LYRIC

หวนคิดถึงวันเก่า ๆ สมัยวัยรุ่นที่ได้ซนกับแก๊งเพื่อน ซิ่งรถกลับบ้านเกิดท่ามกลางความทรงจำหวานอมขมกลืน แม้เวลาจะผ่านไปจนแต่ละคนแยกย้ายไปมีชีวิตของตัวเอง บางคนสุข บางคนเศร้า แต่สายสัมพันธ์และกลิ่นอายดินแดนแห่งความหลังตรงปราสาทบนเนินเขานั้น ยังคงงดงามและดึงดูดใจให้ยากจะลืมเลือน

Eng - Thai


When I was six years old, I broke my leg
ตอนหกขวบฉันเคยขาหัก
I was runnin’ from my brother and his friends
ตอนนั้นวิ่งหนีพี่ชายกับพวกเพื่อน ๆ ของเขา
And tasted the sweet perfume of the mountain grass I rolled down
แถมยังจำกลิ่นหอมหวานของหญ้าบนเนินเขาตอนกลิ้งลงมาได้ขึ้นใจ
I was younger then, take me back to when I
คิดถึงวัยเด็กชะมัด อยากย้อนเวลากลับไปตอนนั้นจัง

Found my heart and broke it here
ตอนที่ได้รักใครครั้งแรกและอกหักครั้งแรกที่นี่
Made friends and lost them through the years
ได้รู้จักเพื่อนฝูงมากมายและค่อย ๆ ห่างหายกันไปตามกาลเวลา
And I’ve not seen the roaring fields in so long, I know I’ve grown
ไม่ได้เห็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ล้อสายลมแบบนั้นตั้งนาน รู้ตัวอีกทีก็โตเป็นผู้ใหญ่ซะละ
But I can’t wait to go home
แต่นาทีนี้ทนรอที่จะกลับบ้านแทบไม่ไหว

I’m on my way
ตอนนี้กำลังเดินทางแล้วนะ
Drivin’ at ninety down those country lanes
เหยียบคันเร่งมุ่งหน้าไปตามถนนต่างจังหวัด
Singin’ to “Tiny Dancer”
เปิดเพลงไทนี่ แดนเซอร์ ร้องคลอไปด้วย
And I miss the way you make me feel and it’s real
คิดถึงความรู้สึกเก่า ๆ ที่เธอเคยมอบให้ชะมัด มันคือเรื่องจริงนะ
We watched the sunset over the castle on the hill
พวกเรานั่งดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน เหนือปราสาทบนเนินเขาแห่งนั้น

Fifteen years old and smoking hand-rolled cigarettes
พออายุสิบห้าก็ริลองสูบบุหรี่มวนเอง
Runnin’ from the law through the backfields and gettin’ drunk with my friends
พากันวิ่งหนีตำรวจทะลุทุ่งหลังบ้าน แถมยังเมาหัวราน้ำกับแก๊งเพื่อน
Had my first kiss on a Friday night, I don’t reckon that I did it right
จำรสจูบแรกคืนวันศุกร์ได้ดี ถึงตอนนั้นจะเด๋อ ๆ ด๋า ๆ ทำไม่ค่อยเป็นก็เถอะ
But I was younger then, take me back to when
แต่ตอนนั้นเรายังเด็กเหลือเกิน อยากย้อนเวลากลับไปช่วงนั้นจริง ๆ

We found weekend jobs, when we got paid
ช่วงที่พวกเราทำงานพาร์ตไทม์วันหยุด พอได้เงินค่าจ้างมา
We’d buy cheap spirits and drink them straight
ก็เอาไปซื้อเหล้าถูก ๆ มากรอกปากกันเพียว ๆ
Me and my friends have not thrown up in so long, oh, how we’ve grown
ฉันกับแก๊งเพื่อนไม่ได้อ้วกเพราะเมาปลิ้นมานานมากแล้ว พวกเราโตขึ้นเยอะเลยเนอะ
But I can’t wait to go home
แต่ตอนนี้อยากกลับบ้านใจจะขาด

