ตอนกลางวันยังพอทนไหวเพราะพยายามหาอะไรทำจนหัวหมุนเพื่อจะได้ไม่ต้องนึกถึงเขา แต่พอตกดึกเมื่อไหร่ ความเงียบกับความมืดก็ดึงความทรงจำกลับมาทำร้ายซ้ำ ๆ ยิ่งในความฝันที่เขายังชัดเจนจนแทบคลั่ง สุดท้ายพอลืมตาตื่นขึ้นมา ก็พบแค่ความว่างเปล่าและความเดียวดายเหมือนเดิม
Eng - Thai
It’s okay in the day, I’m staying busy
ตอนกลางวันยังพอไหว ฉันพยายามหาอะไรทำให้ยุ่งเข้าไว้
Tied up enough, so I don’t have to wonder, “Where is he?”
วุ่นวายจนไม่มีเวลามานั่งคิดว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน
Got so sick of crying, so just lately
เริ่มเบื่อกับการร้องไห้ฟูมฟาย ช่วงนี้เลยต้องดัดนิสัยตัวเอง
When I catch myself, I do a 180
พอเริ่มฟุ้งซ่านเมื่อไหร่ ก็รีบหักดิบเปลี่ยนเรื่องทันที
I stay up, clean the house, at least I’m not drinking
ยอมอดหลับอดนอนมานั่งเก็บกวาดบ้าน อย่างน้อยก็ดีกว่าหันไปพึ่งเหล้า
Run around just so I don’t have to think about thinking
วิ่งวุ่นทำนู่นทำนี่ จะได้ไม่ต้องคิดอะไรให้รกสมอง
That silent sense of content that everyone gets
ความรู้สึกสงบสุขเรียบง่ายที่ใคร ๆ ต่างมีกัน
Just disappears soon as the sun sets
ดันมลายหายไปหมดทันทีที่อาทิตย์ลับขอบฟ้า
He’s fierce in my dreams, seizing my guts
เขาตามมาหลอกหลอนในฝันจนใจสั่นไปหมด
He floods me with dread
สาดความหวาดกลัวเข้ามาท่วมท้นหัวใจ
Soaked in sorrow, he swims in my eyes by the bed
ข้างเตียงนอนมีแต่ภาพเขา ลอยเคว้งอยู่ในดวงตาที่เอ่อล้นด้วยความเศร้า
Pour myself over him
ยอมทุ่มเทใจทั้งดวงให้เขาไป
Moon spilling in
ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา
And I wake up alone
แต่สุดท้ายก็ต้องลืมตาตื่นมาเพียงลำพัง
As far as my heart, I’d rather be restless
ถ้าว่าด้วยเรื่องหัวใจ ฉันยอมเหนื่อยล้าไม่ยอมพักยังดีกว่า
Second I stop, the sleep catches up and I’m breathless
แค่อยู่นิ่งเมื่อไหร่ ความง่วงก็ถาโถมจนแทบขาดใจ
‘Cause this ache in my chest, ’cause my day is done now
ความปวดร้าวรุมเร้าในอก เพราะหมดเวลาทำตัววุ่นวายแล้ว
The dark covers me and I cannot run now
ราตรีกาลกลืนกินทุกสิ่งจนฉันไม่อาจวิ่งหนี
My blood running cold, I stand before him (Before him)
เลือดในกายเย็นเฉียบ ยามยืนประจันหน้าเขา
It’s all I can do to assure him (Assure him)
ทำได้เพียงปลอบประโลมให้เขาสบายใจ
When he comes to me, I drip for him tonight
พอเขาก้าวเข้ามาหา ฉันก็แทบละลายยอมเขาทุกอย่างในคืนนี้
Drowning me, we bathe under blue light (Under blue)
ปล่อยให้ความรู้สึกกลืนกิน ท่ามกลางแสงสลัวสีน้ำเงิน
He’s fierce in my dreams, seizing my guts
ภาพเขายังเด่นชัดในความฝัน บีบคั้นจนจุกในอก
He floods me with dread
ซัดความหวาดหวั่นเข้ามาท่วมท้น
Soaked in sorrow, he swims in my eyes by the bed
นั่งมองเงาเขาข้างเตียง ผ่านม่านน้ำตาที่อาบไปด้วยความช้ำใจ
Pour myself over him
เทหมดทั้งหัวใจไปให้เขา
Moon spilling in
ปล่อยให้แสงจันทร์สาดส่องเข้ามา
And I wake up alone
แล้วก็สะดุ้งตื่นมาเจอความโดดเดี่ยวอีกครา
And I wake up alone
ตื่นมาเพียงลำพัง
And I wake up alone
ตื่นมาตัวคนเดียวอยู่ดี
And I wake up alone
ต้องตื่นมาคนเดียวจริง ๆ
Eng
It’s okay in the day, I’m staying busy
Tied up enough, so I don’t have to wonder, “Where is he?”
