LYRIC

เพลง Honey ของ Taylor Swift เล่าถึงความสัมพันธ์ที่ดูภายนอกหวานหอมและแสนหวาน แต่ภายในกลับซ่อนความซับซ้อนและรสชาติที่ขมขื่น ถ่ายทอดอารมณ์การติดอยู่ในดักแด้ของความรักที่ยากจะถอนตัว แม้จะรู้ดีว่าความหวานนั้นอาจแฝงไปด้วยพิษก็ตาม

Eng - Thai


You can call me “honey” if you want because I’m the one you want
จะเรียกว่า “ฮันนี่” ก็ได้นะถ้าอยากเรียก ในเมื่อคนเดียวที่เธอต้องการก็คือเค้านี่ไง
Mm, mm
อืม…

When anyone called me “sweetheart”
เมื่อก่อนเวลาใครมาเรียกว่า “ที่รัก”
It was passive-aggressive at the bar
มันมักจะเป็นคำประชดประชันในร้านเหล้าทั้งนั้น
And the bitch was telling me to back off
ยัยนั่นแค่จะมาขู่ให้เค้าถอยไปห่าง ๆ
‘Cause her man had looked at me wrong
เพราะผู้ชายของนางดันแอบมองเค้าผิดจังหวะ
If anyone called me “honey”
หรือถ้ามีใครมาเรียกว่า “หวานใจ”
It was standing in the bathroom, white teeth
ก็เป็นพวกผู้หญิงฉีกยิ้มจอมปลอมในห้องน้ำ
They were saying that skirt don’t fit me
ที่แอบนินทาว่ากระโปรงตัวนี้ใส่แล้วไม่สวยเลย
And I cried the whole way home
ทำเอาเค้านั่งร้องไห้โฮตลอดทางกลับบ้าน

But you touched my face
แต่พอเธอเข้ามาลูบแก้มกันเบา ๆ
Redefined all of those blues when you say “honey”
ลบความทรงจำแย่ ๆ พวกนั้นไปจนหมด แค่ตอนเธอเอ่ยคำว่า “ฮันนี่”

Summertime spritz, pink skies
เหมือนเครื่องดื่มเย็น ๆ ยามหน้าร้อน กับท้องฟ้าสีชมพูสดใส
You can call me “honey” if you want because I’m the one you want
จะเรียกว่า “หวานใจ” ก็ได้นะถ้าอยากเรียก ในเมื่อเค้าคือคนที่เธอต้องการจริง ๆ
Wintergreen kiss, all mine
จูบรสมิ้นต์อันนี้ เป็นของเค้าคนเดียว
You give it different meaning ’cause you mean it when you talk
เธอทำให้คำนี้มีความหมายเปลี่ยนไป เพราะเธอพูดมันออกมาจากใจจริง
Honey, I’m home, we could play house
“กลับมาแล้วจ้ะฮันนี่” เรามาลองใช้ชีวิตคู่ด้วยกันนะ
We can bed down, pick me up
ล้มตัวลงนอนด้วยกัน คอยกอดเค้าไว้
Who’s the baddest in the land? What’s the plan? (What’s the plan?)
ใครจะเจ๋งที่สุดในย่านนี้ แล้วเราจะเอาไงต่อดีล่ะ
You could be my forever-night stand, honey
อยากให้เธอเป็นคนที่นอนกอดกันไปตลอดชีวิตเลยนะ ฮันนี่

When anyone called me “sweetheart”
แต่ก่อนเวลาใครเรียกเค้าว่า “สุดที่รัก”
It was passive-aggressive at the bar
มีแต่พวกพูดจาแขวะกันในบาร์
And the bitch was telling me to back off
ยัยตัวดีแค่อยากมาไล่ให้พ้นทาง
‘Cause her man had looked at me wrong
หาว่าแฟนตัวเองเผลอมาจ้องเค้า
If anyone called me “honey”
พอมีคนเรียกว่า “ฮันนี่”
It was standing in the bathroom, white teeth
ก็พวกที่ยืนยิ้มเผล่ใส่กันในห้องน้ำ
They were saying that skirt don’t fit me
ที่แอบจิกกัดว่ากระโปรงตัวนี้ดูไม่ได้เลย
And I cried the whole way home
จนเค้าปล่อยโฮตลอดทางกลับบ้าน

