LYRIC

การมีใครสักคนเข้ามาเป็นที่พักพิงในวันที่ข้างในพังยับเยิน จากคนที่เคยตั้งกำแพงและหวาดกลัวความเจ็บปวด กลับพบว่าแค่มีเธอคอยอยู่ข้างกาย โลกที่เคยสับสนวุ่นวายก็กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยขึ้นมาทันที จนไม่อยากปล่อยมือและไม่อยากต้องเผชิญหน้ากับอะไรคนเดียวอีกต่อไป

Eng - Thai


You hold my hand through turbulence
เธอคอยกุมมือฉันไว้ในวันที่เจอมรสุมชีวิต
You sugarcoat the oxygen
คอยเปลี่ยนบรรยากาศรอบตัวให้หายใจได้โล่งขึ้น
My lungs are full, I’m sick again
สูดความอบอุ่นเข้าไปจนล้น เริ่มคลั่งรักอีกแล้วสิ
I feel you coming on
รับรู้ได้เลยว่าเธอกำลังเข้ามามีผลต่อหัวใจ
You never simply talk to me
เธอไม่เคยแค่คุยเล่นไปวัน ๆ
You tell the truth about everything
แต่เปิดใจพูดความจริงอย่างตรงไปตรงมา
Of all of your afflictions
ในบรรดานิสัยแปลก ๆ ทั้งหมดของเธอ
That is my favorite one
มุมนี้แหละที่ฉันชอบที่สุด

And, oh, well, it’s turning out I’m better when
แล้วมันก็กลายเป็นว่าฉันรู้สึกดีขึ้นมากเวลา
Oh, when you stop and stick around
เวลาที่เธอหยุดพักแล้วยอมอยู่ข้าง ๆ กันตรงนี้
I’ll go anywhere you want, but then again
จะให้ตามไปที่ไหนก็ได้แหละ แต่เอาเข้าจริง
I like this house
ฉันชอบอยู่บ้านหลังนี้กับเธอมากกว่า

You used to be a mystery
เมื่อก่อนเธอดูเป็นปริศนาที่เข้าใจยากชะมัด
A bruise you left, an injury
สร้างแต่รอยช้ำทิ้งความเจ็บไว้ให้
I thought you lived for suffering
เคยคิดว่าเธอเป็นพวกเสพติดความทุกข์ระทม
But thank God I was wrong
แต่ก็ขอบคุณสวรรค์จริง ๆ ที่ฉันคิดผิด
Your family feels like family
ครอบครัวเธอก็ให้ความอบอุ่นเหมือนบ้านที่แท้จริง
You see what I can’t seem to see
เธอมองเห็นข้อดีในตัวฉันที่ตัวเองยังมองข้าม
I don’t know where to put it all
ไม่รู้จะเก็บความรู้สึกตื้นตันพวกนี้ไว้ที่ไหนดี
I’ll put you in a song
เลยขอเก็บเรื่องราวของเธอเอาไว้ในเพลงนี้แทน

And, oh, I was burning out, but then you said
ตอนที่ฉันหมดไฟจนแทบไม่ไหว เธอกลับบอกว่า
Oh, “You should leave the light on”
“จุดไฟทิ้งไว้เถอะ อย่าเพิ่งยอมแพ้นะ”
And I’ll go if you ask me to, but then again
ถ้าเธออยากให้ไปฉันก็พร้อมตามใจ แต่ลึก ๆ แล้ว
Don’t drop me off
อย่าปล่อยทิ้งฉันไว้ข้างทางเลย
Oh, well, it can’t be a coincidence
มันคงไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญแน่
Oh, that I falter when you’re gone
ที่ฉันต้องเซไปทุกครั้งยามไม่มีเธอ
And I cope, but I promise you it’s different
ฉันเอาตัวรอดคนเดียวได้ แต่รับรองเลยว่าความรู้สึกมันต่างกันลิบลับ
You’re strong, I’m not
เธอทั้งเก่งและเข้มแข็ง ส่วนฉันไม่เลยสักนิด
You’re strong, I’m not
เธอใจแข็งมากพอ แต่ฉันทำไม่ได้จริง ๆ

