LYRIC

มหากาพย์การไล่ล่า “แดนสวรรค์” ของมนุษย์ที่ขับเคลื่อนด้วยความโลภ ตั้งแต่การอพยพบุกเบิกตะวันตกไปจนถึงฮาวาย สุดท้ายไม่ว่าจะหนีไปตั้งรกรากที่ไหน ความเจริญและทุนนิยมก็บุกไปทำลายธรรมชาติและชนพื้นเมืองจนพังพินาศอยู่ดี ตลกร้ายตรงที่มนุษย์มักอ้างพระเจ้าเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ความละโมบของตัวเอง และสัจธรรมคือที่ไหนถูกเรียกว่าสวรรค์ ที่นั่นเตรียมฉิบหายได้เลย

Eng - Thai


She came from Providence
เธอเดินทางมาจากเมืองโพรวิเดนซ์
One in Rhode Island
ในรัฐโรดไอแลนด์อันไกลโพ้น
Where the old world shadows hang
ที่ซึ่งกลิ่นอายความอึดอัดจากโลกเก่ายังคงปกคลุม
Heavy in the air
จนแทบจะหายใจไม่ออก
She packed her hopes and dreams
เธอหอบเอาความหวังและความฝันทั้งหมดที่มี
Like a refugee
หนีออกมาไม่ต่างอะไรกับผู้ลี้ภัย
Just as her father came
เหมือนกับที่พ่อของเธอเคยรอนแรม
Across the sea
ข้ามน้ำข้ามทะเลมาไม่มีผิด

She heard about a place
เธอได้ยินเรื่องดินแดนแห่งหนึ่ง
People were smiling
ที่มีแต่รอยยิ้มของผู้คน
They spoke about the red man’s ways
มีแต่คนเล่าถึงวิถีชีวิตชาวอินเดียนแดง
And how they loved the land
และความรักที่พวกเขามอบให้ผืนแผ่นดิน
And they came from everywhere
ผู้คนเลยแห่กันมาจากทุกสารทิศ
To the Great Divide
มุ่งหน้าสู่แนวเทือกเขาร็อกกีอันกว้างใหญ่
Seeking a place to stand
เพื่อหาที่ยืนลงหลักปักฐาน
Or a place to hide
หรือไม่ก็หาที่หลบซ่อนตัว

Down in the crowded bars
ในบาร์อันแสนแออัด
Out for a good time
ผู้คนพากันออกมาหาความสำราญ
Can’t wait to tell you all
ต่างกระตือรือร้นจะโม้ให้ฟัง
What it’s like up there
ว่าสรวงสวรรค์ตรงนั้นมันวิเศษแค่ไหน
And they called it paradise
แล้วพวกเขาก็พากันยกย่องว่านี่แหละแดนสวรรค์
I don’t know why
ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
Somebody laid the mountains low
ในเมื่อภูเขาถูกไถจนราบเป็นหน้ากลอง
While the town got high
เพื่อปล่อยให้ตึกรามบ้านช่องผุดสูงเสียดฟ้า

And then the chilly winds blew down
สายลมหนาวเหน็บพัดพาความเปลี่ยนแปลง
Across the desert
ข้ามผ่านผืนทะเลทรายแห้งแล้ง
Through the canyons of the coast
เลาะเลียบไปตามหุบผาชายฝั่ง
To the Malibu
มุ่งตรงสู่ชายหาดมาลิบู
Where the pretty people play
แหล่งรวมตัวของพวกไฮโซหน้าตาดี
Hungry for power
ผู้กระหายในอำนาจและเงินตรา
To light their neon way
เปิดไฟนีออนส่องทางชีวิตอันหรูหรา
And give them things to do
เพื่อหาเรื่องผลาญเวลาไปวัน ๆ

Some rich men came and raped the land
มีพวกเศรษฐีหน้าเลือดเข้ามาย่ำยีแผ่นดิน
Nobody caught ’em
แต่กลับไม่มีใครเอาผิดพวกมันได้สักคน
Put up a bunch of ugly boxes
กว้านสร้างตึกแถวทรงกล่องหน้าตาอุบาทว์เต็มไปหมด
And, Jesus, people bought ’em
ให้ตายสิ คนดันยอมจ่ายเงินซื้ออยู่จริง ๆ
And they called it paradise
แถมยังยกย่องว่านี่คือสรวงสวรรค์
The place to be
ที่ใคร ๆ ต่างก็ใฝ่ฝันอยากมาอยู่
They watched the hazy sun
แล้วก็นั่งมองดวงอาทิตย์ที่มัวหมองด้วยมลพิษ
Sinking in the sea
ค่อย ๆ จมหายลงไปในทะเล