Got so sick of crying, so just lately
When I catch myself, I do a 180
I stay up, clean the house, at least I’m not drinking
Run around just so I don’t have to think about thinking
That silent sense of content that everyone gets
Just disappears soon as the sun sets
He’s fierce in my dreams, seizing my guts
He floods me with dread
Soaked in sorrow, he swims in my eyes by the bed
Pour myself over him
Moon spilling in
And I wake up alone
As far as my heart, I’d rather be restless
Second I stop, the sleep catches up and I’m breathless
‘Cause this ache in my chest, ’cause my day is done now
The dark covers me and I cannot run now
My blood running cold, I stand before him (Before him)
It’s all I can do to assure him (Assure him)
When he comes to me, I drip for him tonight
Drowning me, we bathe under blue light (Under blue)
He’s fierce in my dreams, seizing my guts
He floods me with dread
Soaked in sorrow, he swims in my eyes by the bed
Pour myself over him
Moon spilling in
And I wake up alone
And I wake up alone
And I wake up alone
And I wake up alone
Thai
ตอนกลางวันยังพอไหว ฉันพยายามหาอะไรทำให้ยุ่งเข้าไว้
วุ่นวายจนไม่มีเวลามานั่งคิดว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน
เริ่มเบื่อกับการร้องไห้ฟูมฟาย ช่วงนี้เลยต้องดัดนิสัยตัวเอง
พอเริ่มฟุ้งซ่านเมื่อไหร่ ก็รีบหักดิบเปลี่ยนเรื่องทันที
ยอมอดหลับอดนอนมานั่งเก็บกวาดบ้าน อย่างน้อยก็ดีกว่าหันไปพึ่งเหล้า
วิ่งวุ่นทำนู่นทำนี่ จะได้ไม่ต้องคิดอะไรให้รกสมอง
ความรู้สึกสงบสุขเรียบง่ายที่ใคร ๆ ต่างมีกัน
ดันมลายหายไปหมดทันทีที่อาทิตย์ลับขอบฟ้า
เขาตามมาหลอกหลอนในฝันจนใจสั่นไปหมด
สาดความหวาดกลัวเข้ามาท่วมท้นหัวใจ
ข้างเตียงนอนมีแต่ภาพเขา ลอยเคว้งอยู่ในดวงตาที่เอ่อล้นด้วยความเศร้า
ยอมทุ่มเทใจทั้งดวงให้เขาไป
ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา
แต่สุดท้ายก็ต้องลืมตาตื่นมาเพียงลำพัง
ถ้าว่าด้วยเรื่องหัวใจ ฉันยอมเหนื่อยล้าไม่ยอมพักยังดีกว่า
แค่อยู่นิ่งเมื่อไหร่ ความง่วงก็ถาโถมจนแทบขาดใจ
ความปวดร้าวรุมเร้าในอก เพราะหมดเวลาทำตัววุ่นวายแล้ว
ราตรีกาลกลืนกินทุกสิ่งจนฉันไม่อาจวิ่งหนี
เลือดในกายเย็นเฉียบ ยามยืนประจันหน้าเขา
ทำได้เพียงปลอบประโลมให้เขาสบายใจ
พอเขาก้าวเข้ามาหา ฉันก็แทบละลายยอมเขาทุกอย่างในคืนนี้
ปล่อยให้ความรู้สึกกลืนกิน ท่ามกลางแสงสลัวสีน้ำเงิน
ภาพเขายังเด่นชัดในความฝัน บีบคั้นจนจุกในอก
ซัดความหวาดหวั่นเข้ามาท่วมท้น
นั่งมองเงาเขาข้างเตียง ผ่านม่านน้ำตาที่อาบไปด้วยความช้ำใจ
เทหมดทั้งหัวใจไปให้เขา
ปล่อยให้แสงจันทร์สาดส่องเข้ามา
แล้วก็สะดุ้งตื่นมาเจอความโดดเดี่ยวอีกครา
ตื่นมาเพียงลำพัง
ตื่นมาตัวคนเดียวอยู่ดี
ต้องตื่นมาคนเดียวจริง ๆ










Comments are off this post