การเดินทางเพียงลำพังที่ทำให้ตระหนักได้ว่า ความงดงามของโลกตรงหน้าไม่มีวันบันทึกได้ครบด้วยเลนส์กล้อง การได้เปิดตาเปิดใจเก็บเกี่ยวประสบการณ์จริงมันช่วยชุบชูชีวิตได้ดีกว่าเป็นไหน ๆ และที่สำคัญคือ ความรู้สึกคิดถึงปนเหงาที่อยากให้คนรักได้มาเห็นทัศนียภาพที่สวยงามนี้ด้วยตาตัวเอง แทนที่จะส่งผ่านไปเพียงแค่รูปถ่ายขนาดสามคูณห้านิ้ว
Eng - Thai
I’m writing you to catch you up on places I’ve been
ฉันเขียนจดหมายฉบับนี้มาเล่าให้ฟังว่าไปเที่ยวไหนมาบ้าง
And you held this letter
พอเธอเปิดอ่านจดหมายฉบับนี้
Probably got excited, but there’s nothing else inside it
ก็คงจะแอบตื่นเต้นดีใจ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าข้างในไม่มีอะไรอย่างอื่นเลย
Didn’t have a camera by my side this time
รอบนี้ฉันไม่ได้พกกล้องติดตัวไปด้วยหรอกนะ
Hoping I would see the world through both my eyes
เพราะแค่อยากมองโลกใบนี้ด้วยตาสองข้างของตัวเองแบบเต็ม ๆ
Maybe I will tell you all about it when
เอาไว้รอให้อารมณ์ดี ๆ แล้วค่อยเล่าให้ฟังละกัน
I’m in the mood to lose my way with words
ตอนที่พร้อมจะพรรณนาหาคำพูดมาบรรยายไม่ถูกนั่นแหละ
Today, skies are painted colors of a cowboy cliche
ท้องฟ้าวันนี้สีสันส้ม ๆ แดง ๆ เหมือนในหนังคาวบอยไม่มีผิด
And strange how clouds that look like mountains in the sky
แถมแปลกดีเหมือนกันนะ ที่ก้อนเมฆรูปทรงคล้ายแนวเขามหึมา
Are next to mountains anyway
ดันลอยไปอยู่ข้าง ๆ ยอดเขาจริง ๆ ซะอย่างนั้น
Didn’t have a camera by my side this time
ทริปนี้ไม่มีกล้องคู่ใจอยู่ข้างกายเหมือนเคย
Hoping I would see the world through both my eyes
หวังแค่ว่าจะได้สัมผัสโลกกว้างผ่านดวงตาคู่นี้อย่างแท้จริง
Maybe I will tell you all about it when
ไว้ถ้าอารมณ์สุนทรีย์ขึ้นมาเมื่อไหร่
I’m in the mood to lose my way with words
ค่อยหาคำพูดเพราะ ๆ มาพรรณนาให้ฟังอีกที
But let me say
แต่ขอพูดหน่อยเหอะ
You should have seen that sunrise
เธอควรมาเห็นแสงแรกของวันด้วยกันจริง ๆ
With your own eyes
มามองดูมันด้วยตาตัวเอง
It brought me back to life
เพราะมันชุบชีวิตที่เหี่ยวเฉาของฉันให้ฟื้นคืนมาเลยละ
You’ll be with me next time I go outside
คราวหน้าถ้าฉันออกเดินทางอีก เธอต้องไปด้วยกันนะ
Just no more 3x5s
จะไม่มีการถ่ายรูปขนาดสามคูณห้านิ้วมาฝากอีกต่อไปแล้ว
I guess you had to be there
ของแบบนี้มันต้องไปอยู่ตรงนั้นเองถึงจะเข้าใจ
Guess you had to be with me
เธอต้องไปอยู่ตรงนั้นข้าง ๆ กันกับฉัน
Today I finally overcame
ในที่สุดวันนี้ฉันก็ก้าวข้ามขีดจำกัดตัวเองได้สำเร็จ
Trying to fit the world inside a picture frame
เลิกพยายามที่จะบีบโลกทั้งใบให้เข้าไปอยู่ในกรอบรูปสี่เหลี่ยมซะที
Maybe I will tell you all about it when
เอาไว้พร้อมจะพร่ำเพ้อพรรณนาเมื่อไหร่
I’m in the mood to lose my way
ค่อยเล่ารายละเอียดให้ฟัง
But let me say
แต่ตอนนี้ขอพูดคำนี้ก่อนนะ
But let me say
แต่ขอพูดตรงนี้เลยว่า
You should have seen that sunrise
เธอควรได้มาเห็นพระอาทิตย์ขึ้นนั่นด้วยกันจริง ๆ
With your own eyes
ได้สัมผัสมันด้วยตาคู่นั้นของเธอ
It brought me back to life
มันเหมือนช่วยชุบชีวิตฉันขึ้นมาใหม่เลยนะ
