อัปเดตเมื่อ: วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569
ศิลปินสาวซูเปอร์สตาร์ระดับโลก Shakira ได้ออกมาเปิดเผยว่า คอนเสิร์ต Residency จำนวน 12 รอบที่กำลังจะเกิดขึ้นในกรุงมาดริด ประเทศสเปนนั้น ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นเพื่อเป็นกระบอกเสียงและตอบโต้ต่อความกลัว รวมถึงการถูกกดขี่ข่มเหงที่ชุมชนชาวลาตินต้องเผชิญ
Shakira ได้เขียนบอกเล่าเรื่องราวนี้ผ่านบทความพิเศษในหนังสือพิมพ์ El País ว่า เรื่องนี้มันเริ่มต้นมาจากความเจ็บปวด มันเริ่มขึ้นตอนที่เธอเห็นผู้คนของเราโดนข่มเหงรังแกเพียงเพราะพวกเขาเป็นคนลาติน และหลายครอบครัวต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัว
แม้ว่าตัวนักร้องสาวจะไม่ได้ระบุเจาะจงว่าเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นที่ไหน แต่ในบทความดังกล่าวได้มีการเชื่อมโยงเรื่องนี้เข้ากับรายงานข่าวก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง (ICE) และการปราบปรามผู้อพยพอย่างเข้มงวดของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ในสหรัฐอเมริกา
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากเหล่านั้น Shakira มองว่า ความโกรธแค้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้และสมเหตุสมผล แต่เธอเลือกที่จะตอบโต้สิ่งเหล่านั้นด้วยการสร้างสรรค์งานเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้แทน
นอกจากนี้เธอยังอธิบายเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่เลือกกรุงมาดริดเป็นสถานที่จัดงานในครั้งนี้ โดยมองว่าการอพยพของชาวลาตินในสเปนนั้นไม่ใช่แค่เรื่องที่ผู้คนยอมรับได้เฉย ๆ แต่เป็นเรื่องที่ผู้คนร่วมยินดีและเฉลิมฉลองด้วยซ้ำ ซึ่งสิ่งนี้ช่วยทำให้ประเทศสเปนดูมีความเป็นวัยรุ่น มีพลังขับเคลื่อน และมีความคิดสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น
คอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่นี้จะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 18 กันยายนนี้ ณ สเตเดียมชั่วคราวที่กำลังสร้างขึ้นในพื้นที่ของ Iberdrola Music Complex กรุงมาดริด และจะจัดยาวไปจนถึงวันที่ 11 ตุลาคม โดยคาดว่าจะสามารถรองรับผู้ชมได้มากกว่า 50,000 คนต่อคืน ท่ามกลางอัฒจันทร์ชั่วคราวและพื้นที่ด้านล่างรวมทั้งหมด 6 โซนด้วยกัน
พื้นที่โดยรอบของคอนเสิร์ตจะมีการสร้างอาคารนิทรรศการขึ้นมาอีก 8 หลัง เพื่อเนรมิตโลก “Mundo Macondo” ซึ่งเป็นประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมชิ้นเอกเรื่อง “One Hundred Years of Solitude” ของ Gabriel García Márquez โดยจะแบ่งพื้นที่สำหรับดนตรี วรรณกรรม ศิลปะ แฟชั่น ภาพยนตร์ และอาหารอย่างครบครัน
ที่มา: Consequence

No comments yet