But you touched my face
ทว่าพอเธอเอามือมาสัมผัสหน้าเค้า
Redefined all of those blues when you say—
ความเจ็บปวดพวกนั้นก็หายวับไป ทันทีที่เธอเอ่ย—

You can call me “honey” if you want because I’m the one you want
จะเรียกว่า “ที่รัก” ก็ได้ตามสบาย ในเมื่อเค้าคือคนที่ใช่สำหรับเธอ
I’m the one you want
เพราะเค้าคนนี้นี่แหละ
You give it different meaning ’cause you mean it when you talk
คำคำนี้ดูมีคุณค่าขึ้นมา ทันทีที่ออกจากปากเธอ
Sweetie, it’s yours, kicking in doors
ที่รัก ทุกอย่างเป็นของเธอแล้ว ลุยเข้ามาเลย
Take it to the floor, give me more
จัดเต็มมาเลย กอดเค้าไว้แน่น ๆ
Buy the paint in the color of your eyes (Of your eyes)
ไปซื้อสีทาบ้านที่เป็นสีเดียวกับตาเธอมาเลยนะ
And graffiti my whole damn life, honey
แล้วมาแต่งแต้มชีวิตของเค้าให้มีแต่เธอซะที ฮันนี่

When anyone called me late night
เมื่อก่อนพอมีใครโทรหาตอนดึก ๆ
He was screwing around with my mind
ก็มีแต่พวกลวนลามทางความรู้สึก
Asking, “What are you wearing?”, too high
คอยถามว่าใส่ชุดอะไรอยู่ แถมยังเมาซะจน
To remember in the morning
จำอะไรไม่ได้เลยในเช้าวันต่อมา
And when anyone called me “lovely”
หรือถ้าใครมาชมว่า “น่ารักจัง”
They were finding ways not to praise me
ก็แค่ออกปากชมไปงั้น ๆ ไม่ได้จริงใจสักนิด
But you say it like you me in awe of me
แต่เธอพูดคำนี้ด้วยสายตาที่มองเค้าเหมือนเป็นสิ่งพิเศษสุด ๆ
And you stay until the morning
แถมยังอยู่เคียงข้างกันจนถึงเช้า
Honey
ฮันนี่

When anyone called me “sweetheart”
ย้อนกลับไปเวลาใครเรียกเค้าว่า “สุดที่รัก”
It was passive-aggressive at the bar
มันคือการจิกกัดแบบแนบเนียนในร้านเหล้า
And the bitch was telling me to back off
ยัยนั่นแค่ขู่ให้เค้าถอยออกไป
‘Cause her man had looked at me wrong (He looked at me wrong)
เพราะแฟนตัวเองดันมองเค้าด้วยสายตาไม่น่าไว้ใจ
If anyone called me “honey” (Ooh)
หรือตอนที่มีคนเรียก “ฮันนี่”
It was standing in the bathroom (Yeah), white teeth
ก็พวกที่ยืนยิ้มเสแสร้งในห้องน้ำ
They were saying that skirt don’t fit me
แล้วก็แซวว่ากระโปรงชุดนี้ไม่เข้ากับเค้าสักนิด
And I cried the whole way home (Cried the whole way home)
จนเค้านั่งเสียน้ำตาไปตลอดทาง

But you can call me “honey” if you want
แต่ถ้าเป็นเธอ จะเรียกว่า “ฮันนี่” ก็ได้นะถ้าต้องการ

