LYRIC

เพลงนี้ถ่ายทอดฟีลความอึดอัดขั้นสุด เล่าถึงจังหวะนรกที่บังเอิญเจอแฟนเก่าในงานเดียวกัน ทั้งที่เคยรักกันหวานชื่นแท้ ๆ แต่ตอนนี้ต่างคนต่างฟอร์มจัด แกล้งทำเป็นไม่แคร์แล้วยืนเงียบใส่กันจนโคตรทรมานใจ จากนิทานรักโรแมนติกที่เคยวาดฝันไว้ ดันพลิกกลายเป็นเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตาซะงั้น

Eng - Thai


I used to think, one day, we’d tell the story of us
เมื่อก่อนเคยคิดว่าสักวันคงได้เอาเรื่องรักของเราไปเล่าอวดคนอื่น
How we met and the sparks flew instantly
ว่าตอนเจอกันครั้งแรกมันสปาร์กแรงขนาดไหน
And people would say, “They’re the lucky ones”
จนใคร ๆ ก็พากันอิจฉาว่าคู่นี้โชคดีชะมัด
I used to know my place was the spot next to you
เคยชินกับการมีที่ยืนข้างเธอเสมอ
Now, I’m searching the room for an empty seat
แต่วันนี้กลับต้องกวาดตามองหาเก้าอี้ว่างตัวอื่นนั่ง
‘Cause lately, I don’t even know what page you’re on
เพราะพักหลังมานี้ ฉันแทบเดาใจเธอไม่ออกเลย

Oh, a simple complication
เรื่องง่าย ๆ แท้ ๆ แต่ดันทำเรื่องให้ยุ่งยาก
Miscommunications lead to fallout
ไม่ยอมคุยกันดี ๆ จนพังไม่เป็นท่า
So many things that I wish you knew
มีเรื่องตั้งเยอะแยะที่อยากให้เธอเข้าใจ
So many walls up, I can’t break through
แต่เธอดันสร้างกำแพงซะหนาจนฉันข้ามไปไม่ไหว

Now, I’m standin’ alone in a crowded room
ตอนนี้ได้แต่ยืนเคว้งอยู่คนเดียวท่ามกลางคนเป็นร้อย
And we’re not speakin’
แล้วเราสองคนก็ไม่คุยกันสักคำ
And I’m dyin’ to know
อยากรู้ใจแทบขาด
Is it killin’ you like it’s killin’ me? Yeah
ว่าเธอจะทรมานเหมือนที่ฉันกำลังเป็นอยู่ไหม
I don’t know what to say since the twist of fate
ตั้งแต่จังหวะชีวิตเล่นตลกจนต่อกันไม่ติด
When it all broke down
ตอนที่ทุกอย่างพังทลายลง
And the story of us looks a lot like a tragedy now
เรื่องของเราตอนนี้สภาพเลยไม่ต่างจากโศกนาฏกรรม

Next chapter
ขึ้นบทต่อไป

How’d we end up this way?
เรื่องมันลงเอยแบบนี้ได้ยังไงกัน
See me nervously pulling at my clothes and trying to look busy
เห็นไหมว่าฉันดึงเสื้อแก้เขิน ทำเป็นยุ่งกลบเกลื่อนไปเรื่อย
And you’re doin’ your best to avoid me
ส่วนเธอก็พยายามเต็มที่ที่จะหลบหน้ากัน
I’m starting to think, one day, I’ll tell the story of us
ชักเริ่มคิดแล้วสิ ว่าวันข้างหน้าคงได้เล่าเรื่องเราอีกแบบ
How I was losing my mind when I saw you here
ว่าตอนเห็นเธอที่นี่ฉันแทบจะเป็นบ้า
But you held your pride like you should’ve held me
แต่เธอดันกอดทิฐิตัวเองแน่น แทนที่จะกอดฉันไว้

Oh, I’m scared to see the ending
กลัวเหลือเกินกับตอนจบที่จะมาถึง
Why are we pretending this is nothin’?
จะแกล้งทำเป็นไม่มีอะไรไปทำไม
I’d tell you I miss you, but I don’t know how
อยากบอกว่าคิดถึงจะตาย แต่ไม่รู้ต้องเริ่มยังไง
I’ve never heard silence quite this loud
ไม่เคยรู้สึกว่าความเงียบมันจะบาดหูขนาดนี้มาก่อน

Now, I’m standin’ alone in a crowded room
กลายเป็นคนแปลกหน้าที่ยืนเคว้งท่ามกลางผู้คน
And we’re not speakin’
ทั้งที่อยู่ใกล้แค่นี้แต่กลับไม่ยอมทักกัน
And I’m dyin’ to know
โคตรอยากรู้จริง ๆ
Is it killin’ you like it’s killin’ me? Yeah
ว่าข้างในเธอเจ็บเจียนตายเหมือนฉันรึเปล่า
I don’t know what to say since the twist of fate
พูดอะไรไม่ออกตั้งแต่วันที่ชะตาเล่นตลก
When it all broke down
ในวันที่ความสัมพันธ์แหลกละเอียด
And the story of us looks a lot like a tragedy now
นิทานของเรามันกลายเป็นเรื่องเศร้าไปซะแล้ว

