ความรู้สึกเฟลกับตัวเองจนเริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมเธอถึงยังยอมทนอยู่อีก ทั้งที่ชีวิตและนิสัยตอนนี้มันโคตรจะไม่เอาไหน การตระหนักได้ว่าตัวเองคือต้นเหตุของความสัมพันธ์ที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ทำให้คิดอยากจะยกฮาร์ดแวร์ปรับเปลี่ยนตัวเองใหม่ เพราะลึก ๆ แล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับความรักที่เธอให้มาเลยสักนิด
Eng - Thai
Like a holy grail for a fisher king
เหมือนการไขว่คว้าหาความสมบูรณ์แบบที่ไกลเกินเอื้อม
Time is ticking down like a metronome
เวลาก็เดินเคาะไปเรื่อย ๆ ไม่เคยหยุดรอ
Rhythm for my brain and it’s ceaseless scares
กลายเป็นจังหวะที่คอยกดดันและตามหลอกหลอนอยู่ในหัวตลอดเวลา
I never seem to play them to the beat I hear
ฉันไม่เคยใช้ชีวิตให้ลงจังหวะเดียวกับที่คิดไว้ได้เลยสักที
Though my heart beat is a beat that beats so near
ทั้งที่เสียงหัวใจมันก็เต้นรัวอยู่ข้างในใกล้นิดเดียว
So we had a talk last night about the heavy blow
เมื่อคืนเราเลยได้เปิดอกคุยกันถึงเรื่องหนักหนาที่เกิดขึ้น
That you dealt in fight your back against the wall
ตอนที่เราทะเลาะกันรุนแรงจนเธอรู้สึกเหมือนโดนต้อนจนมุม
It was a puzzle piece important to the whole
มันเป็นชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของความสัมพันธ์
That I may not find you placed within that hole
แต่ฉันดันมองข้ามไปในตอนที่เธอพยายามจะวางมันลงมา
I never seem to put them in the gaps I see
ฉันไม่เคยต่อชิ้นส่วนความรู้สึกได้ตรงช่องที่เห็นเลย
Like a puzzle where the pieces lost you and me
เหมือนจิ๊กซอว์ที่ทำตัวเราสองคนหล่นหายไปกลางทาง
So I’m changing who I am
ฉันเลยตั้งใจจะเปลี่ยนตัวเองใหม่
‘Cause what I am’s not good
เพราะคนแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้มันไม่ได้เรื่องเอาซะเลย
And I know you love me now
ถึงจะรู้ดีว่าตอนนี้เธอยังรักกันอยู่
But I don’t see why you should
แต่ก็ไม่เข้าใจเลยว่าเธอจะมารักคนแบบฉันทำไม
And I don’t see why you should
มองไม่เห็นจริง ๆ ว่าเธอทนรักไปได้ยังไง
No, I don’t see why you should
แทบไม่มีเหตุผลเลยสักข้อที่เธอควรจะรักฉัน
So I drift into the end like a moth to light
ฉันเลยปล่อยให้ตัวเองล่องลอยไปเหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ
Down the Boulevard to a coffee shop
เดินเสตร็ดเตร่ไปตามถนนจนถึงร้านกาแฟร้านเดิม
In the land of song, in the land of wait
ในดินแดนแห่งบทเพลง และเมืองแห่งการตั้งตารอ
My beat is bearing down on this lonely town
จังหวะชีวิตที่ผิดจังหวะของฉันกำลังบดขยี้เมืองที่แสนอ้างว้างนี้
I never seem to write them down as good as you
ฉันไม่เคยถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้ดีเหมือนอย่างเธอเลย
Like I some where lost the keys that let me in
เหมือนทำลูกกุญแจที่จะเปิดประตูเข้าไปหากันสูญหายไปแล้ว
So I’m changing who I am
งั้นฉันจะลุกขึ้นมาปรับปรุงตัวเองใหม่
‘Cause what I am’s not good
เพราะที่เป็นอยู่มันห่วยแตกเกินไป
And I know you love me now
รู้แหละว่าตอนนี้เธอยังคงรักฉันอยู่
But I don’t see why you should
แต่เอาจริง ๆ ฉันไม่เห็นเลยว่ามีอะไรในตัวฉันที่น่ารักสักนิด
So I’m changing who I am
เพราะงั้นฉันต้องเปลี่ยนเป็นคนใหม่ให้ได้
‘Cause what I am’s not good
เพราะคนเดิมมันแย่เกินกว่าจะรับไหว
And I know you love me now
แม้จะรู้ว่าตอนนี้เธอจะยังมอบความรักให้กัน
But I don’t see why you should
แต่ฉันก็ยังหาเหตุผลไม่เจอเลยว่าทำไมเธอถึงยอมทน
And I don’t see why you should
