ชีวิตดิ่งลงเหวถึงขีดสุด ทั้งหลุดการควบคุมและจมปลักอยู่ในความสิ้นหวัง ในขณะที่คนอื่นกลับมีชีวิตที่ราบรื่นผิดกับเรา แต่ในวินาทีที่แทบจะทนต่อความทรมานไม่ไหวและพร้อมจะยอมแพ้ ดันมีใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาช่วยปลดปล่อยเราออกจากฝันร้ายนั้นได้ทันเวลาพอดี
Eng - Thai
Come on, oh, my star is fadin’
ให้ตายสิ ประกายแสงในชีวิตฉันกำลังจะดับลงแล้ว
And I swerve out of control
แล้วฉันก็เริ่มเสียการควบคุม หลุดออกนอกเส้นทางไปทุกที
And if I, oh, if I’d only waited
ถ้าตอนนั้นฉันรู้จักใจเย็นและอดทนรออีกหน่อย
I’d not be stuck here in this hole
ก็คงไม่ต้องมาติดหล่มอยู่ตรงนี้
Come here, oh, my star is fadin’
มาหาหน่อยสิ อนาคตฉันมันสลัวลงเรื่อย ๆ
And I swerve out of control
ฉันเริ่มประคองตัวเองไม่อยู่แล้ว
And I swear I waited and waited
ทั้งที่ฉันก็สาบานได้ว่าอดทนรอมาตลอด
I’ve got to get out of this hole
ฉันต้องพาตัวเองออกไปจากจุดตกต่ำนี้ให้ได้
But time is on your side
แต่เวลามันกลับเข้าข้างเธอ
It’s on your side now
ตอนนี้อะไร ๆ ก็เป็นใจให้เธอไปหมด
Not pushin’ you down and all around
ไม่ได้คอยโถมกระหน่ำกดเธอให้จมดินเหมือนฉัน
It’s no cause for concern
เธอเลยไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องมากังวลเลยสักนิด
(Ooh) Come on, oh, my star is fadin’
ขอร้องละ แสงสว่างสุดท้ายในชีวิตฉันกำลังจะหายไป
(Ooh) And I see no chance of release
มองไม่เห็นทางหลุดพ้นจากความทุกข์นี้ได้เลย
(Ooh) And I know I’m dead on the surface
ภายนอกฉันอาจดูนิ่งเฉยเหมือนตายไปแล้ว
(Ooh) But I am screamin’ underneath
แต่ข้างในใจกลับกำลังกรีดร้องอย่างทรมาน
And time is on your side
ในขณะที่เวลากลับเคียงข้างเธอเสมอ
It’s on your side now
ตอนนี้ชีวิตเธอรอดพ้นทุกอย่างไปได้ด้วยดี
Not pushin’ you down and all around, oh
ไม่โดนปัญหาถาโถมเข้าใส่จนล้มลุกคลุกคลาน
It’s no cause for concern
เธอไม่มีอะไรต้องกลัวเลยจริง ๆ
Stuck on the end of this ball and chain
ตรวนแห่งความทรมานมันล่ามฉันไว้ไม่ยอมปล่อย
And I’m on my way back down again
และฉันก็กำลังจะดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดอีกครั้ง
Stood on a bridge, tied to a noose
ยืนอยู่บนสะพานพร้อมเชือกแขวนคอที่พันแน่น
Sick to the stomach
รู้สึกพะอืดพะอมจนอยากจะอ้วกออกมา
You can say what you mean, but it won’t change a thing
เธอจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ มันไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นหรอก
I’m sick of the secrets
ฉันเอียนกับความลับเต็มที
Stood on the edge, tied to the noose
ยืนหมิ่นเหม่ตรงขอบสะพาน มีเชือกผูกมัดติดไว้
And you came along and you cut me loose
แต่เธอกลับเดินเข้ามา แล้วช่วยตัดเชือกปล่อยฉันให้เป็นอิสระ
You came along and you cut me loose
