อัปเดตเมื่อ: วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน 2569
ขอแสดงความยินดีกับวงร็อกระดับตำนานอย่าง Nirvana ที่ล่าสุดได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการคว้ารางวัลทรงเกียรติสูงสุดของงาน MTV Video Music Awards อย่างรางวัล Video Vanguard Award มาครองได้สำเร็จ
สำหรับรางวัลเกียรติยศแห่งความสำเร็จในชีวิตนี้ ในอดีตเคยตกเป็นของศิลปินระดับตำนานมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Madonna, Peter Gabriel, Michael Jackson, Bon Jovi, Guns N’ Roses, Tom Petty, R.E.M., Beastie Boys และ Red Hot Chili Peppers เป็นต้น
ในพิธีมอบรางวัลปีนี้ Chuck D แร็ปเปอร์จากวง Public Enemy ได้ขึ้นมากล่าวสุนทรพจน์ยกย่องอิทธิพลและผลงานของ Nirvana ในช่วงปลายยุค 80 และต้นยุค 90 แม้ว่าการจากไปอย่างกะทันหันของ Kurt Cobain ในปี 1994 จะปิดฉากความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ลง แต่บทเพลงและมิวสิกวิดีโอระดับฮิตอย่าง Smells Like Teen Spirit, Come as You Are, In Bloom และ Heart-Shaped Box ก็ยังคงตราตรึงอยู่ในใจแฟนเพลงเสมอมา
Chuck D ได้กล่าวบนเวทีถึงความโดดเด่นของวงไว้ว่า พวกเขายังคงรักษาตัวตนและวิสัยทัศน์ของตัวเองเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ซาวด์ดนตรีมีความดังกระหึ่ม งดงาม และเปิดกว้างอย่างไร้ขีดจำกัด เนื้อเพลงเต็มไปด้วยความดิบเรียบและเข้าถึงความเป็นมนุษย์อย่างลึกซึ้ง พวกเขาคือต้นแบบที่แท้จริงและมีความกล้าหาญในยุคที่ดนตรีเริ่มกลายเป็นสูตรสำเร็จ
ในขณะเดียวกัน สมาชิกที่เหลือของวงอย่าง Krist Novoselic, Dave Grohl และ Pat Smear ได้เดินทางมารับรางวัล Video Vanguard ร่วมกัน โดย Krist Novoselic เป็นตัวแทนกล่าวความรู้สึกต่อหน้าผู้ชมว่า Kurt Cobain คือศิลปินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและไม่มีใครเหมือน พวกเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าดนตรีและซาวด์ที่เป็นเอกลักษณ์จะมีความหมายต่อผู้คนมากมายขนาดนี้
เขายังกล่าวเสริมอีกว่า บทเพลงของ Nirvana ยังคงทรงพลังและเชื่อมโยงกับผู้คนได้ลึกซึ้ง เพราะทุกคนต่างโหยหาความจริงใจและตัวตนที่ไม่ต้องประนีประนอมกับใคร ซึ่ง Kurt Cobain คงจะรู้สึกปลื้มใจกับมรดกทางดนตรีชิ้นนี้เป็นอย่างมาก
ตลอดเส้นทางดนตรี Nirvana เคยสร้างสรรค์มิวสิกวิดีโอออกมาทั้งหมด 9 ตัว โดยผลงานชิ้นเอกอย่าง Smells Like Teen Spirit ที่กำกับโดย Samuel Bayer ถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่ผลักดันให้วงโด่งดังเป็นพลแตกในระดับโลก แม้ว่าในปีนี้ทาง MTV จะยกเลิกรางวัล Best Rock Video ไป แต่การมอบรางวัล Video Vanguard ให้กับ Nirvana ก็ถือเป็นการย้ำเตือนถึงคุณค่าทางดนตรีที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย
ที่มา: Loudwire

No comments yet