อัปเดตเมื่อ: วันอาทิตย์ ที่ 6 กันยายน 2569
ซูเปอร์สตาร์สาวระดับโลก Taylor Swift ได้ปรากฏตัวแบบเซอร์ไพรส์ในรายการวิทยุ iHeartCountry House Party ทางสถานี BOB 94.9 FM รัฐเพนซิลเวเนีย เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเบื้องหลังและ “ความหมายแฝง” สุดลึกซึ้งในเนื้อเพลงซิงเกิลล่าสุดของเธออย่าง I Knew It, I Knew You ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์แอนิเมชันฟอร์มยักษ์ Toy Story 5 ที่แฟน ๆ ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ
การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาเยือนสถานีวิทยุเพลงคันทรีในบ้านเกิดของเธออีกครั้ง โดยสถานีนี้ตั้งอยู่ห่างจากบ้านในวัยเด็กของ Taylor Swift ในเมืองไวโอมิสซิงเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่เธอจะย้ายไปแนชวิลล์เพื่อเริ่มต้นอาชีพศิลปินคันทรีอย่างเต็มตัว
ก่อนหน้าที่จะมีการสัมภาษณ์ ทางสถานีได้เปิดเพลย์ลิสต์เพลงคันทรียอดนิยมหลายเพลง เช่น I Ain’t Comin’ Back ของ Morgan Wallen และ Post Malone, เพลง Phone, Keys, Wallet ของ Lainey Wilson ร่วมกับ John Mayer, Somethin’ Bout a Truck ของ Kip Moore, Worth Your Wild ของ Russell Dickerson รวมถึงเพลงฮิตของ Taylor Swift อย่าง I Knew It, I Knew You ต่อด้วย Single Saturday Night ของ Cole Swindell, After All the Bars Are Closed ของ Thomas Rhett และเพลงคลาสสิกในตำนานของเธออย่าง Teardrops on My Guitar
หลังจากเปิดคำถามแรกกับ Taylor Swift ไปแล้ว ทางสถานีก็ยังคงเปิดเพลงคันทรีอื่น ๆ คั่นรายการอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น House Party ของ Sam Hunt, Hands Up ของ Jelly Roll, Painted You Pretty ของ Hudson Westbrook, Kid Myself ของ John Morgan, I Need Some Help ของ Post Malone ที่ร่วมงานกับ Morgan Wallen และ South of Sanity ของ Zach Top ก่อนที่จะกลับเข้าสู่บทสัมภาษณ์ช่วงถัดไป
ในช่วงสัมภาษณ์พิเศษ Taylor Swift ได้เปิดเผยถึงการทำงานในเพลง I Knew It, I Knew You โดยเธอบอกว่าเธอตั้งใจเขียนเนื้อร้องให้มีความหมายสองแง่มุม เพื่อให้แฟน ๆ ได้ตีความกันอย่างสนุกสนาน เนื่องจากในหนึ่งเพลงมีเวลาจำกัดในการถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดของภาพยนตร์ บางครั้งเธอก็จงใจใส่ความหมายแฝงลงไปในแต่ละประโยค
ยกตัวอย่างเช่นท่อนเปิดที่ร้องว่า “I knew you through the daze of the blades of the grass in summer / Parachutes for the free fall of being younger” โดยคำว่า “daze” ที่แปลว่าความมึนงงในเนื้อเพลงอย่างเป็นทางการนั้น สามารถพ้องเสียงกับคำว่า “days” ที่แปลว่าวันเวลาได้ด้วย ซึ่งเธอตั้งใจให้สื่อถึงความทรงจำวัยเด็กที่สวยงามแต่ก็ดูเลือนลาง
นอกจากนี้คำว่า “blades of the grass” หรือยอดหญ้าในฤดูร้อน นอกเหนือจากจะชวนให้นึกถึงการเล่นสนุกในวัยเด็กแล้ว ยังแฝงความหมายในมุมมองของพวกของเล่นที่จะมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ในระดับความสูงเท่ายอดหญ้าเท่านั้น ส่วนคำว่า “Parachutes” หรือร่มชูชีพ ก็สื่อถึงของเล่นทหารโดดร่มในแอนิเมชัน และในขณะเดียวกันก็มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ถึงใครบางคนที่คอยช่วยพยุงให้เราเติบโตและช่วยให้การร่วงหล่นนั้นนุ่มนวลลง
เธอยังเผยอีกว่าแรงบันดาลใจหลักในการแต่งเพลงนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เธอได้ชมภาพยนตร์รอบพิเศษ และประทับใจในตัวละครนายอำเภอหญิงอย่าง Jessie ที่ได้เผชิญหน้ากับเรื่องราวที่มาเติมเต็มชีวิตของเธอ รวมถึงการได้กลับมาพบกันอีกครั้งของเพื่อนเก่า การอภัยให้ความเจ็บปวดในอดีต และการเยียวยาจิตใจตัวเอง
นอกจากนี้ เพลง I Knew It, I Knew You ยังได้รับคำชมจากศิลปินระดับตำนานอย่าง Randy Newman ผู้สร้างสรรค์เพลงประกอบสุดคลาสสิกอย่าง You’ve Got a Friend in Me ซึ่ง Taylor Swift เผยด้วยความตื่นเต้นว่า เขาบอกว่าเขาชอบเพลงนี้ และนั่นคือทั้งหมดที่เธอต้องการแล้ว
ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ Taylor Swift ยังได้แบ่งปันคำแนะนำดี ๆ สำหรับการแต่งเพลงและการร่วมงานกับคนอื่นว่า พลังงานและทัศนคติที่เรานำเข้าไปในห้องอัดสามารถส่งผลต่อทุกสิ่งทุกอย่างในวันนั้นได้ หากเราเข้าไปทำงานด้วยท่าทีที่ไม่อยากอยู่ตรงนั้น คนอื่น ๆ ก็จะสัมผัสได้ ดังนั้นจงกระตือรือร้นและภูมิใจที่เราได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะในทุก ๆ วัน
ศิลปินสาวเพิ่งกล่าวถึงความผูกพันกับดนตรีคันทรีในการพูดคุยกับ Harvey Mason Jr. ซีอีโอของ Recording Academy ณ พิพิธภัณฑ์แกรมมี่ ว่า ยิ่งเธอเดินทางสายนี้ไกลเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งอยากจะเชิดชูรากเหง้าของตัวเองมากขึ้น และรู้สึกซื่อสัตย์ต่อกลุ่มคนที่หล่อหลอมให้เธอเป็นศิลปินและนักเขียนเพลงอย่างในปัจจุบัน โดยในงานนั้นเธอยังได้โชว์การเล่นเปียโนแบบเมดเลย์เพลง I Knew It, I Knew You, August และ All Too Well อีกด้วย
สำหรับอัลบั้มล่าสุดของเธออย่าง The Life of a Showgirl ที่ปล่อยออกมาในปี 2025 สามารถครองอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard 200 ได้ยาวนานถึง 12 สัปดาห์ และขณะนี้แฟน ๆ ต่างก็ตั้งตารอคอยผลงานอัลบั้มเต็มชุดที่ 13 ของเธออย่างใจจดใจจ่อ
ที่มา: Billboard


No comments yet