LYRIC

ตัดพ้อกับความสัมพันธ์ที่พังยับเยินจนถึงจุดที่พอแล้ว ขอหันหลังเดินออกมาเอาตัวรอดดีกว่า ถึงจะเจ็บแทบขาดใจแต่ก็ไม่ยอมจมปลัก พร้อมเปลี่ยนความปวดร้าวให้กลายเป็นพลังแล้วก้าวต่อไปบนทางของตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้ใครหน้าไหนมาช่วยปกป้องอีก

Eng - Thai


I’m sorry but, don’t wanna talk
ขอโทษทีนะ แต่ตอนนี้ไม่อยากคุยกับใคร
I need a moment before I go, it’s nothing personal
ขอเวลาทำใจคนเดียวแป๊บหนึ่งก่อนจะไป ไม่ได้มีปัญหากับใครทั้งนั้น
I draw the blinds, they don’t need to see me cry
ขอรูดม่านปิดไว้ ไม่อยากให้ใครมาเห็นน้ำตา
‘Cause even if they understand, they don’t understand
เพราะต่อให้คนอื่นพยายามเข้าใจ เขาก็ไม่มีวันเข้าใจจริง ๆ หรอก

So then, when I’m finished
พอจัดการอารมณ์ตรงนี้เสร็จ
I’m all ’bout my business and ready to save the world
ฉันก็จะกลับมาลุยงานต่อ พร้อมออกไปกอบกู้โลกของตัวเอง
I’m taking my misery, make it my bitch
จะเหยียบความทุกข์พวกนี้ให้จมดิน แล้วคุมเกมเองทั้งหมด
Can’t be everyone’s favorite girl
ในเมื่อฉันคงเป็นคนโปรดของทุกคนไม่ได้อยู่แล้ว

So take aim and fire away
งั้นก็เล็งเป้าแล้วยิงเข้ามาได้เลย
I’ve never been so wide awake
ตอนนี้ตาสว่างที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
No, nobody but me can keep me safe
ไม่มีใครหน้าไหนปกป้องฉันได้ นอกจากตัวฉันเอง
And I’m on my way
และฉันกำลังก้าวเดินต่อไป
The blood moon is on the rise
พระจันทร์สีเลือดกำลังลอยขึ้นฟ้า
The fire burning in my eyes
เปลวไฟความมุ่งมั่นลุกโชนในแววตา
No, nobody but me can keep me safe
ไม่มีใครดูแลฉันได้ดีเท่าตัวเองอีกแล้ว
And I’m on my way
ฉันกำลังออกเดินทางบนเส้นทางของฉัน

Blep, yah, yah
เบล็บ ยา ยา
Farru
ฟาร์รู
Yah-yah-yah-yah
ยา-ยา-ยา-ยา

Lo siento mucho (Farru), pero me voy (Eh)
ขอโทษจริง ๆ ว่ะ แต่ฉันคงต้องไปแล้ว
Porque a tu lado me di cuenta que nada soy (Eh-ey)
เพราะอยู่กับเธอไป ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า
Y me cansé de luchar y de guerrear en vano
เหนื่อยกับการทุ่มเทต่อสู้แบบไร้ความหมายเต็มทน
De estar en la línea de fuego y de meter la mano
เบื่อที่ต้องเอาตัวเข้าแลก คอยออกหน้ารับกระสุนแทนตลอด
Acepto mis errores, también soy humano
ฉันยอมรับว่าตัวเองมีพลาดบ้าง ก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง
Y tú no ves que lo hago porque te amo (Pu-pu-pu-pum)
แต่เธอกลับมองไม่เห็นเลย ว่าที่ยอมทำไปทั้งหมดก็เพราะรักเธอ

Pero ya (Ya), no tengo más na’ que hacer aquí (Aquí)
แต่ช่างเถอะ ฉันไม่มีอะไรต้องอยู่ทำที่นี่อีกต่อไป
Me voy, llegó la hora ‘e partir (Partir)
ฉันไปดีกว่า ถึงเวลาต้องแยกย้ายกันสักที
De mi propio camino, seguiré lejos de ti
จะเลือกเดินบนทางของตัวเอง ไปให้ไกลพ้นจากคนอย่างเธอ

