LYRIC
เพลงนี้เล่าถึงอารมณ์ของสาวแอบรักที่ทนเห็นผู้ชายที่ตัวเองแคร์ไปแต่งงานกับยัยผู้หญิงนิสัยเสียไม่ไหว เลยตัดสินใจแอบย่องไปร่วมงานเพื่อหาจังหวะคัดค้านพิธี เป็นฟีลเพื่อนสาวเม้าท์มอยความป่วนปนความมั่นหน้า ที่อยากชวนเจ้าบ่าวชิ่งหนีตามกันไปให้รู้แล้วรู้รอด
Eng - Thai
I am not the kind of girl
ปกติฉันไม่ใช่ผู้หญิงประเภท
Who should be rudely bargin’ in on a white veil occasion
ที่จะหน้าด้านบุกเข้าไปพังงานแต่งคนอื่นหรอกนะ
But you are not the kind of boy
แต่นายก็ไม่ใช่ผู้ชายประเภท
Who should be marrying the wrong girl
ที่ควรจะคว้าคนผิด ๆ มาเป็นคู่ชีวิตเหมือนกัน
I sneak in and see your friends
ฉันแอบย่องเข้าไปในงาน เห็นเพื่อน ๆ ฝั่งนาย
And her snotty little family all dressed in pastel
กับครอบครัวขี้เก๊กของยัยนั่นใส่ชุดสีพาสเทลกันเต็มไปหมด
And she is yelling at a bridesmaid
แถมยัยเจ้าสาวยังยืนวีนใส่เพื่อนเจ้าสาว
Somewhere back inside a room
อยู่ในห้องแต่งตัวข้างหลังนู่น
Wearin’ a gown shaped like a pastry
ใส่ชุดพองฟูฟ่องเหมือนขนมอบไม่มีผิด
This is surely not what you thought it would be
ภาพงานแต่งในฝันของนายคงไม่ใช่แบบนี้แน่ ๆ
I lose myself in a daydream
ฉันเลยเผลอหลุดเข้าไปในมโน
Where I stand and say
ว่าได้ลุกขึ้นตะโกนบอกนายว่า
Don’t say yes, run away now
อย่าเพิ่งเซย์เยสนะ รีบชิ่งหนีออกมาตอนนี้เลย
I’ll meet you when you’re out
เดี๋ยวฉันไปดักเจอตอนนายวิ่งพ้น
Of the church, at the back door
ตรงประตูหลังโบสถ์ที่ฉันยืนรออยู่
Don’t wait or say a single vow
ไม่ต้องรอหรือกล่าวคำปฏิญาณบ้าบออะไรทั้งนั้น
You need to hear me out
ฟังสิ่งที่ฉันจะพูดให้จบก่อน
And they said, “Speak now”
แล้วบาทหลวงก็เปิดทางว่า “มีใครจะคัดค้านไหม”
Fond gestures are exchanged
ทั้งคู่เริ่มทำท่าทีหวานซึ้งใส่กัน
And the organ starts to play a song that sounds like a death march
เสียงออร์แกนเริ่มบรรเลงเพลงที่ฟังดูหดหู่ยังกะเพลงแห่ศพ
And I am hiding in the curtains
ส่วนฉันก็ได้แต่แอบอยู่หลังผ้าม่าน
It seems that I was uninvited by your lovely bride-to-be
ก็แน่ล่ะ แม่เจ้าสาวแสนดีของนายคงไม่คิดจะเชิญฉันอยู่แล้ว
She floats down the aisle like a pageant queen
นางเดินกรีดกรายมาตามทางเดินยังกะนางงามเดินประกวด
But I know you wish it was me
แต่ฉันรู้นะว่าในใจนายอยากให้เป็นฉันมากกว่า
You wish it was me, don’t you?