Eng


You can call me “honey” if you want because I’m the one you want
Mm, mm

When anyone called me “sweetheart”
It was passive-aggressive at the bar
And the bitch was telling me to back off
‘Cause her man had looked at me wrong
If anyone called me “honey”
It was standing in the bathroom, white teeth
They were saying that skirt don’t fit me
And I cried the whole way home

But you touched my face
Redefined all of those blues when you say “honey”

Summertime spritz, pink skies
You can call me “honey” if you want because I’m the one you want
Wintergreen kiss, all mine
You give it different meaning ’cause you mean it when you talk
Honey, I’m home, we could play house
We can bed down, pick me up
Who’s the baddest in the land? What’s the plan? (What’s the plan?)
You could be my forever-night stand, honey

When anyone called me “sweetheart”
It was passive-aggressive at the bar
And the bitch was telling me to back off
‘Cause her man had looked at me wrong
If anyone called me “honey”
It was standing in the bathroom, white teeth
They were saying that skirt don’t fit me
And I cried the whole way home

But you touched my face
Redefined all of those blues when you say—

You can call me “honey” if you want because I’m the one you want
I’m the one you want
You give it different meaning ’cause you mean it when you talk
Sweetie, it’s yours, kicking in doors
Take it to the floor, give me more
Buy the paint in the color of your eyes (Of your eyes)
And graffiti my whole damn life, honey

When anyone called me late night
He was screwing around with my mind
Asking, “What are you wearing?”, too high
To remember in the morning
And when anyone called me “lovely”
They were finding ways not to praise me
But you say it like you me in awe of me
And you stay until the morning
Honey

When anyone called me “sweetheart”
It was passive-aggressive at the bar
And the bitch was telling me to back off
‘Cause her man had looked at me wrong (He looked at me wrong)
If anyone called me “honey” (Ooh)
It was standing in the bathroom (Yeah), white teeth
They were saying that skirt don’t fit me
And I cried the whole way home (Cried the whole way home)

But you can call me “honey” if you want

Thai


จะเรียกว่า “ฮันนี่” ก็ได้นะถ้าอยากเรียก ในเมื่อคนเดียวที่เธอต้องการก็คือเค้านี่ไง
อืม…

เมื่อก่อนเวลาใครมาเรียกว่า “ที่รัก”
มันมักจะเป็นคำประชดประชันในร้านเหล้าทั้งนั้น
ยัยนั่นแค่จะมาขู่ให้เค้าถอยไปห่าง ๆ
เพราะผู้ชายของนางดันแอบมองเค้าผิดจังหวะ
หรือถ้ามีใครมาเรียกว่า “หวานใจ”
ก็เป็นพวกผู้หญิงฉีกยิ้มจอมปลอมในห้องน้ำ
ที่แอบนินทาว่ากระโปรงตัวนี้ใส่แล้วไม่สวยเลย
ทำเอาเค้านั่งร้องไห้โฮตลอดทางกลับบ้าน

แต่พอเธอเข้ามาลูบแก้มกันเบา ๆ
ลบความทรงจำแย่ ๆ พวกนั้นไปจนหมด แค่ตอนเธอเอ่ยคำว่า “ฮันนี่”

เหมือนเครื่องดื่มเย็น ๆ ยามหน้าร้อน กับท้องฟ้าสีชมพูสดใส
จะเรียกว่า “หวานใจ” ก็ได้นะถ้าอยากเรียก ในเมื่อเค้าคือคนที่เธอต้องการจริง ๆ
จูบรสมิ้นต์อันนี้ เป็นของเค้าคนเดียว
เธอทำให้คำนี้มีความหมายเปลี่ยนไป เพราะเธอพูดมันออกมาจากใจจริง
“กลับมาแล้วจ้ะฮันนี่” เรามาลองใช้ชีวิตคู่ด้วยกันนะ
ล้มตัวลงนอนด้วยกัน คอยกอดเค้าไว้
ใครจะเจ๋งที่สุดในย่านนี้ แล้วเราจะเอาไงต่อดีล่ะ
อยากให้เธอเป็นคนที่นอนกอดกันไปตลอดชีวิตเลยนะ ฮันนี่