I’m on my way
ฉันกำลังเดินทางกลับไปหาแล้ว
Drivin’ at ninety down those country lanes
เหยียบความเร็วทะยานไปตามถนนเส้นเดิม
Singin’ to “Tiny Dancer”
ร้องเพลงโปรดคลอไปตลอดทาง
And I miss the way you make me feel and it’s real
คิดถึงความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้กันจริงๆ
We watched the sunset over the castle on the hill
ภาพที่พวกเรานั่งดูพระอาทิตย์ตกดินเหนือปราสาทบนเนินเขานั้น
Over the castle on the hill
ตรงปราสาทบนเนินเขาแห่งนั้น
Over the castle on the hill
ที่พวกเราเคยอยู่ด้วยกัน

One friend left to sell clothes
เพื่อนคนหนึ่งย้ายไปทำงานขายเสื้อผ้า
One works down by the coast
อีกคนก็ไปทำงานแถวชายฝั่งทะเล
One had two kids but lives alone
คนหนึ่งมีลูกสองคนแต่ต้องใช้ชีวิตตัวคนเดียว
One’s brother overdosed
ส่วนอีกคนต้องเสียพี่ชายไปเพราะเสพยาเกินขนาด
One’s already on his second wife
บางคนก็แต่งงานรอบสองไปแล้ว
One’s just barely gettin’ by
และยังมีบางคนที่ยังดิ้นรนประคองชีวิตไปวัน ๆ
But these people raised me
แต่คนพวกนี้แหละที่เติบโตมาด้วยกันและทำให้ฉันเป็นฉันในวันนี้
And I can’t wait to go home
เพราะงั้นฉันเลยอยากกลับบ้านเหลือเกิน

And I’m on my way, I still remember
ฉันกำลังเดินทางกลับไป ทุกความทรงจำยังชัดเจนดี
These old country lanes
เส้นทางสายเก่าสายนี้
When we did not know the answers
ยามที่พวกเรายังเด็กและไม่ได้มีคำตอบให้ทุกเรื่องของชีวิต
And I miss the way you make me feel and it’s real
ยังคงคิดถึงความอบอุ่นที่เคยได้รับอยู่เสมอ
We watched the sunset over the castle on the hill
ภาพวันวานที่เราดูพระอาทิตย์ตกดินเหนือกำแพงปราสาทตรงเนินเขานั้น
Over the castle on the hill
ตรงปราสาทบนเนินเขาแห่งนั้น
Over the castle on the hill
ที่ไม่มีวันเลือนหายไปจากใจ

Eng


When I was six years old, I broke my leg
I was runnin’ from my brother and his friends
And tasted the sweet perfume of the mountain grass I rolled down
I was younger then, take me back to when I

Found my heart and broke it here
Made friends and lost them through the years
And I’ve not seen the roaring fields in so long, I know I’ve grown
But I can’t wait to go home

I’m on my way
Drivin’ at ninety down those country lanes
Singin’ to “Tiny Dancer”
And I miss the way you make me feel and it’s real
We watched the sunset over the castle on the hill

Fifteen years old and smoking hand-rolled cigarettes
Runnin’ from the law through the backfields and gettin’ drunk with my friends
Had my first kiss on a Friday night, I don’t reckon that I did it right
But I was younger then, take me back to when

We found weekend jobs, when we got paid
We’d buy cheap spirits and drink them straight
Me and my friends have not thrown up in so long, oh, how we’ve grown
But I can’t wait to go home

I’m on my way
Drivin’ at ninety down those country lanes
Singin’ to “Tiny Dancer”
And I miss the way you make me feel and it’s real
We watched the sunset over the castle on the hill
Over the castle on the hill
Over the castle on the hill

One friend left to sell clothes
One works down by the coast
One had two kids but lives alone
One’s brother overdosed
One’s already on his second wife
One’s just barely gettin’ by
But these people raised me
And I can’t wait to go home

And I’m on my way, I still remember
These old country lanes
When we did not know the answers
And I miss the way you make me feel and it’s real
We watched the sunset over the castle on the hill
Over the castle on the hill
Over the castle on the hill

Thai


ตอนหกขวบฉันเคยขาหัก
ตอนนั้นวิ่งหนีพี่ชายกับพวกเพื่อน ๆ ของเขา
แถมยังจำกลิ่นหอมหวานของหญ้าบนเนินเขาตอนกลิ้งลงมาได้ขึ้นใจ
คิดถึงวัยเด็กชะมัด อยากย้อนเวลากลับไปตอนนั้นจัง

