ข้อมูลศิลปิน
| ประเทศที่เกิด : | Athens, Georgia, U.S. |
| แนวเพลง : | Alternative rock, College rock, Folk rock, Jangle pop, Post-punk |
| เว็บไซต์ : | remhq.com |
R.E.M. เป็นวงดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร็อกระดับตำนานจากประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1980 ณ เมืองเอเธนส์ รัฐจอร์เจีย โดยมีสมาชิกหลักประกอบด้วย ไมเคิล สไตป์ (Michael Stipe) นักร้องนำ, พีเตอร์ บัค (Peter Buck) มือกีตาร์, ไมค์ มิลส์ (Mike Mills) มือเบส และบิล เบอร์รี (Bill Berry) มือกลอง วง R.E.M. ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มศิลปินผู้บุกเบิกแนวเพลงอัลเทอร์เนทีฟร็อกยุคแรกที่สามารถผลักดันดนตรีนอกกระแสเข้าสู่ความนิยมระดับสากล ด้วยเอกลักษณ์ทางดนตรีที่ผสมผสานเสียงกีตาร์สไตล์แองเกิลพ็อป (Jangle Pop) จังหวะเบสที่มีท่วงทำนองชัดเจน และเนื้อร้องที่มีความซับซ้อนเชิงกวีนิพนธ์
ประวัติและการก่อตั้งวง (ค.ศ. 1980–1981)
สมาชิกทั้งสี่คนได้พบกันขณะศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งจอร์เจีย (University of Georgia) และเริ่มรวมตัวเล่นดนตรีร่วมกันในงานเลี้ยงของนักศึกษา พวกเขาตัดสินใจตั้งชื่อวงว่า R.E.M. ซึ่งเป็นอักษรย่อของภาวะการนอนหลับ Rapid Eye Movement ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1981 พวกเขาได้ออกซิงเกิลแรกภายใต้ค่ายเพลงอิสระ Hib-Tone ในชื่อเพลง Radio Free Europe ผลงานชิ้นนี้ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ดนตรีและกลายเป็นเพลงที่ถูกเปิดบ่อยที่สุดเพลงหนึ่งในสถานีวิทยุมหาวิทยาลัยทั่วสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้วงเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
การพัฒนาแนวเพลงและยุคค่ายเพลงอิสระ (ค.ศ. 1982–1987)
ในปี ค.ศ. 1982 R.E.M. ได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง I.R.S. Records และปล่อยมินิอัลบั้มหรืออีพีชุดแรกในชื่อ Chronic Town ต่อมาในปี ค.ศ. 1983 ทางวงได้ออกอัลบั้มเต็มชุดแรกชื่อ Murmur ซึ่งได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Rolling Stone ให้เป็นอัลบั้มแห่งปี ผลงานชุดนี้โดดเด่นด้วยวิธีการร้องแบบงึมงำอันเป็นเอกลักษณ์ของ Michael Stipe และไลน์กีตาร์แบบเกาของ Peter Buck
ทางวงได้พัฒนาดนตรีอย่างต่อเนื่องผ่านผลงานอัลบั้ม Reckoning ในปี ค.ศ. 1984, อัลบั้ม Fables of the Reconstruction ในปี ค.ศ. 1985 และอัลบั้ม Lifes Rich Pageant ในปี ค.ศ. 1986 จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1987 พวกเขาประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ระดับประเทศจากอัลบั้ม Document ซึ่งมีซิงเกิลฮิตที่ติดอันดับท็อป 10 ในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ เพลง The One I Love และเพลง It’s the End of the World as We Know It (And I Feel Fine) ส่งผลให้ R.E.M. ก้าวขึ้นเป็นวงร็อกระดับแนวหน้าของกระแสดนตรีทางเลือก
