LYRIC

การต้องทนอยู่กับคนที่ทำลายทุกอย่างพังยับเยินแต่ลอยตัวหนีความผิดหน้าตาเฉย มันชวนให้ประสาทเสียจนแทบคลั่ง ยิ่งรอคำขอโทษที่ไม่มีวันมาถึง ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งกับความว่างเปล่าและความหลอนในโลกดิจิทัลจนด้านชาไปหมด

Eng - Thai


I only ache in the wake of a broken never
ฉันเจ็บปวดแค่ตอนที่คำสัญญาว่าจะไม่มีวันทิ้งกันมันพังลง
There is no thrill in the crime, I have lost the pleasure
ไม่มีความตื่นเต้นในบาปที่ก่อ และหมดสนุกไปตั้งนาน
Skin on skin means nothing if there is no blood to bleed
สัมผัสเนื้อแนบเนื้อไร้ความหมาย ถ้าข้างในไม่เหลือความรู้สึกให้เจ็บ
Simply quenching hunger doesn’t kill the need
แค่กินแก้หิวไม่ได้แปลว่าความโหยหาข้างในจะดับลง
Hands always move on their own, self-inflicted torture
สองมือเผลอขยับไปเองเหมือนจงใจทรมานตัวเองซ้ำ ๆ
Feel, imitate, stimulate, futuristic horrors
ทั้งรับรู้ เลียนแบบ ถูกกระตุ้น ด้วยความหลอนยุคใหม่พวกนี้
Basking in the glory of our manufactured vice
มัวแต่หลงระเริงกับความเสื่อมทรามที่เราเสกสรรขึ้นมา
Fade away to nothing ’cause now nothing will suffice
แล้วค่อย ๆ สลายหายไป เพราะไม่มีอะไรเติมเต็มช่องว่างนี้ได้อีก

I don’t mean to make you nervous
ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอต้องระแวงหรอกนะ
I’ve been sad, but not depressed
แค่รู้สึกดิ่งแต่ไม่ได้ถึงกับป่วยเป็นซึมเศร้า
Wasting breath waiting for nothing
เปลืองลมหายใจรอคอยสิ่งที่ไม่มีวันเกิดขึ้น
’Causе you won’t apologize
เพราะคนอย่างเธอไม่มีทางเอ่ยปากขอโทษ
Apologize
ก้มหัวขอโทษมาซะ

Clean thе mess that you made
มากวาดเศษซากความชิบหายที่เธอก่อไว้ด้วย
Own up to the blame
หัดยอมรับผิดของตัวเองซะบ้าง
At the end of the day
สุดท้ายแล้ว
So easy to say it’s not your fault now
ก็อ้างได้ง่ายดายจังนะว่าไม่ใช่ความผิดของเธอ
It’s not your fault now?
กลายเป็นเธอไม่เกี่ยวอะไรเลยเฉย
Apologize
ขอโทษฉันเถอะ

Nails on my skin just to check if my heart’s still beating
ต้องจิกเล็บลงบนผิวเพื่อเช็กดูว่าหัวใจยังเต้นอยู่ไหม
Head in my hands, only I hear the quiet screaming
ได้แต่กุมขมับ มีเพียงฉันที่ได้ยินเสียงกรีดร้องอันเงียบงัน
Shaking turns to crying in my short-lived, fake delight
อาการตัวสั่นกลายเป็นการหลั่งน้ำตา ปิดฉากความสุขปลอม ๆ แสนสั้น
The bitterness of trying haunts me through the night
ความขมขื่นจากความพยายามยังคงตามหลอกหลอนตลอดทั้งคืน

