LYRIC

การเติบโตมาพร้อมความมืดมนและเสียงวุ่นวายในหัว ไม่ใช่สิ่งที่ต้องพยายามรักษาให้หาย แต่คือพลังดิบที่ต้องเรียนรู้จะคุมมันให้ได้ ไฟในตัวและปีศาจพวกนี้แหละที่จะพาเราพุ่งชนไปถึงเป้าหมาย ขอแค่ล่ามสายรั้งคุมมันไว้ อย่าปล่อยให้พวกมันมาสยบความเป็นตัวเราก็พอ

Eng - Thai


Mmm, mmm, mmm, mmm
ฮึม…
Mmm, mmm, mmm, mmm
ฮึม…

When I was a child, I heard voices
ตอนเด็ก ๆ ฉันมักจะได้ยินเสียงแว่วในหัว
Some would sing and some would scream
บางเสียงก็ร้องเพลง บางเสียงก็กรีดร้องโวยวาย
You soon find you have few choices
ไม่นานก็รู้ว่าตัวเองไม่ได้มีทางเลือกมากนักหรอก
I learned the voices died with me
สุดท้ายก็เข้าใจว่าเสียงพวกนี้จะดับสูญไปพร้อมกับฉัน
When I was a child, I’d sit for hours
สมัยยังเด็ก ฉันนั่งเหม่อได้เป็นชั่วโมง ๆ
Staring into open flame, something in it had a power
จ้องมองเข้าไปในกองไฟ เหมือนมีพลังบางอย่างดึงดูดไว้อย่างประหลาด
Could barely tear my eyes away
จนแทบจะละสายตาออกไปไหนไม่ได้เลย

All you have is your fire
สิ่งเดียวที่เรามีคือไฟที่ลุกโชนอยู่ในตัว
And the place you need to reach
กับเป้าหมายที่ต้องฝ่าไปให้ถึง
Don’t you ever tame your demons
อย่าคิดจะไปสะกดจิตใจอันมืดมนให้มันเชื่องเด็ดขาด
But always keep them on a leash
แค่ใส่ปลอกคอล่ามสัญชาตญาณดิบพวกนั้นไว้ก็พอ

Mmm, mmm, mmm, mmm
ฮึม…
Mmm, mmm, mmm, mmm
ฮึม…

When I was sixteen, my senses fooled me
พออายุสิบหก ประสาทสัมผัสก็เริ่มเล่นซ่อนแอบ
Thought gasoline was on my clothes
หลอนไปเองว่ามีกลิ่นน้ำมันเบนซินชุ่มอยู่ตามเสื้อผ้า
I knew that something would always rule me
ถึงได้รู้ว่าชีวิตนี้ต้องมีบางอย่างคอยบงการอยู่เสมอ
I knew this scent was mine alone
และกลิ่นอันตรายแบบนี้ก็เป็นเอกลักษณ์ของฉันคนเดียว

All you have is your fire
สิ่งเดียวที่เรามีคือไฟที่ลุกโชนอยู่ในตัว
And the place you need to reach
กับเป้าหมายที่ต้องฝ่าไปให้ถึง
Don’t you ever tame your demons
อย่าคิดจะไปสะกดจิตใจอันมืดมนให้มันเชื่องเด็ดขาด
Always keep them on a leash
คุมพวกมันไว้ในกำมือก็พอ

When I was a man, I thought it ended
พอโตเป็นผู้ใหญ่ ก็นึกว่าเรื่องบ้า ๆ จะจบลงซะที
When I knew love’s perfect ache
ตอนที่ได้สัมผัสความเจ็บปวดอันแสนหวานของความรัก
But my peace has always depended
แต่ความสงบสุขในชีวิตกลับต้องพึ่งพา
On all the ashes in my wake
ซากเถ้าถ่านและความพังพินาศที่ทิ้งไว้ข้างหลังเสมอ

All you have is your fire
สิ่งเดียวที่เรามีคือไฟที่ลุกโชนอยู่ในตัว
And the place you need to reach
กับเป้าหมายที่ต้องฝ่าไปให้ถึง
Don’t you ever tame your demons
อย่าคิดจะไปสะกดจิตใจอันมืดมนให้มันเชื่องเด็ดขาด
But always keep them on a leash
แค่ใส่ปลอกคอล่ามสัญชาตญาณดิบพวกนั้นไว้ก็พอ

