ความรู้สึกเสียดายเวลาที่ผ่านไปกับความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันหวนคืน บางครั้งเราก็กลัวจนไม่กล้าทำในสิ่งที่อยากทำ จนสุดท้ายมารู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้ว ทางเดียวที่จะหลุดพ้นจากความทุกข์นี้ได้ อาจเป็นการปล่อยวางอัตตา เลิกยึดติดว่าตัวเองต้องเป็นใครสักคน แล้วใช้ชีวิตให้เป็นอิสระไปกับเวลาที่เหลืออยู่
Eng - Thai
I stand on my own two feet
ตอนนี้ฉันยืนได้ด้วยตัวเองแล้ว
We could die on the same page next week
สัปดาห์หน้าเราสองคนอาจจะเข้าใจกันดีจนยอมตายรังไปด้วยกันก็ได้
If you don’t do what you want, say what you mean
แต่ถ้าเธอไม่คิดจะทำตามใจตัวเอง หรือไม่ยอมพูดสิ่งที่รู้สึกจริง ๆ ออกมา
Don’t do it at all, don’t do that to me
ก็อย่าทำมันเลยซะดีกว่า อย่าทำร้ายกันแบบนี้เลย
I think of the stain and know it is long
พอนึกถึงรอยแผลใจที่ฝากไว้ ก็รู้เลยว่าคงต้องใช้เวลาเยียวยาอีกนาน
The way that someone is leaving this world
การที่ต้องเห็นใครสักคนจากโลกนี้ไป
Can be so sentimental
มันชวนให้ใจหายได้ง่าย ๆ เลยนะ
Maybe I’m too sentimental
หรือบางทีฉันอาจจะอ่อนไหวมากเกินไปเอง
And as you lay here wishing for last week
ขณะที่เธอนอนจมอยู่ตรงนี้แล้วอยากย้อนเวลากลับไปอาทิตย์ก่อน
You’ll never get back what you spent on me
เธอก็ไม่มีวันได้เวลาที่เสียไปให้ฉันกลับคืนมาแล้วละ
Time waits for no one (Time waits for no one)
เพราะเวลาไม่เคยหมุนย้อนกลับมารอใคร
Naturally (Naturally)
มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตอยู่แล้ว
If we could be no one (We could be no one)
ถ้าเพียงแต่เรายอมปล่อยวางตัวตนลงได้
We could be free
เราสองคนก็คงจะเป็นอิสระอย่างแท้จริง
Time, you and me
ปล่อยให้เหลือแค่เวลา เธอกับตัวฉันเอง
He’ll waste the days till forty-five
คงปล่อยชีวิตให้เสียเปล่าไปเรื่อย ๆ จนอายุสี่สิบห้า
Then say, “How lonely am I, how lonely am I”
แล้วค่อยมาคร่ำครวญว่าตัวเองช่างโดดเดี่ยวอ้างว้างเหลือเกิน
And regrets the time as he waits to die
แล้วมานั่งนึกเสียดายเวลาเอาตอนที่ใกล้จะหมดลมหายใจ
‘Cause he never did what he thought he might
เพียงเพราะไม่เคยลงมือทำในสิ่งที่เคยตั้งใจไว้เลยสักที
And everybody rides the carousel, that’s what it cost
ชีวิตทุกคนก็เหมือนการขึ้นม้าหมุนที่มีราคาต้องจ่าย
To get on again and off again, to lose the ones you love
มีขึ้นมีลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อจะเรียนรู้การสูญเสียคนที่รักไป
But to have them for the hours and the minutes that there was
แต่ก็เพื่อได้กอดเก็บช่วงเวลาไม่กี่นาทีที่มีค่าเหล่านั้นไว้
Hours that there was
ช่วงเวลาดี ๆ ที่เคยเกิดขึ้นจริง
And as you lay here wishing for last week
ขณะที่เธอนอนจมอยู่ตรงนี้แล้วอยากย้อนเวลากลับไปอาทิตย์ก่อน
You’ll never get back what you spent on me
เธอก็ไม่มีวันได้เวลาที่เสียไปให้ฉันกลับคืนมาแล้วละ
Time waits for no one (Time waits for no one)
เพราะเวลาไม่เคยหมุนย้อนกลับมารอใคร
So naturally (Naturally)
มันก็เป็นสัจธรรมธรรมดาของโลก
If we could be no one (We could be no one)
ถ้าเพียงแต่เรายอมปล่อยวางตัวตนลงได้
We could be free
เราสองคนก็คงจะเป็นอิสระอย่างแท้จริง
Time, you and me
ปล่อยให้เหลือแค่เวลา เธอกับตัวฉันเอง
Time, you and me, oh
เหลือแค่เรื่องของเวลา ระหว่างเธอกับฉันเท่านั้น
Come now, let’s walk down the long road ahead
มาสิ มาเริ่มก้าวเดินไปบนเส้นทางสายยาวข้างหน้าด้วยกันดีกว่า
You could be someone or someone instead
เธอจะเลือกเป็นตัวเอง หรือจะยอมเป็นคนอื่นทดแทนก็ได้ทั้งนั้น
And as you lay here wishing for last week
ขณะที่เธอนอนจมอยู่ตรงนี้แล้วอยากย้อนเวลากลับไปอาทิตย์ก่อน
You’ll never get back what you spent on me
เธอก็ไม่มีวันได้เวลาที่เสียไปให้ฉันกลับคืนมาแล้วละ
Time waits for no one (Time waits for no one)
เพราะเวลาไม่เคยหมุนย้อนกลับมารอใคร
Naturally, mm (Naturally)
มันเป็นธรรมดาของชีวิตอยู่แล้วละ
If we could be no one (We could be no one)