This is lookin’ like a contest
บรรยากาศเหมือนแข่งเกมกันอยู่ชัด ๆ
Of who can act like they care less
ว่าใครจะทำเป็นไม่แคร์ได้เนียนกว่ากัน
But I liked it better when you were on my side
แต่ฉันชอบตอนที่เราอยู่ข้างเดียวกันมากกว่านะ
The battle’s in your hands now
ตอนนี้ขึ้นอยู่กับเธอคนเดียวเลย
But I would lay my armor down
ฉันพร้อมจะยอมถอดเกราะทิ้งทันที
If you said you’d rather love than fight
แค่เธอบอกว่าอยากรักกันมากกว่าเอาชนะ

So many things that you wish I knew
คงมีหลายเรื่องที่เธออยากให้ฉันเข้าใจเหมือนกัน
But the story of us might be ending soon
แต่นิยายเรื่องเราคงใกล้ถึงตอนอวสานเต็มที

Now, I’m standin’ alone in a crowded room
สุดท้ายก็ยืนโดดเดี่ยวอยู่กลางฝูงชน
And we’re not speakin’
ปิดปากเงียบใส่กันเหมือนเดิม
And I’m dyin’ to know
และฉันก็อยากรู้เหลือเกิน
Is it killin’ you like it’s killin’ me? Yeah
ว่ามันบีบหัวใจเธอเหมือนที่บีบหัวใจฉันบ้างไหม
And I don’t know what to say since the twist of fate
จนปัญญาจะหาคำพูดตั้งแต่ทุกอย่างพลิกผัน
When it all broke down
วันที่ความรักพังครืนลงมา
And the story of us looks a lot like a tragedy now, now, now
เรื่องราวของเรากลายเป็นเรื่องเศร้าสมบูรณ์แบบ
And we’re not speakin’
ต่างคนต่างเงียบกริบ
And I’m dyin’ to know
อยากรู้จนใจจะขาด
Is it killin’ you like it’s killin’ me? Yeah
ว่าเธอเจ็บปวดทรมานเหมือนกันรึเปล่า
I don’t know what to say since the twist of fate
ไม่รู้จะพูดอะไรดีเมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไป
‘Cause we’re going down
เพราะเรือรักเรามันกำลังจะจม
And the story of us looks a lot like a tragedy now
และนิทานของเราคงจบแบบโศกนาฏกรรมจริง ๆ

The end
จบบริบูรณ์

Eng


I used to think, one day, we’d tell the story of us
How we met and the sparks flew instantly
And people would say, “They’re the lucky ones”
I used to know my place was the spot next to you
Now, I’m searching the room for an empty seat
‘Cause lately, I don’t even know what page you’re on

Oh, a simple complication
Miscommunications lead to fallout
So many things that I wish you knew
So many walls up, I can’t break through

Now, I’m standin’ alone in a crowded room
And we’re not speakin’
And I’m dyin’ to know
Is it killin’ you like it’s killin’ me? Yeah
I don’t know what to say since the twist of fate
When it all broke down
And the story of us looks a lot like a tragedy now

Next chapter

How’d we end up this way?
See me nervously pulling at my clothes and trying to look busy
And you’re doin’ your best to avoid me
I’m starting to think, one day, I’ll tell the story of us
How I was losing my mind when I saw you here
But you held your pride like you should’ve held me

Oh, I’m scared to see the ending
Why are we pretending this is nothin’?
I’d tell you I miss you, but I don’t know how
I’ve never heard silence quite this loud

Now, I’m standin’ alone in a crowded room
And we’re not speakin’
And I’m dyin’ to know
Is it killin’ you like it’s killin’ me? Yeah
I don’t know what to say since the twist of fate
When it all broke down
And the story of us looks a lot like a tragedy now

This is lookin’ like a contest
Of who can act like they care less
But I liked it better when you were on my side
The battle’s in your hands now
But I would lay my armor down
If you said you’d rather love than fight

So many things that you wish I knew
But the story of us might be ending soon

Now, I’m standin’ alone in a crowded room
And we’re not speakin’
And I’m dyin’ to know
Is it killin’ you like it’s killin’ me? Yeah
And I don’t know what to say since the twist of fate
When it all broke down
And the story of us looks a lot like a tragedy now, now, now
And we’re not speakin’
And I’m dyin’ to know
Is it killin’ you like it’s killin’ me? Yeah
I don’t know what to say since the twist of fate
‘Cause we’re going down
And the story of us looks a lot like a tragedy now

The end

Thai


เมื่อก่อนเคยคิดว่าสักวันคงได้เอาเรื่องรักของเราไปเล่าอวดคนอื่น
ว่าตอนเจอกันครั้งแรกมันสปาร์กแรงขนาดไหน
จนใคร ๆ ก็พากันอิจฉาว่าคู่นี้โชคดีชะมัด
เคยชินกับการมีที่ยืนข้างเธอเสมอ
แต่วันนี้กลับต้องกวาดตามองหาเก้าอี้ว่างตัวอื่นนั่ง
เพราะพักหลังมานี้ ฉันแทบเดาใจเธอไม่ออกเลย