It’s the shape of your hands
สัมผัสจากฝ่ามือคู่นั้น
Made me brave once again
ช่วยดึงความกล้าหาญของฉันให้กลับคืนมา
You became where I land
เธอกลายเป็นจุดลงจอดที่ปลอดภัยที่สุด
Now you hold all of it
และคอยประคองทุกเศษเสี้ยวของฉันไว้หมดแล้ว

You hold my hand through turbulence
เธอคอยจับมือฉันฝ่าทุกความปั่นป่วน
You sugarcoat the oxygen
ทำให้ทุกครั้งที่หายใจมันง่ายขึ้นเสมอ
My lungs are full, I’m sick again
สูดความสุขเข้าไปจนเต็มอก หวั่นไหวอีกรอบแล้ว
I feel you coming on
สัมผัสได้ถึงอิทธิพลของเธอที่ครอบงำหัวใจ
Of all of your afflictions
ในบรรดาความแปลกทั้งหมดในตัวเธอ
That is my favorite one
ข้อนี้แหละที่ฉันตกหลุมรักที่สุด

And, oh, well, it’s turning out I’m better when
สุดท้ายกลายเป็นว่าฉันเป็นคนที่ดีกว่าเดิมเวลา
Oh, when you stop and stick around
เวลาที่เธอหยุดอยู่ตรงนี้และไม่ไปไหน
I’ll go anywhere you want, but then again
จะพาไปไหนก็ได้ทั้งนั้น แต่ถ้าเลือกได้
Well, I like this house
ฉันชอบพื้นที่ตรงนี้ของเราที่สุด
And oh, I was burning out, but then you said
ช่วงที่ใจฉันมอดดับจนแทบพัง เธอกลับย้ำว่า
Oh, “You should leave the light on”
“เปิดไฟในใจไว้เถอะ ยังมีความหวังอยู่นะ”
I’ll go if you asked me to, but then again
ฉันยอมไปได้ถ้าเธอขอร้อง แต่จริง ๆ แล้ว
Don’t drop me off
อย่าทิ้งฉันไว้ข้างหลังเลยนะ

Hm, don’t drop me off
อย่าปล่อยให้ฉันต้องอยู่คนเดียวเลย
Huh, hm
อยู่ด้วยกันตรงนี้นะ

Eng


You hold my hand through turbulence
You sugarcoat the oxygen
My lungs are full, I’m sick again
I feel you coming on
You never simply talk to me
You tell the truth about everything
Of all of your afflictions
That is my favorite one

And, oh, well, it’s turning out I’m better when
Oh, when you stop and stick around
I’ll go anywhere you want, but then again
I like this house

You used to be a mystery
A bruise you left, an injury
I thought you lived for suffering
But thank God I was wrong
Your family feels like family
You see what I can’t seem to see
I don’t know where to put it all
I’ll put you in a song

And, oh, I was burning out, but then you said
Oh, “You should leave the light on”
And I’ll go if you ask me to, but then again
Don’t drop me off
Oh, well, it can’t be a coincidence
Oh, that I falter when you’re gone
And I cope, but I promise you it’s different
You’re strong, I’m not
You’re strong, I’m not

It’s the shape of your hands
Made me brave once again
You became where I land
Now you hold all of it

You hold my hand through turbulence
You sugarcoat the oxygen
My lungs are full, I’m sick again
I feel you coming on
Of all of your afflictions
That is my favorite one

And, oh, well, it’s turning out I’m better when
Oh, when you stop and stick around
I’ll go anywhere you want, but then again
Well, I like this house
And oh, I was burning out, but then you said
Oh, “You should leave the light on”
I’ll go if you asked me to, but then again
Don’t drop me off

Hm, don’t drop me off
Huh, hm

Thai


เธอคอยกุมมือฉันไว้ในวันที่เจอมรสุมชีวิต
คอยเปลี่ยนบรรยากาศรอบตัวให้หายใจได้โล่งขึ้น
สูดความอบอุ่นเข้าไปจนล้น เริ่มคลั่งรักอีกแล้วสิ
รับรู้ได้เลยว่าเธอกำลังเข้ามามีผลต่อหัวใจ
เธอไม่เคยแค่คุยเล่นไปวัน ๆ
แต่เปิดใจพูดความจริงอย่างตรงไปตรงมา
ในบรรดานิสัยแปลก ๆ ทั้งหมดของเธอ
มุมนี้แหละที่ฉันชอบที่สุด

