ข้อมูลศิลปิน
| ประเทศที่เกิด : | Dublin, Ireland |
| แนวเพลง : | Pop rock, Soft rock, Indie rock |
| เว็บไซต์ : | thescriptmusic.com |
เมื่อพูดถึงวงดนตรีร็อกกลิ่นอายโมเดิร์นป็อปที่สามารถครองใจแฟนเพลงทั่วโลกด้วยเนื้อหาสุดกินใจและท่วงทำนองที่ตราตรึง หลายคนคงนึกถึง “The Script” (เดอะสคริปต์) วงดนตรีคุณภาพจากแดนไอริชที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่พวกเขายังอัดแน่นไปด้วยความสามารถทางดนตรีที่กลั่นกรองมาจากความรู้สึกและประสบการณ์จริง จนกลายเป็นหนึ่งในวงดนตรีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในศตวรรษที่ 21
จุดเริ่มต้นและความเป็นมาของตำนานแห่งดับลิน
เดอะสคริปต์ ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2007 ณ กรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ สมาชิกยุคบุกเบิกประกอบด้วย แดนนี โอดอนอฮิว (Danny O’Donoghue) นักร้องนำและมือคีย์บอร์ดผู้มีเสียงร้องเป็นเอกลักษณ์, มาร์ก ชีแฮน (Mark Sheehan) มือกีตาร์ผู้ล่วงลับที่เป็นมันสมองในการแต่งเพลง และ เกล็น พาวเวอร์ (Glen Power) มือกลองฝีมือเยี่ยม ทั้งสามคนรวมตัวกันด้วยแพสชันทางดนตรีที่อยากสร้างสรรค์บทเพลงแนวป็อปร็อกผสมผสานฮิปฮอปและโซลได้อย่างลงตัว
หลังจากพวกเขารวมตัวกันและขัดเกลาฝีมือจนเข้าที่ โชคชะตาก็พาให้พวกเขาไปเตะตาค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ จนได้เซ็นสัญญากับ Phonogenic Records ในสังกัด Sony Music Entertainment ไม่รอช้า พวกเขาตัดสินใจย้ายฐานทัพไปยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อเตรียมตัวสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ในวงการเพลงสากล ซึ่งการย้ายถิ่นฐานครั้งนั้นคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ดนตรีของพวกเขาเข้าถึงผู้ฟังในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว
ความสำเร็จระดับปรากฏการณ์และอัลบั้มในตำนาน
ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2008 เดอะสคริปต์ได้ฤกษ์ปล่อยสตูดิโออัลบั้มชุดแรกในชื่อเดียวกับวง “The Script” ออกมาเขย่าวงการเพลง อัลบั้มชุดนี้ส่งให้พวกเขากลายเป็นที่รู้จักทันทีจากซิงเกิลฮอตฮิตติดหูอย่าง “The Man Who Can’t Be Moved” และ “Breakeven” ซึ่งไม่เพียงแต่ฮิตในบ้านเกิด แต่ยังทะยานขึ้นสู่นันดับหนึ่งบนชาร์ตทั้งในไอร์แลนด์และสหราชอาณาจักรอย่างสง่างาม
ความร้อนแรงของพวกเขายังไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะสตูดิโออัลบั้มชุดต่อมาอีกสามชุด ได้แก่ “Science & Faith” (2010), “#3” (2012) และ “No Sound Without Silence” (2014) ต่างก็เดินตามรอยความสำเร็จรุ่นพี่ด้วยการคว้าอันดับหนึ่งบนชาร์ตประเทศไอร์แลนด์และสหราชอาณาจักรได้ทุกอัลบั้ม โดยเฉพาะอัลบั้ม Science & Faith ที่สร้างชื่อเสียงไกลถึงฝั่งอเมริกาด้วยการทะยานขึ้นสู่อันดับ 3 บนชาร์ต Billboard 200 อีกด้วย
อิทธิพลในวัฒนธรรมป๊อปและบทบาทนอกเวที
เอกลักษณ์ทางดนตรีของเดอะสคริปต์ที่มีความไพเราะ เข้าถึงง่าย และเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ทำให้บทเพลงของพวกเขาถูกเลือกให้นำไปประกอบซีรีส์โทรทัศน์ชื่อดังระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น 90210, Ghost Whisperer, The Hills, Waterloo Road, EastEnders, Made in Chelsea และ The Vampire Diaries ซึ่งช่วยขยายฐานแฟนเพลงให้กว้างขวางยิ่งขึ้นไปอีก
นอกจากผลงานเพลงแล้ว แดนนี โอดอนอฮิว นักร้องนำของวง ยังเคยรับบทบาทสำคัญในการเป็นโค้ชให้กับรายการประกวดร้องเพลงชื่อดังอย่าง The Voice UK ในฤดูกาลที่ 1 และ 2 ซึ่งช่วยเพิ่มความนิยมให้กับตัววงและตอกย้ำภาพลักษณ์ศิลปินมากความสามารถ ก่อนที่เขาจะขอถอนตัวออกมาเพื่อทุ่มเทเวลาให้กับงานเพลงของวงอย่างเต็มที่
รางวัลเกียรติยศและมรดกทางดนตรีที่ยังคงอยู่
ตลอดเส้นทางสายดนตรี เดอะสคริปต์กวาดรางวัลและได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงบนเวทีระดับโลกมาแล้วนับไม่ถ้วน พวกเขาคว้ารางวัลจากเวที Meteor Ireland Music Awards มาครองได้ถึง 3 รางวัล และเวิลด์มิวสิกอะวอดส์ (World Music Awards) อีก 2 รางวัล รวมถึงการได้เข้าชิงรางวัลทรงเกียรติอย่าง BRIT Awards ถึง 2 ครั้ง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพและความนิยมที่แฟนเพลงมอบให้
แม้ว่าการสูญเสีย มาร์ก ชีแฮน มือกีตาร์ผู้เป็นเพื่อนร่วมวง จะสร้างความโศกเศร้าให้กับแฟนเพลงทั่วโลก แต่บทเพลงและจิตวิญญาณของเดอะสคริปต์ยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจผู้ฟังเสมอ พวกเขาคือวงดนตรีที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ดนตรีที่ดีและจริงใจสามารถเยียวยาหัวใจผู้คน และคงคุณค่าเหนือกาลเวลาได้อย่างแท้จริง
