อัปเดตเมื่อ: วันพุธ ที่ 19 สิงหาคม 2569
งานนี้เดือดจัดจนกลายเป็นคดีความระดับ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อ Robert Clivillés หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มดนตรีแดนซ์ระดับตำนานอย่าง C+C Music Factory ได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลเพื่อดำเนินคดีกับ Freedom Williams แรปเปอร์ที่เคยร่วมงานในเพลงฮิตยุค 90s
โดยในเอกสารฟ้องร้องระบุว่า Freedom Williams แรปเปอร์ผู้ฝากเสียงร้องไว้ในเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง “Gonna Make You Sweat (Everybody Dance Now)” และ “Things That Make You Go Hmmm…” ได้ทำการละเมิดเครื่องหมายการค้า และแอบอ้างสิทธิ์ต่อสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (USPTO) แถมยังเคลมตัวเองว่าเป็นผู้ก่อตั้งวงและแอบอ้างชื่อวงไปรับทรัพย์อย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งทาง Robert Clivillés ได้เรียกค่าเสียหายเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมสั่งห้ามไม่ให้ใช้ชื่อนี้อีกต่อไป
ทางฝั่ง Robert Clivillés ได้ออกมาชี้แจงว่าชื่อวง C+C Music Factory นั้นย่อมาจาก Clivillés และ Cole ซึ่งหมายถึงตัวเขาเองและคู่หูอย่าง David Cole ที่ร่วมกันก่อตั้งวงนี้ขึ้นมาในปี 1990 และทั้งคู่คือสมาชิกตัวจริงเพียงสองคนเท่านั้น ส่วนทางด้าน Freedom Williams เป็นเพียงแค่นักร้องรับเชิญที่มาร่วมงานในบางเพลงเท่านั้น ไม่เคยเป็นผู้ร่วมก่อตั้งหรือสมาชิกอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด
ตามคำฟ้องร้องระบุว่าสัญญาของ Freedom Williams สิ้นสุดลงไปตั้งแต่ปี 1992 แต่เจ้าตัวเริ่มหันมาใช้ชื่อ C+C Music Factory มาทำมาหากินส่วนตัวในปี 1996 หลังจากที่ David Cole เสียชีวิตลงในวัยเพียง 32 ปี โดยแอบอ้างชื่อวงไปขึ้นโชว์ทั่วโลกและโกยเงินเข้ากระเป๋าเหนาะ ๆ งานละ 5,000 ถึง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ เลยทีเดียว
ในคำฟ้องยังเปรียบเทียบรูปแบบการทำงานว่า วงการเพลงมีวงที่เป็นกลุ่มศิลปินจริง ๆ อย่าง Earth, Wind and Fire หรือ Boyz II Men กับวงการเพลงแดนซ์ยุคใหม่ที่เป็นสไตล์โปรดิวเซอร์นำทีมแล้วดึงศิลปินมาร่วมงาน เช่น Quincy Jones, Giorgio Moroder หรือโปรดิวเซอร์ยุคนี้อย่าง David Guetta (ที่เคยร่วมงานกับ Sia), Calvin Harris (กับ Rihanna) หรือ Tiësto (กับ Tate McRae) ซึ่งนักร้องรับเชิญก็ไม่มีสิทธิ์ในแบรนด์หลักอยู่ดี
แต่จุดแตกหักที่ทำให้ทนไม่ไหวจริง ๆ เกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อแรปเปอร์รายนี้ได้โพสต์คลิปวิดีโอสุดฉาวลงในอินสตาแกรมออฟฟิเชียลของวง โดยในวิดีโอที่มีการพูดคุยถึงคอนเสิร์ตของ โดนัลด์ ทรัมป์ นั้น มีการอ้างอิงถึง อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และใช้ถ้อยคำหยาบคายรวมถึงคำเหยียดเชื้อชาติที่ทำให้ภาพลักษณ์ของวงเสียหายอย่างรุนแรง แถมล่าสุดในเดือนมิถุนายนเขายังปล่อยเพลงใหม่ “Into the Future” ภายใต้ชื่อวงอย่างไร้ความเกรงใจอีกด้วย
ที่มา: Rolling Stone

No comments yet