You can leave it all behind
คุณจะทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง
And sail to Lahaina
แล้วล่องเรือมุ่งหน้าไปฮาวายก็ได้
Just like the missionaries did
เหมือนที่พวกมิชชันนารีเคยทำ
So many years ago
เมื่อหลายร้อยปีก่อน
They even brought a neon sign
พวกนั้นขนป้ายไฟนีออนไปด้วยซ้ำ
“Jesus is coming”
พร้อมข้อความว่าพระเยซูกำลังจะเสด็จมา
They brought the white man’s burden down
แบกเอาภาระของคนขาวไปยัดเยียดให้คนอื่น
Brought the white man’s reign
แล้วแผ่ขยายอำนาจปกครองตามใจชอบ

Who will provide the grand design?
ใครหน้าไหนจะเป็นคนขีดเส้นชะตากรรม
What is yours and what is mine?
อะไรคือของเธอและอะไรคือของฉันกันแน่
‘Cause there is no more new frontier
ในเมื่อมันไม่เหลือพรมแดนใหม่ให้ไปรุกรานอีกแล้ว
But we have got to make it here
พวกเราเลยจำใจต้องเอาตัวรอดกันตรงนี้
We satisfy our endless needs
เราสนองตัณหาที่ไม่เคยรู้จักพอ
And justify our bloody deeds
พร้อมกับอ้างความชอบธรรมให้การกระทำอันโหดเหี้ยม
In the name of destiny
ในนามของโชคชะตาที่ลิขิตไว้
And in the name of God
และในนามของพระผู้เป็นเจ้า

And you can see them there
แล้วคุณก็จะได้เห็นภาพคนพวกนั้น
On Sunday morning
ในเช้าวันอาทิตย์ที่โบสถ์
And stand up and sing about
ยืนขึ้นร้องเพลงสรรเสริญ
What it’s like up there
ถึงสรวงสวรรค์บนฟากฟ้า
They call it paradise
พากันตั้งชื่อสถานที่แห่งนี้ว่าวิมาน
I don’t know why
ฉันล่ะไม่เข้าใจจริง ๆ
You call someplace paradise
เพราะเมื่อไรที่คุณเริ่มเรียกที่ไหนสักแห่งว่าเป็นสวรรค์
Kiss it goodbye
เตรียมบอกลามันได้เลย

Eng


She came from Providence
One in Rhode Island
Where the old world shadows hang
Heavy in the air
She packed her hopes and dreams
Like a refugee
Just as her father came
Across the sea

She heard about a place
People were smiling
They spoke about the red man’s ways
And how they loved the land
And they came from everywhere
To the Great Divide
Seeking a place to stand
Or a place to hide

Down in the crowded bars
Out for a good time
Can’t wait to tell you all
What it’s like up there
And they called it paradise
I don’t know why
Somebody laid the mountains low
While the town got high

And then the chilly winds blew down
Across the desert
Through the canyons of the coast
To the Malibu
Where the pretty people play
Hungry for power
To light their neon way
And give them things to do

Some rich men came and raped the land
Nobody caught ’em
Put up a bunch of ugly boxes
And, Jesus, people bought ’em
And they called it paradise
The place to be
They watched the hazy sun
Sinking in the sea

You can leave it all behind
And sail to Lahaina
Just like the missionaries did
So many years ago
They even brought a neon sign
“Jesus is coming”
They brought the white man’s burden down
Brought the white man’s reign

Who will provide the grand design?
What is yours and what is mine?
‘Cause there is no more new frontier
But we have got to make it here
We satisfy our endless needs
And justify our bloody deeds
In the name of destiny
And in the name of God

And you can see them there
On Sunday morning
And stand up and sing about
What it’s like up there
They call it paradise
I don’t know why
You call someplace paradise
Kiss it goodbye

Thai


เธอเดินทางมาจากเมืองโพรวิเดนซ์
ในรัฐโรดไอแลนด์อันไกลโพ้น
ที่ซึ่งกลิ่นอายความอึดอัดจากโลกเก่ายังคงปกคลุม
จนแทบจะหายใจไม่ออก
เธอหอบเอาความหวังและความฝันทั้งหมดที่มี
หนีออกมาไม่ต่างอะไรกับผู้ลี้ภัย
เหมือนกับที่พ่อของเธอเคยรอนแรม
ข้ามน้ำข้ามทะเลมาไม่มีผิด