ตอนที่ได้รักใครครั้งแรกและอกหักครั้งแรกที่นี่
ได้รู้จักเพื่อนฝูงมากมายและค่อย ๆ ห่างหายกันไปตามกาลเวลา
ไม่ได้เห็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ล้อสายลมแบบนั้นตั้งนาน รู้ตัวอีกทีก็โตเป็นผู้ใหญ่ซะละ
แต่นาทีนี้ทนรอที่จะกลับบ้านแทบไม่ไหว

ตอนนี้กำลังเดินทางแล้วนะ
เหยียบคันเร่งมุ่งหน้าไปตามถนนต่างจังหวัด
เปิดเพลงไทนี่ แดนเซอร์ ร้องคลอไปด้วย
คิดถึงความรู้สึกเก่า ๆ ที่เธอเคยมอบให้ชะมัด มันคือเรื่องจริงนะ
พวกเรานั่งดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน เหนือปราสาทบนเนินเขาแห่งนั้น

พออายุสิบห้าก็ริลองสูบบุหรี่มวนเอง
พากันวิ่งหนีตำรวจทะลุทุ่งหลังบ้าน แถมยังเมาหัวราน้ำกับแก๊งเพื่อน
จำรสจูบแรกคืนวันศุกร์ได้ดี ถึงตอนนั้นจะเด๋อ ๆ ด๋า ๆ ทำไม่ค่อยเป็นก็เถอะ
แต่ตอนนั้นเรายังเด็กเหลือเกิน อยากย้อนเวลากลับไปช่วงนั้นจริง ๆ

ช่วงที่พวกเราทำงานพาร์ตไทม์วันหยุด พอได้เงินค่าจ้างมา
ก็เอาไปซื้อเหล้าถูก ๆ มากรอกปากกันเพียว ๆ
ฉันกับแก๊งเพื่อนไม่ได้อ้วกเพราะเมาปลิ้นมานานมากแล้ว พวกเราโตขึ้นเยอะเลยเนอะ
แต่ตอนนี้อยากกลับบ้านใจจะขาด

ฉันกำลังเดินทางกลับไปหาแล้ว
เหยียบความเร็วทะยานไปตามถนนเส้นเดิม
ร้องเพลงโปรดคลอไปตลอดทาง
คิดถึงความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้กันจริงๆ
ภาพที่พวกเรานั่งดูพระอาทิตย์ตกดินเหนือปราสาทบนเนินเขานั้น
ตรงปราสาทบนเนินเขาแห่งนั้น
ที่พวกเราเคยอยู่ด้วยกัน

เพื่อนคนหนึ่งย้ายไปทำงานขายเสื้อผ้า
อีกคนก็ไปทำงานแถวชายฝั่งทะเล
คนหนึ่งมีลูกสองคนแต่ต้องใช้ชีวิตตัวคนเดียว
ส่วนอีกคนต้องเสียพี่ชายไปเพราะเสพยาเกินขนาด
บางคนก็แต่งงานรอบสองไปแล้ว
และยังมีบางคนที่ยังดิ้นรนประคองชีวิตไปวัน ๆ
แต่คนพวกนี้แหละที่เติบโตมาด้วยกันและทำให้ฉันเป็นฉันในวันนี้
เพราะงั้นฉันเลยอยากกลับบ้านเหลือเกิน

ฉันกำลังเดินทางกลับไป ทุกความทรงจำยังชัดเจนดี
เส้นทางสายเก่าสายนี้
ยามที่พวกเรายังเด็กและไม่ได้มีคำตอบให้ทุกเรื่องของชีวิต
ยังคงคิดถึงความอบอุ่นที่เคยได้รับอยู่เสมอ
ภาพวันวานที่เราดูพระอาทิตย์ตกดินเหนือกำแพงปราสาทตรงเนินเขานั้น
ตรงปราสาทบนเนินเขาแห่งนั้น
ที่ไม่มีวันเลือนหายไปจากใจ


ให้คะแนนสำหรับคำแปลเพลงนี้

คะแนนเฉลี่ย 5 คะแนน, จำนวนคนโหวต 4 คน

กดโหวตคนแรกเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปล

เขียนติชม ข้อเสนอแนะของท่านเพื่อให้เราทำการแก้ไข และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

Comments are off this post