LYRIC

ความสัมพันธ์ที่มาถึงทางตันกับความเหนื่อยล้าเกินจะรั้งไว้ เมื่อความรักเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด และคำว่ารักกลายเป็นแค่คำโกหกที่งดงามที่สุด สุดท้ายทำได้แค่ยอมรับความจริงพร้อมกับเอ่ยคำบอกลาอย่างเงียบ ๆ เพื่อก้าวออกมาจากชีวิตของเธอ

Eng - Thai


Salt of the earth, my friend
คนธรรมดา ๆ คนหนึ่งแค่นั้นเองนะเธอ
It’s all that we are in the end
ท้ายที่สุดแล้วเราทุกคนก็เป็นได้แค่นั้นแหละ
Well, you trapped down all the lines you drew
เธอกลับขังตัวเองไว้ในกฎเกณฑ์ที่เธอตั้งขึ้นมาเอง
And I can take the hit but I’m sorry, I don’t want the bruise
ฉันพอจะทนรับความเจ็บปวดไหว แต่โทษทีนะที่ไม่อยากเจ็บจนเป็นรอยแผลเป็น
Your voice gets a little loud
เสียงของเธอเริ่มดังขึ้นทุกที
When there’s nothing to talk about, you shout, dear
พอไม่มีอะไรจะคุยกัน เธอก็มักจะใช้อารมณ์โวยวายใส่ตลอด

And I’ll find my lights fading out
แล้วฉันก็รู้สึกว่าแสงสว่างในตัวค่อย ๆ ริบหรี่ลง
More and more by the hour
มันค่อย ๆ ดับลงไปทีละนิด ๆ ในทุก ๆ ชั่วโมง
It gets dark in here
จนตอนนี้บรรยากาศรอบตัวมันมืดมิดไปหมดแล้ว

If you got time enough for me
ถ้าพอจะมีเวลาให้กันสักนิด
Sing me a song and send me to sleep
ช่วยร้องเพลงให้ฟังและส่งฉันเข้าสู่นิทราทีนะ
Slip into my headspace while I dream
แอบเข้ามาอยู่ในหัวตอนที่ฉันกำลังหลับใหล
Spin me a yarn, wrap it up around me
กล่อมฉันด้วยเรื่องเล่าหวานหู แล้วโอบกอดฉันเอาไว้

Dust to dust, my friend
สุดท้ายเราก็เป็นแค่ผุยผงเหมือนกันนั่นแหละ
Well, you’re only blood and bones
เธอก็เป็นแค่คนธรรมดาที่มีเลือดเนื้อและจิตใจ
And I know your heart’s at war with your head
ฉันรู้ว่าหัวใจกับสมองของเธอกำลังสู้กันอย่างหนัก
I am sure it hurt to see
มันคงเจ็บปวดน่าดูเลยเนอะที่ต้องยอมรับ
You’re more than I’ll ever have
ว่าเธอมีค่าเกินกว่าที่ฉันจะครอบครองได้
And more than I’ll ever be
และดีเกินกว่าคนอย่างฉันจะคู่ควร
I know it’s a little late
รู้ดีว่ามันอาจจะสายเกินไปหน่อย
My timing was never great
ฉันมันพวกมาผิดจังหวะเสมออยู่แล้ว
But I’m calling, dear
แต่ฉันก็ยังเลือกที่จะโทรหาเธอนะ

I just wanted to let you know
แค่แค่อยากจะบอกให้เธอได้รู้เอาไว้
That I won’t bother you anymore
หลังจากนี้ฉันจะไม่ไปวุ่นวายกับเธออีกแล้ว
I’ll be gone this time next year
พอถึงเวลานี้ในปีหน้า ฉันคงเดินจากไปไกลแล้วล่ะ

If you got time enough for me
หากเธอยังพอมีเวลาเหลือให้กันบ้าง
Sing me a song and send me to sleep
ช่วยร้องเพลงให้ฟังกล่อมฉันให้นอนหลับฝันที
Slip into my headspace while I dream
เข้ามาวิ่งเล่นในความคิดฉันยามที่หลับใหล
Spin me a yarn, wrap it up around me
เล่าเรื่องนิทานกล่อม แล้วกอดฉันไว้แน่น ๆ
If you got time enough for me
ถ้ายังมีเวลาสั้น ๆ ให้กับคนคนนี้
Sing me a song and send me to sleep
ช่วยส่งฉันเข้าสู่ความฝันด้วยเพลงของเธอหน่อยนะ
I never thought that a lie could sound so sweet
ไม่เคยคิดเลยว่าคำโกหกมันจะฟังดูหวานหูได้ขนาดนี้
Until you opened your mouth
จนกระทั่งเธอเอื้อนเอ่ยมันออกมา
And you said you loved me
ในตอนที่เธอเอ่ยปากบอกว่ารักฉัน