เธอได้ยินเรื่องดินแดนแห่งหนึ่ง
ที่มีแต่รอยยิ้มของผู้คน
มีแต่คนเล่าถึงวิถีชีวิตชาวอินเดียนแดง
และความรักที่พวกเขามอบให้ผืนแผ่นดิน
ผู้คนเลยแห่กันมาจากทุกสารทิศ
มุ่งหน้าสู่แนวเทือกเขาร็อกกีอันกว้างใหญ่
เพื่อหาที่ยืนลงหลักปักฐาน
หรือไม่ก็หาที่หลบซ่อนตัว

ในบาร์อันแสนแออัด
ผู้คนพากันออกมาหาความสำราญ
ต่างกระตือรือร้นจะโม้ให้ฟัง
ว่าสรวงสวรรค์ตรงนั้นมันวิเศษแค่ไหน
แล้วพวกเขาก็พากันยกย่องว่านี่แหละแดนสวรรค์
ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
ในเมื่อภูเขาถูกไถจนราบเป็นหน้ากลอง
เพื่อปล่อยให้ตึกรามบ้านช่องผุดสูงเสียดฟ้า

สายลมหนาวเหน็บพัดพาความเปลี่ยนแปลง
ข้ามผ่านผืนทะเลทรายแห้งแล้ง
เลาะเลียบไปตามหุบผาชายฝั่ง
มุ่งตรงสู่ชายหาดมาลิบู
แหล่งรวมตัวของพวกไฮโซหน้าตาดี
ผู้กระหายในอำนาจและเงินตรา
เปิดไฟนีออนส่องทางชีวิตอันหรูหรา
เพื่อหาเรื่องผลาญเวลาไปวัน ๆ

มีพวกเศรษฐีหน้าเลือดเข้ามาย่ำยีแผ่นดิน
แต่กลับไม่มีใครเอาผิดพวกมันได้สักคน
กว้านสร้างตึกแถวทรงกล่องหน้าตาอุบาทว์เต็มไปหมด
ให้ตายสิ คนดันยอมจ่ายเงินซื้ออยู่จริง ๆ
แถมยังยกย่องว่านี่คือสรวงสวรรค์
ที่ใคร ๆ ต่างก็ใฝ่ฝันอยากมาอยู่
แล้วก็นั่งมองดวงอาทิตย์ที่มัวหมองด้วยมลพิษ
ค่อย ๆ จมหายลงไปในทะเล

คุณจะทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง
แล้วล่องเรือมุ่งหน้าไปฮาวายก็ได้
เหมือนที่พวกมิชชันนารีเคยทำ
เมื่อหลายร้อยปีก่อน
พวกนั้นขนป้ายไฟนีออนไปด้วยซ้ำ
พร้อมข้อความว่าพระเยซูกำลังจะเสด็จมา
แบกเอาภาระของคนขาวไปยัดเยียดให้คนอื่น
แล้วแผ่ขยายอำนาจปกครองตามใจชอบ

ใครหน้าไหนจะเป็นคนขีดเส้นชะตากรรม
อะไรคือของเธอและอะไรคือของฉันกันแน่
ในเมื่อมันไม่เหลือพรมแดนใหม่ให้ไปรุกรานอีกแล้ว
พวกเราเลยจำใจต้องเอาตัวรอดกันตรงนี้
เราสนองตัณหาที่ไม่เคยรู้จักพอ
พร้อมกับอ้างความชอบธรรมให้การกระทำอันโหดเหี้ยม
ในนามของโชคชะตาที่ลิขิตไว้
และในนามของพระผู้เป็นเจ้า

แล้วคุณก็จะได้เห็นภาพคนพวกนั้น
ในเช้าวันอาทิตย์ที่โบสถ์
ยืนขึ้นร้องเพลงสรรเสริญ
ถึงสรวงสวรรค์บนฟากฟ้า
พากันตั้งชื่อสถานที่แห่งนี้ว่าวิมาน
ฉันล่ะไม่เข้าใจจริง ๆ
เพราะเมื่อไรที่คุณเริ่มเรียกที่ไหนสักแห่งว่าเป็นสวรรค์
เตรียมบอกลามันได้เลย


ให้คะแนนสำหรับคำแปลเพลงนี้

คะแนนเฉลี่ย 5 คะแนน, จำนวนคนโหวต 3 คน

กดโหวตคนแรกเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปล

เขียนติชม ข้อเสนอแนะของท่านเพื่อให้เราทำการแก้ไข และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

Comments are off this post