ถ้าเพียงแต่เรายอมปล่อยวางตัวตนลงได้
We could be free
เราสองคนก็คงจะเป็นอิสระอย่างแท้จริง
Time, you and me
ปล่อยให้เหลือแค่เวลา เธอกับตัวฉันเอง
Eng
I stand on my own two feet
We could die on the same page next week
If you don’t do what you want, say what you mean
Don’t do it at all, don’t do that to me
I think of the stain and know it is long
The way that someone is leaving this world
Can be so sentimental
Maybe I’m too sentimental
And as you lay here wishing for last week
You’ll never get back what you spent on me
Time waits for no one (Time waits for no one)
Naturally (Naturally)
If we could be no one (We could be no one)
We could be free
Time, you and me
He’ll waste the days till forty-five
Then say, “How lonely am I, how lonely am I”
And regrets the time as he waits to die
‘Cause he never did what he thought he might
And everybody rides the carousel, that’s what it cost
To get on again and off again, to lose the ones you love
But to have them for the hours and the minutes that there was
Hours that there was
And as you lay here wishing for last week
You’ll never get back what you spent on me
Time waits for no one (Time waits for no one)
So naturally (Naturally)
If we could be no one (We could be no one)
We could be free
Time, you and me
Time, you and me, oh
Come now, let’s walk down the long road ahead
You could be someone or someone instead
And as you lay here wishing for last week
You’ll never get back what you spent on me
Time waits for no one (Time waits for no one)
Naturally, mm (Naturally)
If we could be no one (We could be no one)
We could be free
Time, you and me
Thai
ตอนนี้ฉันยืนได้ด้วยตัวเองแล้ว
สัปดาห์หน้าเราสองคนอาจจะเข้าใจกันดีจนยอมตายรังไปด้วยกันก็ได้
แต่ถ้าเธอไม่คิดจะทำตามใจตัวเอง หรือไม่ยอมพูดสิ่งที่รู้สึกจริง ๆ ออกมา
ก็อย่าทำมันเลยซะดีกว่า อย่าทำร้ายกันแบบนี้เลย
พอนึกถึงรอยแผลใจที่ฝากไว้ ก็รู้เลยว่าคงต้องใช้เวลาเยียวยาอีกนาน
การที่ต้องเห็นใครสักคนจากโลกนี้ไป
มันชวนให้ใจหายได้ง่าย ๆ เลยนะ
หรือบางทีฉันอาจจะอ่อนไหวมากเกินไปเอง
ขณะที่เธอนอนจมอยู่ตรงนี้แล้วอยากย้อนเวลากลับไปอาทิตย์ก่อน
เธอก็ไม่มีวันได้เวลาที่เสียไปให้ฉันกลับคืนมาแล้วละ
เพราะเวลาไม่เคยหมุนย้อนกลับมารอใคร
มันก็เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตอยู่แล้ว
ถ้าเพียงแต่เรายอมปล่อยวางตัวตนลงได้
เราสองคนก็คงจะเป็นอิสระอย่างแท้จริง
ปล่อยให้เหลือแค่เวลา เธอกับตัวฉันเอง
คงปล่อยชีวิตให้เสียเปล่าไปเรื่อย ๆ จนอายุสี่สิบห้า
แล้วค่อยมาคร่ำครวญว่าตัวเองช่างโดดเดี่ยวอ้างว้างเหลือเกิน
แล้วมานั่งนึกเสียดายเวลาเอาตอนที่ใกล้จะหมดลมหายใจ
เพียงเพราะไม่เคยลงมือทำในสิ่งที่เคยตั้งใจไว้เลยสักที
ชีวิตทุกคนก็เหมือนการขึ้นม้าหมุนที่มีราคาต้องจ่าย
มีขึ้นมีลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อจะเรียนรู้การสูญเสียคนที่รักไป
แต่ก็เพื่อได้กอดเก็บช่วงเวลาไม่กี่นาทีที่มีค่าเหล่านั้นไว้
ช่วงเวลาดี ๆ ที่เคยเกิดขึ้นจริง
ขณะที่เธอนอนจมอยู่ตรงนี้แล้วอยากย้อนเวลากลับไปอาทิตย์ก่อน
เธอก็ไม่มีวันได้เวลาที่เสียไปให้ฉันกลับคืนมาแล้วละ
เพราะเวลาไม่เคยหมุนย้อนกลับมารอใคร
มันก็เป็นสัจธรรมธรรมดาของโลก
ถ้าเพียงแต่เรายอมปล่อยวางตัวตนลงได้
เราสองคนก็คงจะเป็นอิสระอย่างแท้จริง
ปล่อยให้เหลือแค่เวลา เธอกับตัวฉันเอง
เหลือแค่เรื่องของเวลา ระหว่างเธอกับฉันเท่านั้น
มาสิ มาเริ่มก้าวเดินไปบนเส้นทางสายยาวข้างหน้าด้วยกันดีกว่า
เธอจะเลือกเป็นตัวเอง หรือจะยอมเป็นคนอื่นทดแทนก็ได้ทั้งนั้น
ขณะที่เธอนอนจมอยู่ตรงนี้แล้วอยากย้อนเวลากลับไปอาทิตย์ก่อน
เธอก็ไม่มีวันได้เวลาที่เสียไปให้ฉันกลับคืนมาแล้วละ
เพราะเวลาไม่เคยหมุนย้อนกลับมารอใคร
มันเป็นธรรมดาของชีวิตอยู่แล้วละ
ถ้าเพียงแต่เรายอมปล่อยวางตัวตนลงได้
เราสองคนก็คงจะเป็นอิสระอย่างแท้จริง
ปล่อยให้เหลือแค่เวลา เธอกับตัวฉันเอง










Comments are off this post