เรื่องง่าย ๆ แท้ ๆ แต่ดันทำเรื่องให้ยุ่งยาก
ไม่ยอมคุยกันดี ๆ จนพังไม่เป็นท่า
มีเรื่องตั้งเยอะแยะที่อยากให้เธอเข้าใจ
แต่เธอดันสร้างกำแพงซะหนาจนฉันข้ามไปไม่ไหว

ตอนนี้ได้แต่ยืนเคว้งอยู่คนเดียวท่ามกลางคนเป็นร้อย
แล้วเราสองคนก็ไม่คุยกันสักคำ
อยากรู้ใจแทบขาด
ว่าเธอจะทรมานเหมือนที่ฉันกำลังเป็นอยู่ไหม
ตั้งแต่จังหวะชีวิตเล่นตลกจนต่อกันไม่ติด
ตอนที่ทุกอย่างพังทลายลง
เรื่องของเราตอนนี้สภาพเลยไม่ต่างจากโศกนาฏกรรม

ขึ้นบทต่อไป

เรื่องมันลงเอยแบบนี้ได้ยังไงกัน
เห็นไหมว่าฉันดึงเสื้อแก้เขิน ทำเป็นยุ่งกลบเกลื่อนไปเรื่อย
ส่วนเธอก็พยายามเต็มที่ที่จะหลบหน้ากัน
ชักเริ่มคิดแล้วสิ ว่าวันข้างหน้าคงได้เล่าเรื่องเราอีกแบบ
ว่าตอนเห็นเธอที่นี่ฉันแทบจะเป็นบ้า
แต่เธอดันกอดทิฐิตัวเองแน่น แทนที่จะกอดฉันไว้

กลัวเหลือเกินกับตอนจบที่จะมาถึง
จะแกล้งทำเป็นไม่มีอะไรไปทำไม
อยากบอกว่าคิดถึงจะตาย แต่ไม่รู้ต้องเริ่มยังไง
ไม่เคยรู้สึกว่าความเงียบมันจะบาดหูขนาดนี้มาก่อน

กลายเป็นคนแปลกหน้าที่ยืนเคว้งท่ามกลางผู้คน
ทั้งที่อยู่ใกล้แค่นี้แต่กลับไม่ยอมทักกัน
โคตรอยากรู้จริง ๆ
ว่าข้างในเธอเจ็บเจียนตายเหมือนฉันรึเปล่า
พูดอะไรไม่ออกตั้งแต่วันที่ชะตาเล่นตลก
ในวันที่ความสัมพันธ์แหลกละเอียด
นิทานของเรามันกลายเป็นเรื่องเศร้าไปซะแล้ว

บรรยากาศเหมือนแข่งเกมกันอยู่ชัด ๆ
ว่าใครจะทำเป็นไม่แคร์ได้เนียนกว่ากัน
แต่ฉันชอบตอนที่เราอยู่ข้างเดียวกันมากกว่านะ
ตอนนี้ขึ้นอยู่กับเธอคนเดียวเลย
ฉันพร้อมจะยอมถอดเกราะทิ้งทันที
แค่เธอบอกว่าอยากรักกันมากกว่าเอาชนะ

คงมีหลายเรื่องที่เธออยากให้ฉันเข้าใจเหมือนกัน
แต่นิยายเรื่องเราคงใกล้ถึงตอนอวสานเต็มที

สุดท้ายก็ยืนโดดเดี่ยวอยู่กลางฝูงชน
ปิดปากเงียบใส่กันเหมือนเดิม
และฉันก็อยากรู้เหลือเกิน
ว่ามันบีบหัวใจเธอเหมือนที่บีบหัวใจฉันบ้างไหม
จนปัญญาจะหาคำพูดตั้งแต่ทุกอย่างพลิกผัน
วันที่ความรักพังครืนลงมา
เรื่องราวของเรากลายเป็นเรื่องเศร้าสมบูรณ์แบบ
ต่างคนต่างเงียบกริบ
อยากรู้จนใจจะขาด
ว่าเธอเจ็บปวดทรมานเหมือนกันรึเปล่า
ไม่รู้จะพูดอะไรดีเมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไป
เพราะเรือรักเรามันกำลังจะจม
และนิทานของเราคงจบแบบโศกนาฏกรรมจริง ๆ

จบบริบูรณ์


ให้คะแนนสำหรับคำแปลเพลงนี้

คะแนนเฉลี่ย 5 คะแนน, จำนวนคนโหวต 3 คน

กดโหวตคนแรกเพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้แปล

เขียนติชม ข้อเสนอแนะของท่านเพื่อให้เราทำการแก้ไข และปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

Comments are off this post

💙 หมวดหมู่

แปลเพลงสากล ยุค 50 แปลเพลงสากล ยุค 60 แปลเพลงสากล ยุค 70 แปลเพลงสากล ยุค 80 แปลเพลงสากล ยุค 90 แปลเพลงสากล ยุค 2000+ เพลงรักสากลแปลไทย เพลงสากลอกหักแปลไทย เนื้อเพลงสากลแปลไทย