การเผชิญหน้ากับความตายในสมรภูมิของทหารคนหนึ่ง ที่ต้องจับปืนก้าวเข้าสู่แนวหน้าเพื่อปกป้องครอบครัวและลูกสาวสุดที่รัก
แม้รู้ดีว่าอาจไม่มีโอกาสได้กลับไปเห็นหน้าคนที่บ้านอีก วินาทีที่คมกระสุนฝังร่างและลมหายใจกำลังจะหมดลง
สิ่งสุดท้ายที่ยังประคองหัวใจไว้คือความทรงจำอันแสนอบอุ่น และคำบอกลาเพื่อฝากไปถึงคนที่เขารักที่สุด
Eng - Thai
My 16 locked and loaded
ปืนเอ็มสิบหกขึ้นลำพร้อมยิง
All fear has been aborted
สลัดความกลัวทุกอย่างทิ้งไปหมดแล้ว
You say the words and my weapon is drawn
แค่มีคำสั่งลงมา ผมก็พร้อมชักอาวุธลุยทันที
This one could be my last time
ภารกิจนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต
Some people call it war crime
บางคนอาจมองว่านี่คืออาชญากรรมสงคราม
I may be staring down a lethal site
ข้างหน้าผมอาจเป็นจุดตายที่ไม่มีวันรอด
(To die)
เพื่อไปเผชิญหน้ากับความตาย
Nothing shocks you like a bullet hole
ไม่มีอะไรทำให้ช็อกได้เท่ากับการโดนกระสุนเจาะร่าง
Leaving my fear on the danger line
ทิ้งความกลัวทั้งหมดไว้บนเส้นแบ่งเขตอันตราย
Suffering a man should never know
ความทรมานแบบที่มนุษย์ไม่ควรต้องมาพบเจอ
Leaving my faith on the danger line
ฝากความหวังสุดท้ายไว้ตรงจุดเสี่ยงตาย
I do this for my family
ที่ยอมทำขนาดนี้ ก็เพื่อครอบครัวของผม
My daughter loves her daddy
เพื่อลูกสาวตัวน้อยที่รักพ่อของเธอสุดหัวใจ
Too many talk down on things they don’t know
คนนอกเอาแต่วิจารณ์ทั้งที่ไม่เคยรู้อะไรจริงเลย
With colors never faded
ธงชาติแห่งเกียรติยศที่ไม่มีวันซีดจาง
Reckless and unabated
สู้สุดใจแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
They may take me, but never take us all
พวกมันอาจเอาชีวิตผมไปได้ แต่ไม่มีวันโค่นพวกเราลงได้หมดหรอก
(I’ll crawl)
ถึงจะต้องคลานไป ผมก็ไม่มีวันยอมแพ้
Nothing shocks you like a bullet hole
วินาทีที่คมกระสุนทะลุผ่านตัว มันสะเทือนไปทั้งวิญญาณ
Leaving my fear on the danger line
ละทิ้งความหวาดหวั่นไว้ ณ สมรภูมิแห่งนี้
Suffering a man should never know
ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ไม่มีใครสมควรต้องทนรับ
Leaving my faith on the danger line
วางเดิมพันชีวิตและความเชื่อไว้ที่ปลายกระบอกปืน
I know what you’re thinking, I’ve been there before
ผมรู้ดีว่าคุณคิดอะไรอยู่ เพราะผมก็เคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว
So think of the times
ถ้างั้น นึกถึงช่วงเวลาเหล่านั้นไว้เถอะ
The time we spent laughing away (Oh-oh-oh-oh-oh)
วันเวลาที่เราเคยหัวเราะด้วยกันอย่างมีความสุข
So think of the times (Times at home)
นึกถึงช่วงเวลาอันแสนอบอุ่นที่บ้าน
At home (Life without a care)
ช่วงชีวิตที่ไม่ต้องมีเรื่องให้คอยกังวล
Now I find myself in my own blood
แต่ตอนนี้ ผมกลับนอนจมกองเลือดตัวเอง
(Never thought I’d lie in my own blood)
ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมานอนรอความตายแบบนี้
The damage done is far beyond repair
ร่างกายแหลกเหลวจนเกินจะยื้อไว้ไหว
I never put my faith in up above
ตลอดชีวิตไม่เคยศรัทธาเรื่องพระเจ้าบนฟ้าเลยสักนิด
(Never had much faith in up above)
แทบไม่เคยเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรพวกนั้น
But now, I’m hoping someone’s there
แต่นาทีนี้ กลับหวังลึก ๆ ว่าเบื้องบนจะมีใครอยู่จริง
I never meant to leave this world alone
ไม่เคยตั้งใจจะจากโลกนี้ไปอย่างโดดเดี่ยว
I never meant to hurt the ones who cared
ไม่เคยอยากทำให้คนที่รักและห่วงใยต้องเสียใจเลย
And all this time, I thought we’d just grow old
ที่ผ่านมา คิดมาตลอดว่าเราจะได้อยู่แก่เฒ่าไปด้วยกัน
You know, no one said it’s fair
แต่ก็นะ โลกนี้ไม่เคยมีความยุติธรรมอยู่แล้ว
Tell my baby girl that it’s alright
ช่วยบอกลูกสาวตัวน้อยของผมทีว่าไม่ต้องร้อง พ่อไม่เป็นไรแล้ว
I’ve sung my last song today
วันนี้ผมคงร้องเพลงสุดท้ายของชีวิตจบลงแล้ว