แล้วมันก็กลายเป็นว่าฉันรู้สึกดีขึ้นมากเวลา
เวลาที่เธอหยุดพักแล้วยอมอยู่ข้าง ๆ กันตรงนี้
จะให้ตามไปที่ไหนก็ได้แหละ แต่เอาเข้าจริง
ฉันชอบอยู่บ้านหลังนี้กับเธอมากกว่า

เมื่อก่อนเธอดูเป็นปริศนาที่เข้าใจยากชะมัด
สร้างแต่รอยช้ำทิ้งความเจ็บไว้ให้
เคยคิดว่าเธอเป็นพวกเสพติดความทุกข์ระทม
แต่ก็ขอบคุณสวรรค์จริง ๆ ที่ฉันคิดผิด
ครอบครัวเธอก็ให้ความอบอุ่นเหมือนบ้านที่แท้จริง
เธอมองเห็นข้อดีในตัวฉันที่ตัวเองยังมองข้าม
ไม่รู้จะเก็บความรู้สึกตื้นตันพวกนี้ไว้ที่ไหนดี
เลยขอเก็บเรื่องราวของเธอเอาไว้ในเพลงนี้แทน

ตอนที่ฉันหมดไฟจนแทบไม่ไหว เธอกลับบอกว่า
“จุดไฟทิ้งไว้เถอะ อย่าเพิ่งยอมแพ้นะ”
ถ้าเธออยากให้ไปฉันก็พร้อมตามใจ แต่ลึก ๆ แล้ว
อย่าปล่อยทิ้งฉันไว้ข้างทางเลย
มันคงไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญแน่
ที่ฉันต้องเซไปทุกครั้งยามไม่มีเธอ
ฉันเอาตัวรอดคนเดียวได้ แต่รับรองเลยว่าความรู้สึกมันต่างกันลิบลับ
เธอทั้งเก่งและเข้มแข็ง ส่วนฉันไม่เลยสักนิด
เธอใจแข็งมากพอ แต่ฉันทำไม่ได้จริง ๆ

สัมผัสจากฝ่ามือคู่นั้น
ช่วยดึงความกล้าหาญของฉันให้กลับคืนมา
เธอกลายเป็นจุดลงจอดที่ปลอดภัยที่สุด
และคอยประคองทุกเศษเสี้ยวของฉันไว้หมดแล้ว

เธอคอยจับมือฉันฝ่าทุกความปั่นป่วน
ทำให้ทุกครั้งที่หายใจมันง่ายขึ้นเสมอ
สูดความสุขเข้าไปจนเต็มอก หวั่นไหวอีกรอบแล้ว
สัมผัสได้ถึงอิทธิพลของเธอที่ครอบงำหัวใจ
ในบรรดาความแปลกทั้งหมดในตัวเธอ
ข้อนี้แหละที่ฉันตกหลุมรักที่สุด

สุดท้ายกลายเป็นว่าฉันเป็นคนที่ดีกว่าเดิมเวลา
เวลาที่เธอหยุดอยู่ตรงนี้และไม่ไปไหน
จะพาไปไหนก็ได้ทั้งนั้น แต่ถ้าเลือกได้
ฉันชอบพื้นที่ตรงนี้ของเราที่สุด
ช่วงที่ใจฉันมอดดับจนแทบพัง เธอกลับย้ำว่า
“เปิดไฟในใจไว้เถอะ ยังมีความหวังอยู่นะ”
ฉันยอมไปได้ถ้าเธอขอร้อง แต่จริง ๆ แล้ว
อย่าทิ้งฉันไว้ข้างหลังเลยนะ

อย่าปล่อยให้ฉันต้องอยู่คนเดียวเลย
อยู่ด้วยกันตรงนี้นะ


ให้คะแนนสำหรับคำแปลเพลงนี้

คะแนนเฉลี่ย 5 คะแนน, จำนวนคนโหวต 4 คน

กดโหวตคนแรกเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปล

เขียนติชม ข้อเสนอแนะของท่านเพื่อให้เราทำการแก้ไข และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

Comments are off this post