ความสำเร็จระดับสากลและยุคทอง (ค.ศ. 1988–1996)
ในปี ค.ศ. 1988 R.E.M. ได้ย้ายเข้าสังกัดค่ายเพลงใหญ่อย่าง Warner Bros. Records และออกผลงานอัลบั้ม Green ซึ่งมีเพลงฮิตอย่าง Orange Crush และ Stand พร้อมทั้งเปิดฉากการแสดงทัวร์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่ในต่างประเทศ ต่อมาในปี ค.ศ. 1991 วงได้ปล่อยผลงานอัลบั้ม Out of Time ซึ่งประสบความสำเร็จสูงสุดด้วยยอดขายมากกว่า 18 ล้านชุดทั่วโลก มีซิงเกิลฮิตระดับตำนานอย่าง Losing My Religion และเพลง Shiny Happy People
ในปี ค.ศ. 1992 ทางวงได้ตอกย้ำความสำเร็จด้วยการออกอัลบั้ม Automatic for the People ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผลงานคลาสสิกของยุค 90 ประกอบด้วยเพลงระดับตำนาน เช่น Everybody Hurts, Man on the Moon และ Drive จากนั้นในปี ค.ศ. 1994 พวกเขากลับมาทำเพลงสไตล์อัลเทอร์เนทีฟร็อกที่มีความหนักแน่นขึ้นในอัลบั้ม Monster ซึ่งมีเพลงฮิตอย่าง What’s the Frequency, Kenneth? ก่อนจะตามมาด้วยอัลบั้ม New Adventures in Hi-Fi ในปี ค.ศ. 1996
การเปลี่ยนแปลงสมาชิก ผลงานยุคหลัง และการยุบวง (ค.ศ. 1997–2011)
ในปี ค.ศ. 1997 Bill Berry มือกลอง ได้ตัดสินใจลาออกจากวงอย่างเป็นทางการด้วยเหตุผลส่วนตัว สมาชิกที่เหลืออีกสามคนจึงตัดสินใจดำเนินงานต่อในฐานะวงสามชิ้น และเริ่มทดลองนำดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาผสมผสานในอัลบั้ม Up ในปี ค.ศ. 1998 ซึ่งมีเพลงฮิตอย่าง Daysleeper และตามมาด้วยอัลบั้ม Reveal ในปี ค.ศ. 2001 ที่มีเพลง Imitation of Life
ผลงานในยุคหลังของวง ได้แก่ อัลบั้ม Around the Sun ในปี ค.ศ. 2004, อัลบั้ม Accelerate ในปี ค.ศ. 2008 และผลงานสตูดิโออัลบั้มชุดสุดท้าย Collapse Into Now ในปี ค.ศ. 2011 จนกระทั่งในวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 2011 R.E.M. ได้ประกาศยุบวงอย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์ของทางวง หลังจากร่วมสร้างสรรค์ผลงานดนตรีมายาวนานกว่าสามทศวรรษ
เกียรติยศและอิทธิพลทางดนตรี
ตลอดระยะเวลาบนเส้นทางดนตรี R.E.M.ได้รับรางวัลระดับสากลมากมาย รวมถึงรางวัล Grammy Awards ในปี ค.ศ. 1992 จำนวน 3 สาขา จากอัลบั้ม Out of Time และเพลง Losing My Religion ได้แก่ สาขา Best Pop Performance by a Duo or Group with Vocal, สาขา Best Short Form Music Video และสาขา Best Alternative Music Album นอกจากนี้ ทางวงยังได้รับการบรรจุชื่อเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame ในปี ค.ศ. 2007
R.E.M. ถือเป็นวงดนตรีที่มีอิทธิพลอย่างสูงต่อการพัฒนาของวงการดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร็อก โดยเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับวงดนตรีรุ่นหลังจำนวนมาก เช่น Nirvana, Pearl Jam, Radiohead และ Coldplay ทั้งในแง่ของสไตล์ดนตรีและจุดยืนในการทำงานศิลปะอย่างเป็นอิสระ
