ความรู้สึกของการมีอยู่แต่กลับไร้ตัวตน เหมือนกำลังยืนมองโลกหมุนไปผ่านกระจกใสที่สัมผัสจริงไม่ได้ ความเหงาที่กัดกินจนอยากให้ใครสักคนมองเห็นและทำให้เรามีตัวตนขึ้นมาจริง ๆ เพราะไม่ว่าสิ่งที่เจอมันจะงดงามแค่ไหน การต้องรับรู้มันอยู่คนเดียว ก็เป็นได้แค่ความปรารถนาที่เฝ้ารอใครสักคนมาร่วมแชร์
Eng - Thai
Like when following an image from a train
เหมือนเวลาเราพยายามมองภาพข้างทางจากบนรถไฟ
Your eyes can’t keep the passing landscapes
สายตาเราไม่อาจคว้าหรือรั้งวิวทิวทัศน์ที่แล่นผ่านเอาไว้ได้
From being swallowed into endless distance
สุดท้ายก็โดนกลืนหายไปกับระยะทางที่ไกลออกไปทุกที
Like when holding a fistful of ashes
เหมือนตอนที่เราพยายามกำเถ้าถ่านไว้เต็มมือ
Your hands can’t save the things that have already been dissolved into air
สองมือเราไม่มีทางรักษาอะไรที่สลายกลายเป็นอากาศไปแล้ว
Like when facing the sun through a window
เหมือนการยืนรับแสงอาทิตย์ผ่านหน้าต่างกระจกใส
Your skin feels warmth
ผิวกายเราสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นนะ
But it can’t be in the world that its warmth has made alive
แต่มันไม่มีวันได้เข้าไปอยู่ในโลกกว้างที่กำลังมีชีวิตชีวาด้วยความอุ่นนั้น
Like walking alone through a lucid dream
เหมือนกำลังเดินอยู่คนเดียวในฝันที่รู้ตัวว่าฝันอยู่
Like saying your name aloud in an empty room
เหมือนการตะโกนชื่อตัวเองออกมาในห้องที่ว่างเปล่า
Like witnessing my body standing in a mirror
เหมือนยืนจ้องดูร่างของตัวเองผ่านกระจกเงา
Aching to be seen, aching to become real
เจ็บปวดทรมานเพราะอยากถูกมองเห็น อยากสัมผัสได้ว่าเรามีตัวตนจริง ๆ ซะที
But the beauty one finds alone
แต่ความงามทั้งหมดที่เราพบเจอเพียงลำพัง
Is a prayer that longs to be shared
มันก็เป็นแค่คำอธิษฐานที่เฝ้ารอวันจะได้ส่งไปถึงใครสักคน
Eng
Like when following an image from a train
Your eyes can’t keep the passing landscapes
From being swallowed into endless distance
Like when holding a fistful of ashes
Your hands can’t save the things that have already been dissolved into air
Like when facing the sun through a window
Your skin feels warmth
But it can’t be in the world that its warmth has made alive
Like walking alone through a lucid dream
Like saying your name aloud in an empty room
Like witnessing my body standing in a mirror
Aching to be seen, aching to become real
But the beauty one finds alone
Is a prayer that longs to be shared
Thai
เหมือนเวลาเราพยายามมองภาพข้างทางจากบนรถไฟ
สายตาเราไม่อาจคว้าหรือรั้งวิวทิวทัศน์ที่แล่นผ่านเอาไว้ได้
สุดท้ายก็โดนกลืนหายไปกับระยะทางที่ไกลออกไปทุกที
เหมือนตอนที่เราพยายามกำเถ้าถ่านไว้เต็มมือ
สองมือเราไม่มีทางรักษาอะไรที่สลายกลายเป็นอากาศไปแล้ว
เหมือนการยืนรับแสงอาทิตย์ผ่านหน้าต่างกระจกใส
ผิวกายเราสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นนะ
แต่มันไม่มีวันได้เข้าไปอยู่ในโลกกว้างที่กำลังมีชีวิตชีวาด้วยความอุ่นนั้น
เหมือนกำลังเดินอยู่คนเดียวในฝันที่รู้ตัวว่าฝันอยู่
เหมือนการตะโกนชื่อตัวเองออกมาในห้องที่ว่างเปล่า
เหมือนยืนจ้องดูร่างของตัวเองผ่านกระจกเงา
เจ็บปวดทรมานเพราะอยากถูกมองเห็น อยากสัมผัสได้ว่าเรามีตัวตนจริง ๆ ซะที
แต่ความงามทั้งหมดที่เราพบเจอเพียงลำพัง
มันก็เป็นแค่คำอธิษฐานที่เฝ้ารอวันจะได้ส่งไปถึงใครสักคน










Comments are off this post