Eng


Mmm, mmm, mmm, mmm
Mmm, mmm, mmm, mmm

When I was a child, I heard voices
Some would sing and some would scream
You soon find you have few choices
I learned the voices died with me
When I was a child, I’d sit for hours
Staring into open flame, something in it had a power
Could barely tear my eyes away

All you have is your fire
And the place you need to reach
Don’t you ever tame your demons
But always keep them on a leash

Mmm, mmm, mmm, mmm
Mmm, mmm, mmm, mmm

When I was sixteen, my senses fooled me
Thought gasoline was on my clothes
I knew that something would always rule me
I knew this scent was mine alone

All you have is your fire
And the place you need to reach
Don’t you ever tame your demons
Always keep them on a leash

When I was a man, I thought it ended
When I knew love’s perfect ache
But my peace has always depended
On all the ashes in my wake

All you have is your fire
And the place you need to reach
Don’t you ever tame your demons
But always keep them on a leash

Thai


ฮึม…
ฮึม…

ตอนเด็ก ๆ ฉันมักจะได้ยินเสียงแว่วในหัว
บางเสียงก็ร้องเพลง บางเสียงก็กรีดร้องโวยวาย
ไม่นานก็รู้ว่าตัวเองไม่ได้มีทางเลือกมากนักหรอก
สุดท้ายก็เข้าใจว่าเสียงพวกนี้จะดับสูญไปพร้อมกับฉัน
สมัยยังเด็ก ฉันนั่งเหม่อได้เป็นชั่วโมง ๆ
จ้องมองเข้าไปในกองไฟ เหมือนมีพลังบางอย่างดึงดูดไว้อย่างประหลาด
จนแทบจะละสายตาออกไปไหนไม่ได้เลย

สิ่งเดียวที่เรามีคือไฟที่ลุกโชนอยู่ในตัว
กับเป้าหมายที่ต้องฝ่าไปให้ถึง
อย่าคิดจะไปสะกดจิตใจอันมืดมนให้มันเชื่องเด็ดขาด
แค่ใส่ปลอกคอล่ามสัญชาตญาณดิบพวกนั้นไว้ก็พอ

ฮึม…
ฮึม…

พออายุสิบหก ประสาทสัมผัสก็เริ่มเล่นซ่อนแอบ
หลอนไปเองว่ามีกลิ่นน้ำมันเบนซินชุ่มอยู่ตามเสื้อผ้า
ถึงได้รู้ว่าชีวิตนี้ต้องมีบางอย่างคอยบงการอยู่เสมอ
และกลิ่นอันตรายแบบนี้ก็เป็นเอกลักษณ์ของฉันคนเดียว

สิ่งเดียวที่เรามีคือไฟที่ลุกโชนอยู่ในตัว
กับเป้าหมายที่ต้องฝ่าไปให้ถึง
อย่าคิดจะไปสะกดจิตใจอันมืดมนให้มันเชื่องเด็ดขาด
คุมพวกมันไว้ในกำมือก็พอ

พอโตเป็นผู้ใหญ่ ก็นึกว่าเรื่องบ้า ๆ จะจบลงซะที
ตอนที่ได้สัมผัสความเจ็บปวดอันแสนหวานของความรัก
แต่ความสงบสุขในชีวิตกลับต้องพึ่งพา
ซากเถ้าถ่านและความพังพินาศที่ทิ้งไว้ข้างหลังเสมอ

สิ่งเดียวที่เรามีคือไฟที่ลุกโชนอยู่ในตัว
กับเป้าหมายที่ต้องฝ่าไปให้ถึง
อย่าคิดจะไปสะกดจิตใจอันมืดมนให้มันเชื่องเด็ดขาด
แค่ใส่ปลอกคอล่ามสัญชาตญาณดิบพวกนั้นไว้ก็พอ


ให้คะแนนสำหรับคำแปลเพลงนี้

คะแนนเฉลี่ย 5 คะแนน, จำนวนคนโหวต 7 คน

กดโหวตคนแรกเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปล

เขียนติชม ข้อเสนอแนะของท่านเพื่อให้เราทำการแก้ไข และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

Comments are off this post