อัปเดตเมื่อ: วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569
วงการเพลงอินดี้และพังก์ระดับตำนานต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่อีกครั้ง เมื่อ David Fair ผู้ร่วมก่อตั้งวงพังก์นอกกรอบชื่อดังอย่าง Half Japanese ร่วมกับพี่ชายของเขาอย่าง Jad Fair ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยโรคมะเร็งในวัย 74 ปี โดยทาง Jad Fair ได้โพสต์ภาพคู่เพื่อเป็นการไว้อาลัย และยืนยันข่าวเศร้านี้อย่างเป็นทางการ
เรื่องราวความเป็นมาของวง Half Japanese นั้นมีความปั่นป่วนและดิบเถื่อนไม่แพ้แนวดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเขา วงนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1974 โดยสองพี่น้องที่เริ่มต้นจากการทำเพลงเล่น ๆ ในห้องนอน ก่อนจะพัฒนามาเป็นการอัดเพลงลงม้วนเทปคาสเซ็ตต์ทำมือแจกจ่ายให้ผู้คนได้ฟัง จนกระทั่งได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงอินดี้สัญชาติอังกฤษอย่าง Armageddon และปล่อยอัลบั้มเปิดตัวสุดคลาสสิกอย่าง 1/2 Gentlemen/Not Beasts ในปี 1980 ซึ่งกลายเป็นผลงานระดับขึ้นหิ้งของวงการเพลงนอกกระแสในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ David Fair ยังเคยเขียนคู่มือทำมือสุดแนวที่มีชื่อว่า How to Play Guitar ซึ่งเป็นเสมือนแถลงการณ์ที่ปฏิเสธขนบการเล่นกีตาร์แบบเดิม ๆ โดยเขาได้เขียนเอาไว้ว่า หากคุณเพิกเฉยต่อคอร์ดกีตาร์ ทางเลือกของคุณจะไม่มีที่สิ้นสุด และคุณจะสามารถเล่นกีตาร์ได้อย่างเชี่ยวชาญภายในวันเดียว ซึ่งแนวคิดสุดขบถนี้ได้สะท้อนผ่านผลงานเพลงอันหลากหลายของวง ทั้งเพลงรักแสนหวาน เพลงสุดเพี้ยนเกี่ยวกับสัตว์ประหลาด หรือแม้กระทั่งเสียงนอยส์ไร้รูปแบบ
ในเวลาต่อมา Half Japanese ได้ปล่อยอัลบั้ม Our Solar System ในปี 1984 และเริ่มปรับแนวทางดนตรีให้เข้าถึงง่ายขึ้นเล็กน้อยผ่านซิงเกิลอย่าง Futuristic Lovers ซึ่งได้รับอิทธิพลจากวงโปรโตพังก์รุ่นพี่อย่าง The Velvet Underground และ Jonathan Richman แม้ว่าในช่วงยุค 80s ตัวของ David Fair จะเริ่มลดบทบาทและถอยห่างจากวงไป แต่สองพี่น้องตระกูล Fair ก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของดนตรีอันเดอร์กราวด์ที่แท้จริง จนถึงขนาดที่ศิลปินระดับตำนานอย่าง Kurt Cobain ยังเป็นแฟนตัวยงและเคยชวนพวกเขาไปเล่นเปิดในทัวร์คอนเสิร์ต In Utero อีกด้วย
เรื่องราวของพวกเขาได้รับการบันทึกไว้ในภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Half Japanese: The Band That Would Be King ที่ตั้งชื่อตามอัลบั้ม The Band That Would Be King ในปี 1989 แม้ว่าผลงานในยุคหลังอย่างอัลบั้ม Bone Head และ Hello จะไม่มีส่วนร่วมของ David Fair แต่พวกเขาก็ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในปี 2012 และปล่อยอัลบั้มคัมแบ็กอย่าง Overjoyed ในปี 2014 ซึ่งได้ John Dieterich จากวง Deerhoof มารับหน้าที่โปรดิวเซอร์ให้อีกด้วย
ทางด้าน Travis McElroy ผู้ก่อตั้งค่ายเพลง Thick Syrup ที่เคยร่วมงานกับเขาในผลงานเดี่ยวช่วงหลัง ได้ร่วมไว้อาลัยว่า David Fair คือหนึ่งในคนที่แสดงให้เห็นว่าดนตรีไม่จำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์ใด ๆ คุณแค่สร้างมันขึ้นมาเพราะคุณต้องการทำมัน และเขาคือมนุษย์ที่ยอดเยี่ยมและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครอย่างแท้จริง
ที่มา: Pitchfork

No comments yet