ลึก ๆ นายก็อยากให้เป็นฉันเดินเข้าไปหาใช่ไหมล่ะ
Don’t say yes, run away now
อย่าตอบตกลงเชียวนะ เผ่นออกมาเดี๋ยวนี้
I’ll meet you when you’re out
ฉันจะไปยืนรอดัก
Of the church, at the back door
ตรงประตูหลังโบสถ์
Don’t wait or say a single vow
อย่ามัวแต่ลังเล ไม่ต้องไปเอ่ยคำสาบานอะไรทั้งนั้น
You need to hear me out
นายต้องฟังฉันให้ดี
And they said, “Speak now”
จังหวะที่บาทหลวงถามว่า “ใครจะคัดค้านให้พูดตอนนี้”
Don’t say yes, run away now (Run away now)
อย่าเพิ่งตอบรับ รีบหนีมาเหอะ (เผ่นออกมาเลย)
I’ll meet you when you’re out
เดี๋ยวเราค่อยไปเจอกัน
Of the church, at the back door
ตรงทางออกด้านหลัง
Don’t wait or say a single vow (Say a single vow)
ห้ามหลุดพูดคำสัญญาเด็ดขาด (ไม่ต้องไปเอ่ยสักคำ)
Your time is running out
เวลานายจะหมดแล้วเนี่ย
And they said, “Speak now”
เขากำลังถามหาคนคัดค้านอยู่นั่นไง
Ooh (Run away now), la
อู้ (ชิ่งออกมาเลย) ลา
Ooh (Say a single vow), ooh
อู้ (อย่าไปเอ่ยคำสาบานนะ) อู้ว
I hear the preacher say
ฉันได้ยินเสียงบาทหลวงพูดขึ้นมา
“Speak now or forever hold your peace”
“จงคัดค้านตอนนี้ หรือมิฉะนั้นจงเงียบตลอดไป”
There’s the silence, there’s my last chance
ความเงียบเข้าปกคลุม และนี่คือโอกาสสุดท้ายของฉัน
I stand up with shaky hands, all eyes on me
ฉันลุกขึ้นยืนทั้งที่มือยังสั่น ทุกสายตาหันมาจ้องที่ฉันหมด
Horrified looks from everyone in the room
ทุกคนในงานทำหน้าช็อกตาค้างกันเป็นแถบ
But I’m only lookin’ at you
แต่สายตาฉันมองแค่หน้านายคนเดียว
I am not the kind of girl
จริง ๆ ฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงประเภท
Who should be rudely bargin’ in on a white veil occasion
ที่จะเสียมารยาทบุกมาพังงานแต่งชุดขาวของใครหรอก
But you are not the kind of boy
แต่นายก็ไม่ใช่คนที่ควรจะมาทน
Who should be marrying the wrong girl, haha
แต่งงานกับยัยผู้หญิงที่ไม่ใช่คนนี้เหมือนกัน ฮ่า ๆ
So, don’t say yes, run away now
เพราะงั้นอย่าเพิ่งตอบตกลง รีบหนีออกมาเลย
I’ll meet you when you’re out
ฉันจะไปรอนาย
Of the church, at the back door
ตรงประตูข้างหลังโบสถ์
Don’t wait or say a single vow
ไม่ต้องเสียเวลาพูดคำสาบานอะไรทั้งนั้น
You need to hear me out
นายต้องฟังฉันก่อน
They said, “Speak now”
พวกเขากำลังเปิดโอกาสให้ “พูดคัดค้านออกมา”
And you say, “Let’s run away now (Run away now)
แล้วนายก็ตอบกลับมาว่า “พวกเราหนีไปด้วยกันเถอะ (เผ่นกันตอนนี้เลย)”
I’ll meet you when I’m out
เดี๋ยวฉันจะรีบตามไป
Of my tux, at the back door
ถอดสูททิ้งแล้วไปเจอกันตรงประตูหลัง
Baby, I didn’t say my vows (Say a single vow)
ที่รัก ฉันไม่ได้พูดคำสาบานสักคำเลยนะ (ไม่ได้เอ่ยเลยจริง ๆ)
So glad you were around
โชคดีชะมัดที่เธอโผล่มา
When they said, ‘Speak now'”
ตอนที่เขากำลังถามหาคนคัดค้านพอดี
Eng
I am not the kind of girl
Who should be rudely bargin’ in on a white veil occasion
But you are not the kind of boy
Who should be marrying the wrong girl
I sneak in and see your friends
And her snotty little family all dressed in pastel
And she is yelling at a bridesmaid
Somewhere back inside a room
Wearin’ a gown shaped like a pastry
This is surely not what you thought it would be
I lose myself in a daydream
Where I stand and say
Don’t say yes, run away now
I’ll meet you when you’re out
Of the church, at the back door
Don’t wait or say a single vow
You need to hear me out
And they said, “Speak now”
Fond gestures are exchanged
And the organ starts to play a song that sounds like a death march
And I am hiding in the curtains
It seems that I was uninvited by your lovely bride-to-be
She floats down the aisle like a pageant queen
But I know you wish it was me
You wish it was me, don’t you?