And I don’t mean to make you nervous
ไม่ได้กะจะทำให้เธอประสาทเสียหรอก
I’ve been sad, but not depressed
ที่ผ่านมาแค่หม่นหมอง ไม่ได้ถึงขั้นจิตตก
Lately, I’ve been feeling something
แต่พักนี้เริ่มรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา
When I’m high up on my meds
เวลาที่ฤทธิ์ยาแล่นพล่านอยู่ในหัว
I’m smiling at a screen wearing a name that’s not my own
นั่งยิ้มให้หน้าจอภายใต้ตัวตนที่ยืมคนอื่นมา
It’s only in these moments when you truly feel alone
มีแค่วินาทีแบบนี้แหละที่ความเหงากัดกินจนหนาวเหน็บ
Apologize
ขอโทษซะที
Apologize
พูดคำนั้นออกมา
Apologize
สำนึกผิดบ้างเถอะ

Clean the mess that you made
ตามมาล้างความเละเทะที่ทำทิ้งไว้ด้วย
Own up to the blame
แสดงความรับผิดชอบออกมาหน่อย
At the end of the day
พอถึงเวลาจริง
So easy to say it’s not your fault now
ก็พูดปัดได้ง่ายจังว่าไม่ใช่ความผิดของเธอ
It’s not your fault now?
ลอยตัวเหนือดราม่าไปหน้าตาเฉย
A name on a screen
แค่ชื่อหนึ่งบนหน้าจอ
Means nothing to me
ไม่ได้มีค่าอะไรกับฉันสักนิด
Hypnotic machine
เจ้าเครื่องจักรสะกดจิต
Your hands are clean
ทำเหมือนมือตัวเองขาวสะอาดบริสุทธิ์
It’s not your fault now
คิดว่าปัดให้พ้นตัวได้แล้วงั้นสิ
It’s not your fault now?
ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนไปได้นะ
Apologize
ก้มกราบขอโทษเดี๋ยวนี้

Clean the mess that you made
มาเก็บกวาดสิ่งที่ตัวเองทำพังไว้ซะ
Own up to the blame
ยอมรับความจริงได้แล้ว
At the end of the day
ท้ายที่สุด
So easy to say it’s not your fault now
เธอก็พูดหน้าด้าน ๆ ว่าไม่ใช่ความผิดตัวเอง
It’s not your fault now
แกล้งลืมว่าเคยทำระยำอะไรไว้

Eng


I only ache in the wake of a broken never
There is no thrill in the crime, I have lost the pleasure
Skin on skin means nothing if there is no blood to bleed
Simply quenching hunger doesn’t kill the need
Hands always move on their own, self-inflicted torture
Feel, imitate, stimulate, futuristic horrors
Basking in the glory of our manufactured vice
Fade away to nothing ’cause now nothing will suffice

I don’t mean to make you nervous
I’ve been sad, but not depressed
Wasting breath waiting for nothing
’Causе you won’t apologize
Apologize

Clean thе mess that you made
Own up to the blame
At the end of the day
So easy to say it’s not your fault now
It’s not your fault now?
Apologize

Nails on my skin just to check if my heart’s still beating
Head in my hands, only I hear the quiet screaming
Shaking turns to crying in my short-lived, fake delight
The bitterness of trying haunts me through the night

And I don’t mean to make you nervous
I’ve been sad, but not depressed
Lately, I’ve been feeling something
When I’m high up on my meds
I’m smiling at a screen wearing a name that’s not my own
It’s only in these moments when you truly feel alone
Apologize
Apologize
Apologize

Clean the mess that you made
Own up to the blame
At the end of the day
So easy to say it’s not your fault now
It’s not your fault now?
A name on a screen
Means nothing to me
Hypnotic machine
Your hands are clean
It’s not your fault now
It’s not your fault now?
Apologize

Clean the mess that you made
Own up to the blame
At the end of the day
So easy to say it’s not your fault now
It’s not your fault now

