนั้น
เพราะงั้น ลุกขึ้นมาร้อยกำไลมิตรภาพ ดื่มด่ำกับช่วงเวลานี้ให้เต็มที่เถอะ
ไม่มีอะไรต้องไปกลัวเลยสักนิด
แกต้องลุยคนเดียวแล้วนะ
เออ แกรับมือไหวอยู่แล้ว
โตแล้ว ต้องก้าวเดินด้วยตัวเอง
ซึ่งแกก็เก่งและผ่านมันมาได้เสมอแหละ






























Comments are off this post