You’ll be with me next time I go outside
ทริปหน้าถ้าฉันเดินทางอีก เธอต้องมาด้วยกันให้ได้นะ
Just no more 3x5s
พอทีกับการฝากความทรงจำไว้ในรูปถ่ายใบเล็ก ๆ แบบนั้น
Eng
I’m writing you to catch you up on places I’ve been
And you held this letter
Probably got excited, but there’s nothing else inside it
Didn’t have a camera by my side this time
Hoping I would see the world through both my eyes
Maybe I will tell you all about it when
I’m in the mood to lose my way with words
Today, skies are painted colors of a cowboy cliche
And strange how clouds that look like mountains in the sky
Are next to mountains anyway
Didn’t have a camera by my side this time
Hoping I would see the world through both my eyes
Maybe I will tell you all about it when
I’m in the mood to lose my way with words
But let me say
You should have seen that sunrise
With your own eyes
It brought me back to life
You’ll be with me next time I go outside
Just no more 3x5s
I guess you had to be there
Guess you had to be with me
Today I finally overcame
Trying to fit the world inside a picture frame
Maybe I will tell you all about it when
I’m in the mood to lose my way
But let me say
But let me say
You should have seen that sunrise
With your own eyes
It brought me back to life
You’ll be with me next time I go outside
Just no more 3x5s
Thai
ฉันเขียนจดหมายฉบับนี้มาเล่าให้ฟังว่าไปเที่ยวไหนมาบ้าง
พอเธอเปิดอ่านจดหมายฉบับนี้
ก็คงจะแอบตื่นเต้นดีใจ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าข้างในไม่มีอะไรอย่างอื่นเลย
รอบนี้ฉันไม่ได้พกกล้องติดตัวไปด้วยหรอกนะ
เพราะแค่อยากมองโลกใบนี้ด้วยตาสองข้างของตัวเองแบบเต็ม ๆ
เอาไว้รอให้อารมณ์ดี ๆ แล้วค่อยเล่าให้ฟังละกัน
ตอนที่พร้อมจะพรรณนาหาคำพูดมาบรรยายไม่ถูกนั่นแหละ
ท้องฟ้าวันนี้สีสันส้ม ๆ แดง ๆ เหมือนในหนังคาวบอยไม่มีผิด
แถมแปลกดีเหมือนกันนะ ที่ก้อนเมฆรูปทรงคล้ายแนวเขามหึมา
ดันลอยไปอยู่ข้าง ๆ ยอดเขาจริง ๆ ซะอย่างนั้น
ทริปนี้ไม่มีกล้องคู่ใจอยู่ข้างกายเหมือนเคย
หวังแค่ว่าจะได้สัมผัสโลกกว้างผ่านดวงตาคู่นี้อย่างแท้จริง
ไว้ถ้าอารมณ์สุนทรีย์ขึ้นมาเมื่อไหร่
ค่อยหาคำพูดเพราะ ๆ มาพรรณนาให้ฟังอีกที
แต่ขอพูดหน่อยเหอะ
เธอควรมาเห็นแสงแรกของวันด้วยกันจริง ๆ
มามองดูมันด้วยตาตัวเอง
เพราะมันชุบชีวิตที่เหี่ยวเฉาของฉันให้ฟื้นคืนมาเลยละ
คราวหน้าถ้าฉันออกเดินทางอีก เธอต้องไปด้วยกันนะ
จะไม่มีการถ่ายรูปขนาดสามคูณห้านิ้วมาฝากอีกต่อไปแล้ว
ของแบบนี้มันต้องไปอยู่ตรงนั้นเองถึงจะเข้าใจ
เธอต้องไปอยู่ตรงนั้นข้าง ๆ กันกับฉัน
ในที่สุดวันนี้ฉันก็ก้าวข้ามขีดจำกัดตัวเองได้สำเร็จ
เลิกพยายามที่จะบีบโลกทั้งใบให้เข้าไปอยู่ในกรอบรูปสี่เหลี่ยมซะที
เอาไว้พร้อมจะพร่ำเพ้อพรรณนาเมื่อไหร่
ค่อยเล่ารายละเอียดให้ฟัง
แต่ตอนนี้ขอพูดคำนี้ก่อนนะ
แต่ขอพูดตรงนี้เลยว่า
เธอควรได้มาเห็นพระอาทิตย์ขึ้นนั่นด้วยกันจริง ๆ
ได้สัมผัสมันด้วยตาคู่นั้นของเธอ
มันเหมือนช่วยชุบชีวิตฉันขึ้นมาใหม่เลยนะ
ทริปหน้าถ้าฉันเดินทางอีก เธอต้องมาด้วยกันให้ได้นะ
พอทีกับการฝากความทรงจำไว้ในรูปถ่ายใบเล็ก ๆ แบบนั้น










Comments are off this post