So take aim and fire away
เล็งเป้ามาเลย จะสาดกระสุนใส่แค่ไหนก็เอา
I’ve never been so wide awake
นาทีนี้ตื่นเต็มตา ไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างใครอีก
No, nobody but me can keep me safe
มีแค่ตัวฉันคนนี้เท่านั้นที่จะคุ้มกันตัวเองได้
And I’m on my way
ฉันกำลังมุ่งหน้าไปข้างหน้า
The blood moon is on the rise (Is on the rise, na-na)
คืนที่จันทร์สีเลือดสาดแสงลงมา
The fire burning in my eyes (The fire burning in my eyes, no)
ไฟในดวงตาคู่นี้ไม่มีวันดับลงง่าย ๆ
No, nobody but me can keep me safe
ไม่มีใครพึ่งพาได้จริงสักคนนอกจากตัวเอง
And I’m on my way
ฉันกำลังเดินต่อไปตามใจต้องการ

Blep
เบล็บ
I’m on my way
ฉันกำลังก้าวออกไป

Everybody, everybody keep me safe
ทุกคนคิดว่าจะคอยปกป้องฉันได้
Everybody, everybody keep me safe
ต่างคนต่างบอกว่าจะช่วยดูแลฉัน
Everybody, everybody keep me safe
ใคร ๆ ก็บอกว่าจะอยู่ข้างฉัน
Everybody, everybody keep me safe
ทุกคนอ้างว่าจะช่วยคุ้มกันภัยให้
Everybody, everybody on my way
แต่สุดท้ายฉันก็ต้องพึ่งพาตัวเองอยู่ดี

So take aim and fire away
งั้นก็ซัดเข้ามาให้เต็มที่เลย
I’ve never been so wide awake
เพราะฉันรู้ซึ้งและตาสว่างที่สุดแล้ว
No, nobody but me can keep me safe
ไม่หวังพึ่งใครอีกต่อไป มีแค่ฉันที่เอาตัวเองรอด
And I’m on my way
และฉันกำลังออกเดินตามทางของฉัน
The blood moon is on the rise
ดวงจันทร์สีชาดลอยเด่นกลางฟ้า
The fire burning in my eyes
แววตาลุกโชนด้วยไฟที่ไม่ยอมแพ้
No, nobody but me can keep me safe
ชีวิตนี้ฉันดูแลตัวคนเดียวได้สบาย
And I’m on my way
แล้วฉันก็พร้อมเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง

Eng


I’m sorry but, don’t wanna talk
I need a moment before I go, it’s nothing personal
I draw the blinds, they don’t need to see me cry
‘Cause even if they understand, they don’t understand

So then, when I’m finished
I’m all ’bout my business and ready to save the world
I’m taking my misery, make it my bitch
Can’t be everyone’s favorite girl

So take aim and fire away
I’ve never been so wide awake
No, nobody but me can keep me safe
And I’m on my way
The blood moon is on the rise
The fire burning in my eyes
No, nobody but me can keep me safe
And I’m on my way

Blep, yah, yah
Farru
Yah-yah-yah-yah

Lo siento mucho (Farru), pero me voy (Eh)
Porque a tu lado me di cuenta que nada soy (Eh-ey)
Y me cansé de luchar y de guerrear en vano
De estar en la línea de fuego y de meter la mano
Acepto mis errores, también soy humano
Y tú no ves que lo hago porque te amo (Pu-pu-pu-pum)

Pero ya (Ya), no tengo más na’ que hacer aquí (Aquí)
Me voy, llegó la hora ‘e partir (Partir)
De mi propio camino, seguiré lejos de ti

So take aim and fire away
I’ve never been so wide awake
No, nobody but me can keep me safe
And I’m on my way
The blood moon is on the rise (Is on the rise, na-na)
The fire burning in my eyes (The fire burning in my eyes, no)
No, nobody but me can keep me safe
And I’m on my way

Blep
I’m on my way

Everybody, everybody keep me safe
Everybody, everybody keep me safe
Everybody, everybody keep me safe
Everybody, everybody keep me safe
Everybody, everybody on my way

So take aim and fire away
I’ve never been so wide awake
No, nobody but me can keep me safe
And I’m on my way
The blood moon is on the rise
The fire burning in my eyes
No, nobody but me can keep me safe
And I’m on my way