คิดยังไงก็ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเธอรักคนอย่างฉันลงได้ยังไง
No, I don’t see why you should
ไม่มีเหตุผลอะไรสักข้อเลยจริง ๆ ที่เธอควรจะรักคนแบบฉัน
Eng
Like a holy grail for a fisher king
Time is ticking down like a metronome
Rhythm for my brain and it’s ceaseless scares
I never seem to play them to the beat I hear
Though my heart beat is a beat that beats so near
So we had a talk last night about the heavy blow
That you dealt in fight your back against the wall
It was a puzzle piece important to the whole
That I may not find you placed within that hole
I never seem to put them in the gaps I see
Like a puzzle where the pieces lost you and me
So I’m changing who I am
‘Cause what I am’s not good
And I know you love me now
But I don’t see why you should
And I don’t see why you should
No, I don’t see why you should
So I drift into the end like a moth to light
Down the Boulevard to a coffee shop
In the land of song, in the land of wait
My beat is bearing down on this lonely town
I never seem to write them down as good as you
Like I some where lost the keys that let me in
So I’m changing who I am
‘Cause what I am’s not good
And I know you love me now
But I don’t see why you should
So I’m changing who I am
‘Cause what I am’s not good
And I know you love me now
But I don’t see why you should
And I don’t see why you should
No, I don’t see why you should
Thai
เหมือนการไขว่คว้าหาความสมบูรณ์แบบที่ไกลเกินเอื้อม
เวลาก็เดินเคาะไปเรื่อย ๆ ไม่เคยหยุดรอ
กลายเป็นจังหวะที่คอยกดดันและตามหลอกหลอนอยู่ในหัวตลอดเวลา
ฉันไม่เคยใช้ชีวิตให้ลงจังหวะเดียวกับที่คิดไว้ได้เลยสักที
ทั้งที่เสียงหัวใจมันก็เต้นรัวอยู่ข้างในใกล้นิดเดียว
เมื่อคืนเราเลยได้เปิดอกคุยกันถึงเรื่องหนักหนาที่เกิดขึ้น
ตอนที่เราทะเลาะกันรุนแรงจนเธอรู้สึกเหมือนโดนต้อนจนมุม
มันเป็นชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของความสัมพันธ์
แต่ฉันดันมองข้ามไปในตอนที่เธอพยายามจะวางมันลงมา
ฉันไม่เคยต่อชิ้นส่วนความรู้สึกได้ตรงช่องที่เห็นเลย
เหมือนจิ๊กซอว์ที่ทำตัวเราสองคนหล่นหายไปกลางทาง
ฉันเลยตั้งใจจะเปลี่ยนตัวเองใหม่
เพราะคนแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้มันไม่ได้เรื่องเอาซะเลย
ถึงจะรู้ดีว่าตอนนี้เธอยังรักกันอยู่
แต่ก็ไม่เข้าใจเลยว่าเธอจะมารักคนแบบฉันทำไม
มองไม่เห็นจริง ๆ ว่าเธอทนรักไปได้ยังไง
แทบไม่มีเหตุผลเลยสักข้อที่เธอควรจะรักฉัน
ฉันเลยปล่อยให้ตัวเองล่องลอยไปเหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ
เดินเสตร็ดเตร่ไปตามถนนจนถึงร้านกาแฟร้านเดิม
ในดินแดนแห่งบทเพลง และเมืองแห่งการตั้งตารอ
จังหวะชีวิตที่ผิดจังหวะของฉันกำลังบดขยี้เมืองที่แสนอ้างว้างนี้
ฉันไม่เคยถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้ดีเหมือนอย่างเธอเลย
เหมือนทำลูกกุญแจที่จะเปิดประตูเข้าไปหากันสูญหายไปแล้ว
งั้นฉันจะลุกขึ้นมาปรับปรุงตัวเองใหม่
เพราะที่เป็นอยู่มันห่วยแตกเกินไป
รู้แหละว่าตอนนี้เธอยังคงรักฉันอยู่
แต่เอาจริง ๆ ฉันไม่เห็นเลยว่ามีอะไรในตัวฉันที่น่ารักสักนิด
เพราะงั้นฉันต้องเปลี่ยนเป็นคนใหม่ให้ได้
เพราะคนเดิมมันแย่เกินกว่าจะรับไหว
แม้จะรู้ว่าตอนนี้เธอจะยังมอบความรักให้กัน
แต่ฉันก็ยังหาเหตุผลไม่เจอเลยว่าทำไมเธอถึงยอมทน
คิดยังไงก็ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเธอรักคนอย่างฉันลงได้ยังไง
ไม่มีเหตุผลอะไรสักข้อเลยจริง ๆ ที่เธอควรจะรักคนแบบฉัน










Comments are off this post