Remind the Lord to leave His light on for me
ฝากบอกพระผู้เป็นเจ้า ช่วยเปิดแสงนำทางไว้รอรับผมทีนะ
I’m free
ในที่สุด ผมก็เป็นอิสระแล้ว
Eng
My 16 locked and loaded
All fear has been aborted
You say the words and my weapon is drawn
This one could be my last time
Some people call it war crime
I may be staring down a lethal site
(To die)
Nothing shocks you like a bullet hole
Leaving my fear on the danger line
Suffering a man should never know
Leaving my faith on the danger line
I do this for my family
My daughter loves her daddy
Too many talk down on things they don’t know
With colors never faded
Reckless and unabated
They may take me, but never take us all
(I’ll crawl)
Nothing shocks you like a bullet hole
Leaving my fear on the danger line
Suffering a man should never know
Leaving my faith on the danger line
I know what you’re thinking, I’ve been there before
So think of the times
The time we spent laughing away (Oh-oh-oh-oh-oh)
So think of the times (Times at home)
At home (Life without a care)
Now I find myself in my own blood
(Never thought I’d lie in my own blood)
The damage done is far beyond repair
I never put my faith in up above
(Never had much faith in up above)
But now, I’m hoping someone’s there
I never meant to leave this world alone
I never meant to hurt the ones who cared
And all this time, I thought we’d just grow old
You know, no one said it’s fair
Tell my baby girl that it’s alright
I’ve sung my last song today
Remind the Lord to leave His light on for me
I’m free
Thai
ปืนเอ็มสิบหกขึ้นลำพร้อมยิง
สลัดความกลัวทุกอย่างทิ้งไปหมดแล้ว
แค่มีคำสั่งลงมา ผมก็พร้อมชักอาวุธลุยทันที
ภารกิจนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต
บางคนอาจมองว่านี่คืออาชญากรรมสงคราม
ข้างหน้าผมอาจเป็นจุดตายที่ไม่มีวันรอด
เพื่อไปเผชิญหน้ากับความตาย
ไม่มีอะไรทำให้ช็อกได้เท่ากับการโดนกระสุนเจาะร่าง
ทิ้งความกลัวทั้งหมดไว้บนเส้นแบ่งเขตอันตราย
ความทรมานแบบที่มนุษย์ไม่ควรต้องมาพบเจอ
ฝากความหวังสุดท้ายไว้ตรงจุดเสี่ยงตาย
ที่ยอมทำขนาดนี้ ก็เพื่อครอบครัวของผม
เพื่อลูกสาวตัวน้อยที่รักพ่อของเธอสุดหัวใจ
คนนอกเอาแต่วิจารณ์ทั้งที่ไม่เคยรู้อะไรจริงเลย
ธงชาติแห่งเกียรติยศที่ไม่มีวันซีดจาง
สู้สุดใจแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
พวกมันอาจเอาชีวิตผมไปได้ แต่ไม่มีวันโค่นพวกเราลงได้หมดหรอก
ถึงจะต้องคลานไป ผมก็ไม่มีวันยอมแพ้
วินาทีที่คมกระสุนทะลุผ่านตัว มันสะเทือนไปทั้งวิญญาณ
ละทิ้งความหวาดหวั่นไว้ ณ สมรภูมิแห่งนี้
ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ไม่มีใครสมควรต้องทนรับ
วางเดิมพันชีวิตและความเชื่อไว้ที่ปลายกระบอกปืน
ผมรู้ดีว่าคุณคิดอะไรอยู่ เพราะผมก็เคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว
ถ้างั้น นึกถึงช่วงเวลาเหล่านั้นไว้เถอะ
วันเวลาที่เราเคยหัวเราะด้วยกันอย่างมีความสุข
นึกถึงช่วงเวลาอันแสนอบอุ่นที่บ้าน
ช่วงชีวิตที่ไม่ต้องมีเรื่องให้คอยกังวล
แต่ตอนนี้ ผมกลับนอนจมกองเลือดตัวเอง
ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมานอนรอความตายแบบนี้
ร่างกายแหลกเหลวจนเกินจะยื้อไว้ไหว
ตลอดชีวิตไม่เคยศรัทธาเรื่องพระเจ้าบนฟ้าเลยสักนิด
แทบไม่เคยเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรพวกนั้น
แต่นาทีนี้ กลับหวังลึก ๆ ว่าเบื้องบนจะมีใครอยู่จริง
ไม่เคยตั้งใจจะจากโลกนี้ไปอย่างโดดเดี่ยว
ไม่เคยอยากทำให้คนที่รักและห่วงใยต้องเสียใจเลย
ที่ผ่านมา คิดมาตลอดว่าเราจะได้อยู่แก่เฒ่าไปด้วยกัน
แต่ก็นะ โลกนี้ไม่เคยมีความยุติธรรมอยู่แล้ว
ช่วยบอกลูกสาวตัวน้อยของผมทีว่าไม่ต้องร้อง พ่อไม่เป็นไรแล้ว
วันนี้ผมคงร้องเพลงสุดท้ายของชีวิตจบลงแล้ว
ฝากบอกพระผู้เป็นเจ้า ช่วยเปิดแสงนำทางไว้รอรับผมทีนะ
ในที่สุด ผมก็เป็นอิสระแล้ว










Comments are off this post