Don’t say yes, run away now
I’ll meet you when you’re out
Of the church, at the back door
Don’t wait or say a single vow
You need to hear me out
And they said, “Speak now”
Don’t say yes, run away now (Run away now)
I’ll meet you when you’re out
Of the church, at the back door
Don’t wait or say a single vow (Say a single vow)
Your time is running out
And they said, “Speak now”
Ooh (Run away now), la
Ooh (Say a single vow), ooh
I hear the preacher say
“Speak now or forever hold your peace”
There’s the silence, there’s my last chance
I stand up with shaky hands, all eyes on me
Horrified looks from everyone in the room
But I’m only lookin’ at you
I am not the kind of girl
Who should be rudely bargin’ in on a white veil occasion
But you are not the kind of boy
Who should be marrying the wrong girl, haha
So, don’t say yes, run away now
I’ll meet you when you’re out
Of the church, at the back door
Don’t wait or say a single vow
You need to hear me out
They said, “Speak now”
And you say, “Let’s run away now (Run away now)
I’ll meet you when I’m out
Of my tux, at the back door
Baby, I didn’t say my vows (Say a single vow)
So glad you were around
When they said, ‘Speak now'”
Thai
ปกติฉันไม่ใช่ผู้หญิงประเภท
ที่จะหน้าด้านบุกเข้าไปพังงานแต่งคนอื่นหรอกนะ
แต่นายก็ไม่ใช่ผู้ชายประเภท
ที่ควรจะคว้าคนผิด ๆ มาเป็นคู่ชีวิตเหมือนกัน
ฉันแอบย่องเข้าไปในงาน เห็นเพื่อน ๆ ฝั่งนาย
กับครอบครัวขี้เก๊กของยัยนั่นใส่ชุดสีพาสเทลกันเต็มไปหมด
แถมยัยเจ้าสาวยังยืนวีนใส่เพื่อนเจ้าสาว
อยู่ในห้องแต่งตัวข้างหลังนู่น
ใส่ชุดพองฟูฟ่องเหมือนขนมอบไม่มีผิด
ภาพงานแต่งในฝันของนายคงไม่ใช่แบบนี้แน่ ๆ
ฉันเลยเผลอหลุดเข้าไปในมโน
ว่าได้ลุกขึ้นตะโกนบอกนายว่า
อย่าเพิ่งเซย์เยสนะ รีบชิ่งหนีออกมาตอนนี้เลย
เดี๋ยวฉันไปดักเจอตอนนายวิ่งพ้น
ตรงประตูหลังโบสถ์ที่ฉันยืนรออยู่