Thai


ฉันเจ็บปวดแค่ตอนที่คำสัญญาว่าจะไม่มีวันทิ้งกันมันพังลง
ไม่มีความตื่นเต้นในบาปที่ก่อ และหมดสนุกไปตั้งนาน
สัมผัสเนื้อแนบเนื้อไร้ความหมาย ถ้าข้างในไม่เหลือความรู้สึกให้เจ็บ
แค่กินแก้หิวไม่ได้แปลว่าความโหยหาข้างในจะดับลง
สองมือเผลอขยับไปเองเหมือนจงใจทรมานตัวเองซ้ำ ๆ
ทั้งรับรู้ เลียนแบบ ถูกกระตุ้น ด้วยความหลอนยุคใหม่พวกนี้
มัวแต่หลงระเริงกับความเสื่อมทรามที่เราเสกสรรขึ้นมา
แล้วค่อย ๆ สลายหายไป เพราะไม่มีอะไรเติมเต็มช่องว่างนี้ได้อีก

ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอต้องระแวงหรอกนะ
แค่รู้สึกดิ่งแต่ไม่ได้ถึงกับป่วยเป็นซึมเศร้า
เปลืองลมหายใจรอคอยสิ่งที่ไม่มีวันเกิดขึ้น
เพราะคนอย่างเธอไม่มีทางเอ่ยปากขอโทษ
ก้มหัวขอโทษมาซะ

มากวาดเศษซากความชิบหายที่เธอก่อไว้ด้วย
หัดยอมรับผิดของตัวเองซะบ้าง
สุดท้ายแล้ว
ก็อ้างได้ง่ายดายจังนะว่าไม่ใช่ความผิดของเธอ
กลายเป็นเธอไม่เกี่ยวอะไรเลยเฉย
ขอโทษฉันเถอะ

ต้องจิกเล็บลงบนผิวเพื่อเช็กดูว่าหัวใจยังเต้นอยู่ไหม
ได้แต่กุมขมับ มีเพียงฉันที่ได้ยินเสียงกรีดร้องอันเงียบงัน
อาการตัวสั่นกลายเป็นการหลั่งน้ำตา ปิดฉากความสุขปลอม ๆ แสนสั้น
ความขมขื่นจากความพยายามยังคงตามหลอกหลอนตลอดทั้งคืน

ไม่ได้กะจะทำให้เธอประสาทเสียหรอก
ที่ผ่านมาแค่หม่นหมอง ไม่ได้ถึงขั้นจิตตก
แต่พักนี้เริ่มรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา
เวลาที่ฤทธิ์ยาแล่นพล่านอยู่ในหัว
นั่งยิ้มให้หน้าจอภายใต้ตัวตนที่ยืมคนอื่นมา
มีแค่วินาทีแบบนี้แหละที่ความเหงากัดกินจนหนาวเหน็บ
ขอโทษซะที
พูดคำนั้นออกมา
สำนึกผิดบ้างเถอะ

ตามมาล้างความเละเทะที่ทำทิ้งไว้ด้วย
แสดงความรับผิดชอบออกมาหน่อย
พอถึงเวลาจริง
ก็พูดปัดได้ง่ายจังว่าไม่ใช่ความผิดของเธอ
ลอยตัวเหนือดราม่าไปหน้าตาเฉย
แค่ชื่อหนึ่งบนหน้าจอ
ไม่ได้มีค่าอะไรกับฉันสักนิด
เจ้าเครื่องจักรสะกดจิต
ทำเหมือนมือตัวเองขาวสะอาดบริสุทธิ์
คิดว่าปัดให้พ้นตัวได้แล้วงั้นสิ
ทำเป็นทองไม่รู้ร้อนไปได้นะ
ก้มกราบขอโทษเดี๋ยวนี้

มาเก็บกวาดสิ่งที่ตัวเองทำพังไว้ซะ
ยอมรับความจริงได้แล้ว
ท้ายที่สุด
เธอก็พูดหน้าด้าน ๆ ว่าไม่ใช่ความผิดตัวเอง
แกล้งลืมว่าเคยทำระยำอะไรไว้


ให้คะแนนสำหรับคำแปลเพลงนี้

คะแนนเฉลี่ย 5 คะแนน, จำนวนคนโหวต 2 คน

กดโหวตคนแรกเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปล

เขียนติชม ข้อเสนอแนะของท่านเพื่อให้เราทำการแก้ไข และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

Comments are off this post