Thai


ขอโทษทีนะ แต่ตอนนี้ไม่อยากคุยกับใคร
ขอเวลาทำใจคนเดียวแป๊บหนึ่งก่อนจะไป ไม่ได้มีปัญหากับใครทั้งนั้น
ขอรูดม่านปิดไว้ ไม่อยากให้ใครมาเห็นน้ำตา
เพราะต่อให้คนอื่นพยายามเข้าใจ เขาก็ไม่มีวันเข้าใจจริง ๆ หรอก

พอจัดการอารมณ์ตรงนี้เสร็จ
ฉันก็จะกลับมาลุยงานต่อ พร้อมออกไปกอบกู้โลกของตัวเอง
จะเหยียบความทุกข์พวกนี้ให้จมดิน แล้วคุมเกมเองทั้งหมด
ในเมื่อฉันคงเป็นคนโปรดของทุกคนไม่ได้อยู่แล้ว

งั้นก็เล็งเป้าแล้วยิงเข้ามาได้เลย
ตอนนี้ตาสว่างที่สุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ไม่มีใครหน้าไหนปกป้องฉันได้ นอกจากตัวฉันเอง
และฉันกำลังก้าวเดินต่อไป
พระจันทร์สีเลือดกำลังลอยขึ้นฟ้า
เปลวไฟความมุ่งมั่นลุกโชนในแววตา
ไม่มีใครดูแลฉันได้ดีเท่าตัวเองอีกแล้ว
ฉันกำลังออกเดินทางบนเส้นทางของฉัน

เบล็บ ยา ยา
ฟาร์รู
ยา-ยา-ยา-ยา

ขอโทษจริง ๆ ว่ะ แต่ฉันคงต้องไปแล้ว
เพราะอยู่กับเธอไป ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า
เหนื่อยกับการทุ่มเทต่อสู้แบบไร้ความหมายเต็มทน
เบื่อที่ต้องเอาตัวเข้าแลก คอยออกหน้ารับกระสุนแทนตลอด
ฉันยอมรับว่าตัวเองมีพลาดบ้าง ก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง
แต่เธอกลับมองไม่เห็นเลย ว่าที่ยอมทำไปทั้งหมดก็เพราะรักเธอ

แต่ช่างเถอะ ฉันไม่มีอะไรต้องอยู่ทำที่นี่อีกต่อไป
ฉันไปดีกว่า ถึงเวลาต้องแยกย้ายกันสักที
จะเลือกเดินบนทางของตัวเอง ไปให้ไกลพ้นจากคนอย่างเธอ

เล็งเป้ามาเลย จะสาดกระสุนใส่แค่ไหนก็เอา
นาทีนี้ตื่นเต็มตา ไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างใครอีก
มีแค่ตัวฉันคนนี้เท่านั้นที่จะคุ้มกันตัวเองได้
ฉันกำลังมุ่งหน้าไปข้างหน้า
คืนที่จันทร์สีเลือดสาดแสงลงมา
ไฟในดวงตาคู่นี้ไม่มีวันดับลงง่าย ๆ
ไม่มีใครพึ่งพาได้จริงสักคนนอกจากตัวเอง
ฉันกำลังเดินต่อไปตามใจต้องการ

เบล็บ
ฉันกำลังก้าวออกไป

ทุกคนคิดว่าจะคอยปกป้องฉันได้
ต่างคนต่างบอกว่าจะช่วยดูแลฉัน
ใคร ๆ ก็บอกว่าจะอยู่ข้างฉัน
ทุกคนอ้างว่าจะช่วยคุ้มกันภัยให้
แต่สุดท้ายฉันก็ต้องพึ่งพาตัวเองอยู่ดี

งั้นก็ซัดเข้ามาให้เต็มที่เลย
เพราะฉันรู้ซึ้งและตาสว่างที่สุดแล้ว
ไม่หวังพึ่งใครอีกต่อไป มีแค่ฉันที่เอาตัวเองรอด
และฉันกำลังออกเดินตามทางของฉัน
ดวงจันทร์สีชาดลอยเด่นกลางฟ้า
แววตาลุกโชนด้วยไฟที่ไม่ยอมแพ้
ชีวิตนี้ฉันดูแลตัวคนเดียวได้สบาย
แล้วฉันก็พร้อมเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง


ให้คะแนนสำหรับคำแปลเพลงนี้

คะแนนเฉลี่ย 5 คะแนน, จำนวนคนโหวต 6 คน

กดโหวตคนแรกเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปล

เขียนติชม ข้อเสนอแนะของท่านเพื่อให้เราทำการแก้ไข และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

Comments are off this post