ไม่ต้องรอหรือกล่าวคำปฏิญาณบ้าบออะไรทั้งนั้น
ฟังสิ่งที่ฉันจะพูดให้จบก่อน
แล้วบาทหลวงก็เปิดทางว่า “มีใครจะคัดค้านไหม”
ทั้งคู่เริ่มทำท่าทีหวานซึ้งใส่กัน
เสียงออร์แกนเริ่มบรรเลงเพลงที่ฟังดูหดหู่ยังกะเพลงแห่ศพ
ส่วนฉันก็ได้แต่แอบอยู่หลังผ้าม่าน
ก็แน่ล่ะ แม่เจ้าสาวแสนดีของนายคงไม่คิดจะเชิญฉันอยู่แล้ว
นางเดินกรีดกรายมาตามทางเดินยังกะนางงามเดินประกวด
แต่ฉันรู้นะว่าในใจนายอยากให้เป็นฉันมากกว่า
ลึก ๆ นายก็อยากให้เป็นฉันเดินเข้าไปหาใช่ไหมล่ะ
อย่าตอบตกลงเชียวนะ เผ่นออกมาเดี๋ยวนี้
ฉันจะไปยืนรอดัก
ตรงประตูหลังโบสถ์
อย่ามัวแต่ลังเล ไม่ต้องไปเอ่ยคำสาบานอะไรทั้งนั้น
นายต้องฟังฉันให้ดี
จังหวะที่บาทหลวงถามว่า “ใครจะคัดค้านให้พูดตอนนี้”
อย่าเพิ่งตอบรับ รีบหนีมาเหอะ (เผ่นออกมาเลย)
เดี๋ยวเราค่อยไปเจอกัน
ตรงทางออกด้านหลัง
ห้ามหลุดพูดคำสัญญาเด็ดขาด (ไม่ต้องไปเอ่ยสักคำ)
เวลานายจะหมดแล้วเนี่ย
เขากำลังถามหาคนคัดค้านอยู่นั่นไง
อู้ (ชิ่งออกมาเลย) ลา
อู้ (อย่าไปเอ่ยคำสาบานนะ) อู้ว
ฉันได้ยินเสียงบาทหลวงพูดขึ้นมา
“จงคัดค้านตอนนี้ หรือมิฉะนั้นจงเงียบตลอดไป”
ความเงียบเข้าปกคลุม และนี่คือโอกาสสุดท้ายของฉัน
ฉันลุกขึ้นยืนทั้งที่มือยังสั่น ทุกสายตาหันมาจ้องที่ฉันหมด
ทุกคนในงานทำหน้าช็อกตาค้างกันเป็นแถบ
แต่สายตาฉันมองแค่หน้านายคนเดียว
จริง ๆ ฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงประเภท
ที่จะเสียมารยาทบุกมาพังงานแต่งชุดขาวของใครหรอก
แต่นายก็ไม่ใช่คนที่ควรจะมาทน
แต่งงานกับยัยผู้หญิงที่ไม่ใช่คนนี้เหมือนกัน ฮ่า ๆ
เพราะงั้นอย่าเพิ่งตอบตกลง รีบหนีออกมาเลย
ฉันจะไปรอนาย
ตรงประตูข้างหลังโบสถ์
ไม่ต้องเสียเวลาพูดคำสาบานอะไรทั้งนั้น
นายต้องฟังฉันก่อน
พวกเขากำลังเปิดโอกาสให้ “พูดคัดค้านออกมา”
แล้วนายก็ตอบกลับมาว่า “พวกเราหนีไปด้วยกันเถอะ (เผ่นกันตอนนี้เลย)”
เดี๋ยวฉันจะรีบตามไป
ถอดสูททิ้งแล้วไปเจอกันตรงประตูหลัง
ที่รัก ฉันไม่ได้พูดคำสาบานสักคำเลยนะ (ไม่ได้เอ่ยเลยจริง ๆ)
โชคดีชะมัดที่เธอโผล่มา
ตอนที่เขากำลังถามหาคนคัดค้านพอดี






























Comments are off this post