ชีวิตที่ต้องอดทนฝ่าฟันความยากลำบาก แม้ในวันที่มืดแปดด้านหรือเรื่องที่ทำจะดูไร้ความหมาย แต่ลึก ๆ แล้วเรายังคงเชื่อมั่นในการก้าวต่อไปเพื่อหลุดพ้นไปสู่เช้าวันใหม่ที่ดีกว่า แม้จะต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดและความทรงจำที่ยากจะสลัดหลุดก็ตาม
Eng - Thai
Lovers, keep on the road you’re on
คนที่กำลังมีความรัก เดินหน้าบนเส้นทางของตัวเองต่อไปนะ
Runners, until the race is run
เหล่านักวิ่ง วิ่งต่อไปจนกว่าจะถึงจุดหมาย
Soldiers, you’ve got to soldier on
พวกทหารทั้งหลาย ต้องสู้และอดทนต่อไป
Sometimes even the right is wrong
บางครั้งสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง มันก็อาจจะผิดพลาดได้เหมือนกัน
They are turnin’ my head out
มีแต่คนพยายามเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตฉัน
To see what I’m all about
เพื่อจะดูว่าแท้จริงแล้วฉันเป็นคนยังไง
Keepin’ my head down
ฉันเลยได้แต่นิ่งเงียบและก้มหน้าไว้
To see what it feels like now
ลองดูสิว่าความรู้สึกในตอนนี้มันจะเป็นยังไง
But I have no doubt
แต่ฉันมั่นใจอย่างที่สุด
One day, we’re gonna get out
ว่าสักวัน พวกเราจะได้หลุดพ้นไปจากตรงนี้
Tonight, maybe we’re gonna run
คืนนี้ เราอาจจะหนีไปให้พ้น
Dreamin’ of the Osaka sun
เฝ้าฝันถึงแสงแดดอันอบอุ่นที่โอซาก้า
Oh, oh
วาดฝันไว้ในใจ
Dreamin’ of when the mornin’ comes
ฝันถึงช่วงเวลาที่วันใหม่จะมาถึง
They are turnin’ my head out
ผู้คนต่างพยายามจับจ้องเข้ามา
To see what I’m all about
เพื่อจะค้นหาว่าตัวตนฉันเป็นแบบไหน
Keepin’ my head down
ฉันจึงเลือกที่จะก้มหน้าอดทนไว้
To see what it feels like now
เพื่อรับรู้ว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง
But I have no doubt
แต่ฉันไม่เคยสงสัยเลย
One day, the sun’ll come out
ว่าวันหนึ่ง แสงอาทิตย์จะส่องสว่างขึ้นมาอีกครั้ง
One, two, three
นับหนึ่ง สอง สาม
Reign of love, I can’t let go
ห้วงเวลาแห่งความรัก ฉันไม่อาจปล่อยมันไปได้เลย
To the sea I offer this heavy load
ขอโยนความหนักอึ้งในใจลงสู่ท้องทะเล
Locust wind, lift me up
สายลมแห่งความสูญเสีย ช่วยพัดพาตัวฉันขึ้นไปที
I’m just a prisoner in a reign of love
ฉันก็เป็นแค่เชลยที่ติดอยู่ในกรงขังของความรัก
Locust wind, here I stop
สายลมโหมกระหน่ำ ฉันคงต้องหยุดอยู่ตรงนี้
How I wish I’d spoken up to a reign of love
น่าจะพูดความในใจออกไป ตั้งแต่ตอนที่ความรักยังโอบล้อมเราอยู่
Reign of love, by the church we’re waitin’
ในดินแดนแห่งรัก พวกเราเฝ้ารออยู่ข้างโบสถ์
Reign of love, on my knees go prayin’
คุกเข่าอ้อนวอนขอพร ท่ามกลางความรู้สึกที่เคยมี
How I wish I’d spoken up
รู้อย่างนี้น่าจะเอ่ยปากพูดให้อีกฝ่ายได้รับรู้
Away get carried on a reign of love
ก่อนจะถูกพัดพาหายไป ในสายลมแห่งรักนี้
Eng
Lovers, keep on the road you’re on
Runners, until the race is run
Soldiers, you’ve got to soldier on
Sometimes even the right is wrong
They are turnin’ my head out
To see what I’m all about
Keepin’ my head down
To see what it feels like now
But I have no doubt
One day, we’re gonna get out
Tonight, maybe we’re gonna run
Dreamin’ of the Osaka sun
Oh, oh
Dreamin’ of when the mornin’ comes
They are turnin’ my head out
To see what I’m all about
Keepin’ my head down
To see what it feels like now
But I have no doubt
One day, the sun’ll come out
One, two, three
Reign of love, I can’t let go
To the sea I offer this heavy load
Locust wind, lift me up
I’m just a prisoner in a reign of love
Locust wind, here I stop
How I wish I’d spoken up to a reign of love
Reign of love, by the church we’re waitin’
Reign of love, on my knees go prayin’
How I wish I’d spoken up
Away get carried on a reign of love
Thai
คนที่กำลังมีความรัก เดินหน้าบนเส้นทางของตัวเองต่อไปนะ
เหล่านักวิ่ง วิ่งต่อไปจนกว่าจะถึงจุดหมาย
พวกทหารทั้งหลาย ต้องสู้และอดทนต่อไป
บางครั้งสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง มันก็อาจจะผิดพลาดได้เหมือนกัน
มีแต่คนพยายามเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตฉัน
เพื่อจะดูว่าแท้จริงแล้วฉันเป็นคนยังไง
ฉันเลยได้แต่นิ่งเงียบและก้มหน้าไว้
ลองดูสิว่าความรู้สึกในตอนนี้มันจะเป็นยังไง
แต่ฉันมั่นใจอย่างที่สุด
ว่าสักวัน พวกเราจะได้หลุดพ้นไปจากตรงนี้
คืนนี้ เราอาจจะหนีไปให้พ้น
เฝ้าฝันถึงแสงแดดอันอบอุ่นที่โอซาก้า
วาดฝันไว้ในใจ
ฝันถึงช่วงเวลาที่วันใหม่จะมาถึง
ผู้คนต่างพยายามจับจ้องเข้ามา
เพื่อจะค้นหาว่าตัวตนฉันเป็นแบบไหน
ฉันจึงเลือกที่จะก้มหน้าอดทนไว้
เพื่อรับรู้ว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง
แต่ฉันไม่เคยสงสัยเลย
ว่าวันหนึ่ง แสงอาทิตย์จะส่องสว่างขึ้นมาอีกครั้ง
นับหนึ่ง สอง สาม
ห้วงเวลาแห่งความรัก ฉันไม่อาจปล่อยมันไปได้เลย
ขอโยนความหนักอึ้งในใจลงสู่ท้องทะเล
สายลมแห่งความสูญเสีย ช่วยพัดพาตัวฉันขึ้นไปที
ฉันก็เป็นแค่เชลยที่ติดอยู่ในกรงขังของความรัก
สายลมโหมกระหน่ำ ฉันคงต้องหยุดอยู่ตรงนี้
น่าจะพูดความในใจออกไป ตั้งแต่ตอนที่ความรักยังโอบล้อมเราอยู่
ในดินแดนแห่งรัก พวกเราเฝ้ารออยู่ข้างโบสถ์
คุกเข่าอ้อนวอนขอพร ท่ามกลางความรู้สึกที่เคยมี
รู้อย่างนี้น่าจะเอ่ยปากพูดให้อีกฝ่ายได้รับรู้
ก่อนจะถูกพัดพาหายไป ในสายลมแห่งรักนี้










Comments are off this post