Eng


Salt of the earth, my friend
It’s all that we are in the end
Well, you trapped down all the lines you drew
And I can take the hit but I’m sorry, I don’t want the bruise
Your voice gets a little loud
When there’s nothing to talk about, you shout, dear

And I’ll find my lights fading out
More and more by the hour
It gets dark in here

If you got time enough for me
Sing me a song and send me to sleep
Slip into my headspace while I dream
Spin me a yarn, wrap it up around me

Dust to dust, my friend
Well, you’re only blood and bones
And I know your heart’s at war with your head
I am sure it hurt to see
You’re more than I’ll ever have
And more than I’ll ever be
I know it’s a little late
My timing was never great
But I’m calling, dear

I just wanted to let you know
That I won’t bother you anymore
I’ll be gone this time next year

If you got time enough for me
Sing me a song and send me to sleep
Slip into my headspace while I dream
Spin me a yarn, wrap it up around me
If you got time enough for me
Sing me a song and send me to sleep
I never thought that a lie could sound so sweet
Until you opened your mouth
And you said you loved me

Thai


คนธรรมดา ๆ คนหนึ่งแค่นั้นเองนะเธอ
ท้ายที่สุดแล้วเราทุกคนก็เป็นได้แค่นั้นแหละ
เธอกลับขังตัวเองไว้ในกฎเกณฑ์ที่เธอตั้งขึ้นมาเอง
ฉันพอจะทนรับความเจ็บปวดไหว แต่โทษทีนะที่ไม่อยากเจ็บจนเป็นรอยแผลเป็น
เสียงของเธอเริ่มดังขึ้นทุกที
พอไม่มีอะไรจะคุยกัน เธอก็มักจะใช้อารมณ์โวยวายใส่ตลอด

แล้วฉันก็รู้สึกว่าแสงสว่างในตัวค่อย ๆ ริบหรี่ลง
มันค่อย ๆ ดับลงไปทีละนิด ๆ ในทุก ๆ ชั่วโมง
จนตอนนี้บรรยากาศรอบตัวมันมืดมิดไปหมดแล้ว

ถ้าพอจะมีเวลาให้กันสักนิด
ช่วยร้องเพลงให้ฟังและส่งฉันเข้าสู่นิทราทีนะ
แอบเข้ามาอยู่ในหัวตอนที่ฉันกำลังหลับใหล
กล่อมฉันด้วยเรื่องเล่าหวานหู แล้วโอบกอดฉันเอาไว้

สุดท้ายเราก็เป็นแค่ผุยผงเหมือนกันนั่นแหละ
เธอก็เป็นแค่คนธรรมดาที่มีเลือดเนื้อและจิตใจ
ฉันรู้ว่าหัวใจกับสมองของเธอกำลังสู้กันอย่างหนัก
มันคงเจ็บปวดน่าดูเลยเนอะที่ต้องยอมรับ
ว่าเธอมีค่าเกินกว่าที่ฉันจะครอบครองได้
และดีเกินกว่าคนอย่างฉันจะคู่ควร
รู้ดีว่ามันอาจจะสายเกินไปหน่อย
ฉันมันพวกมาผิดจังหวะเสมออยู่แล้ว
แต่ฉันก็ยังเลือกที่จะโทรหาเธอนะ

แค่แค่อยากจะบอกให้เธอได้รู้เอาไว้
หลังจากนี้ฉันจะไม่ไปวุ่นวายกับเธออีกแล้ว
พอถึงเวลานี้ในปีหน้า ฉันคงเดินจากไปไกลแล้วล่ะ

หากเธอยังพอมีเวลาเหลือให้กันบ้าง
ช่วยร้องเพลงให้ฟังกล่อมฉันให้นอนหลับฝันที
เข้ามาวิ่งเล่นในความคิดฉันยามที่หลับใหล
เล่าเรื่องนิทานกล่อม แล้วกอดฉันไว้แน่น ๆ
ถ้ายังมีเวลาสั้น ๆ ให้กับคนคนนี้
ช่วยส่งฉันเข้าสู่ความฝันด้วยเพลงของเธอหน่อยนะ
ไม่เคยคิดเลยว่าคำโกหกมันจะฟังดูหวานหูได้ขนาดนี้
จนกระทั่งเธอเอื้อนเอ่ยมันออกมา
ในตอนที่เธอเอ่ยปากบอกว่ารักฉัน


ให้คะแนนสำหรับคำแปลเพลงนี้

คะแนนเฉลี่ย 5 คะแนน, จำนวนคนโหวต 2 คน

กดโหวตคนแรกเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปล

เขียนติชม ข้อเสนอแนะของท่านเพื่อให้เราทำการแก้ไข และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

Comments are off this post