แต่ก่อนเวลาใครเรียกเค้าว่า “สุดที่รัก”
มีแต่พวกพูดจาแขวะกันในบาร์
ยัยตัวดีแค่อยากมาไล่ให้พ้นทาง
หาว่าแฟนตัวเองเผลอมาจ้องเค้า
พอมีคนเรียกว่า “ฮันนี่”
ก็พวกที่ยืนยิ้มเผล่ใส่กันในห้องน้ำ
ที่แอบจิกกัดว่ากระโปรงตัวนี้ดูไม่ได้เลย
จนเค้าปล่อยโฮตลอดทางกลับบ้าน

ทว่าพอเธอเอามือมาสัมผัสหน้าเค้า
ความเจ็บปวดพวกนั้นก็หายวับไป ทันทีที่เธอเอ่ย—

จะเรียกว่า “ที่รัก” ก็ได้ตามสบาย ในเมื่อเค้าคือคนที่ใช่สำหรับเธอ
เพราะเค้าคนนี้นี่แหละ
คำคำนี้ดูมีคุณค่าขึ้นมา ทันทีที่ออกจากปากเธอ
ที่รัก ทุกอย่างเป็นของเธอแล้ว ลุยเข้ามาเลย
จัดเต็มมาเลย กอดเค้าไว้แน่น ๆ
ไปซื้อสีทาบ้านที่เป็นสีเดียวกับตาเธอมาเลยนะ
แล้วมาแต่งแต้มชีวิตของเค้าให้มีแต่เธอซะที ฮันนี่

เมื่อก่อนพอมีใครโทรหาตอนดึก ๆ
ก็มีแต่พวกลวนลามทางความรู้สึก
คอยถามว่าใส่ชุดอะไรอยู่ แถมยังเมาซะจน
จำอะไรไม่ได้เลยในเช้าวันต่อมา
หรือถ้าใครมาชมว่า “น่ารักจัง”
ก็แค่ออกปากชมไปงั้น ๆ ไม่ได้จริงใจสักนิด
แต่เธอพูดคำนี้ด้วยสายตาที่มองเค้าเหมือนเป็นสิ่งพิเศษสุด ๆ
แถมยังอยู่เคียงข้างกันจนถึงเช้า
ฮันนี่

ย้อนกลับไปเวลาใครเรียกเค้าว่า “สุดที่รัก”
มันคือการจิกกัดแบบแนบเนียนในร้านเหล้า
ยัยนั่นแค่ขู่ให้เค้าถอยออกไป
เพราะแฟนตัวเองดันมองเค้าด้วยสายตาไม่น่าไว้ใจ
หรือตอนที่มีคนเรียก “ฮันนี่”
ก็พวกที่ยืนยิ้มเสแสร้งในห้องน้ำ
แล้วก็แซวว่ากระโปรงชุดนี้ไม่เข้ากับเค้าสักนิด
จนเค้านั่งเสียน้ำตาไปตลอดทาง

แต่ถ้าเป็นเธอ จะเรียกว่า “ฮันนี่” ก็ได้นะถ้าต้องการ


ให้คะแนนสำหรับคำแปลเพลงนี้

คะแนนเฉลี่ย 5 คะแนน, จำนวนคนโหวต 2 คน

กดโหวตคนแรกเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปล

เขียนติชม ข้อเสนอแนะของท่านเพื่อให้เราทำการแก้ไข และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

Comments are off this post

💙 หมวดหมู่

แปลเพลงสากล ยุค 50 แปลเพลงสากล ยุค 60 แปลเพลงสากล ยุค 70 แปลเพลงสากล ยุค 80 แปลเพลงสากล ยุค 90 แปลเพลงสากล ยุค 2000+ เพลงรักสากลแปลไทย เพลงสากลอกหักแปลไทย เนื้อเพลงสากลแปลไทย