เธอเดินเข้ามาตัดพันธนาการพวกนี้ทิ้งไป
You came along and you cut me loose
เธอช่วยปลดปล่อยฉันให้หลุดพ้นซะที
Eng
Come on, oh, my star is fadin’
And I swerve out of control
And if I, oh, if I’d only waited
I’d not be stuck here in this hole
Come here, oh, my star is fadin’
And I swerve out of control
And I swear I waited and waited
I’ve got to get out of this hole
But time is on your side
It’s on your side now
Not pushin’ you down and all around
It’s no cause for concern
(Ooh) Come on, oh, my star is fadin’
(Ooh) And I see no chance of release
(Ooh) And I know I’m dead on the surface
(Ooh) But I am screamin’ underneath
And time is on your side
It’s on your side now
Not pushin’ you down and all around, oh
It’s no cause for concern
Stuck on the end of this ball and chain
And I’m on my way back down again
Stood on a bridge, tied to a noose
Sick to the stomach
You can say what you mean, but it won’t change a thing
I’m sick of the secrets
Stood on the edge, tied to the noose
And you came along and you cut me loose
You came along and you cut me loose
You came along and you cut me loose
Thai
ให้ตายสิ ประกายแสงในชีวิตฉันกำลังจะดับลงแล้ว
แล้วฉันก็เริ่มเสียการควบคุม หลุดออกนอกเส้นทางไปทุกที
ถ้าตอนนั้นฉันรู้จักใจเย็นและอดทนรออีกหน่อย
ก็คงไม่ต้องมาติดหล่มอยู่ตรงนี้
มาหาหน่อยสิ อนาคตฉันมันสลัวลงเรื่อย ๆ
ฉันเริ่มประคองตัวเองไม่อยู่แล้ว
ทั้งที่ฉันก็สาบานได้ว่าอดทนรอมาตลอด
ฉันต้องพาตัวเองออกไปจากจุดตกต่ำนี้ให้ได้
แต่เวลามันกลับเข้าข้างเธอ
ตอนนี้อะไร ๆ ก็เป็นใจให้เธอไปหมด
ไม่ได้คอยโถมกระหน่ำกดเธอให้จมดินเหมือนฉัน
เธอเลยไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องมากังวลเลยสักนิด
ขอร้องละ แสงสว่างสุดท้ายในชีวิตฉันกำลังจะหายไป
มองไม่เห็นทางหลุดพ้นจากความทุกข์นี้ได้เลย
ภายนอกฉันอาจดูนิ่งเฉยเหมือนตายไปแล้ว
แต่ข้างในใจกลับกำลังกรีดร้องอย่างทรมาน
ในขณะที่เวลากลับเคียงข้างเธอเสมอ
ตอนนี้ชีวิตเธอรอดพ้นทุกอย่างไปได้ด้วยดี
ไม่โดนปัญหาถาโถมเข้าใส่จนล้มลุกคลุกคลาน
เธอไม่มีอะไรต้องกลัวเลยจริง ๆ
ตรวนแห่งความทรมานมันล่ามฉันไว้ไม่ยอมปล่อย
และฉันก็กำลังจะดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดอีกครั้ง
ยืนอยู่บนสะพานพร้อมเชือกแขวนคอที่พันแน่น
รู้สึกพะอืดพะอมจนอยากจะอ้วกออกมา
เธอจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ มันไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นหรอก
ฉันเอียนกับความลับเต็มที
ยืนหมิ่นเหม่ตรงขอบสะพาน มีเชือกผูกมัดติดไว้
แต่เธอกลับเดินเข้ามา แล้วช่วยตัดเชือกปล่อยฉันให้เป็นอิสระ
เธอเดินเข้ามาตัดพันธนาการพวกนี้ทิ้งไป
เธอช่วยปลดปล่อยฉันให้หลุดพ้นซะที










Comments are off this post