ข้อมูลศิลปิน
| ประเทศที่เกิด : | Seattle, Washington, U.S. |
| แนวเพลง : | Grunge, Alternative Rock, Heavy Metal Music, Hard Rock, Alternative Metal, Stoner Metal |
| เว็บไซต์ : | www.soundgardenworld.com |
ในยุคที่ดนตรีร็อกกำลังมองหาทิศทางใหม่ในช่วงทศวรรษ 1980 มีวงดนตรีกลุ่มหนึ่งจากเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน ที่ได้ร่วมกันหลอมรวมความดิบกระด้างของพังก์ร็อกเข้ากับความหนักหน่วงของเฮฟวีเมทัล จนกลายมาเป็นรากฐานสำคัญของดนตรีแนว “กรันจ์” (Grunge) ที่สั่นสะเทือนไปทั่วโลก และหนึ่งในเสาหลักผู้ร่วมสร้างความยิ่งใหญ่นั้นก็คือ “ซาวด์การ์เดน” (Soundgarden) วงร็อกระดับตำนานผู้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งเสียงร้องทรงพลังระดับสี่ออกเทฟของ คริส คอร์เนลล์ และริฟฟ์กีตาร์อันเป็นเอกลักษณ์ของ คิม ธายิล ซึ่งได้สร้างหมุดหมายสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ดนตรีร็อกสมัยใหม่ที่ยังคงทรงอิทธิพลมาจนถึงปัจจุบัน
จุดเริ่มต้นและการสร้างรากฐานดนตรีกรันจ์
ซาวด์การ์เดนก่อตั้งขึ้นในปี 1984 โดยการรวมตัวกันของ คริส คอร์เนลล์ (ร้องนำและกลองในยุคแรก), คิม ธายิล (ลีดกีตาร์) และ ฮิโระ ยามาโมโตะ (มือเบส) ก่อนที่ แมตต์ แคเมรอน จะเข้ามาทำหน้าที่มือกลองถาวรในปี 1986 ทำให้คอร์เนลล์สามารถโฟกัสกับการร้องนำได้อย่างเต็มที่ ต่อมาในปี 1990 เบน เชปเพิร์ด ได้เข้ามาแทนที่ยามาโมโตะในตำแหน่งมือเบส กลายเป็นไลน์อัพยุคคลาสสิกที่แฟนเพลงจดจำมากที่สุด
วงเริ่มต้นเส้นทางสายดนตรีกับค่ายอินดี้ระดับตำนานอย่าง Sub Pop และสร้างชื่อเสียงในฐานะวงใต้ดินที่มีความโดดเด่น บันทึกทางประวัติศาสตร์ระบุว่า ซาวด์การ์เดนคือวงกรันจ์วงแรกที่กล้าก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยการเซ็นสัญญากับค่ายเพลงใหญ่ แม้ว่าในช่วงแรกพวกเขาจะยังไม่ประสบความสำเร็จในแง่ยอดขายหรือการตลาดกระแสหลักทันที จนกระทั่งกระแสกรันจ์ระเบิดขึ้นอย่างเต็มตัวในช่วงทศวรรษ 1990 ผ่านการนำของวงรุ่นน้องอย่าง Nirvana และ Pearl Jam
จุดสูงสุดของความสำเร็จกับอัลบั้ม Superunknown
ความสำเร็จสูงสุดของซาวด์การ์เดนมาถึงในปี 1994 เมื่อพวกเขาปล่อยสตูดิโออัลบั้มชุดที่สี่ที่มีชื่อว่า “Superunknown” อัลบั้มนี้สามารถทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 บนชาร์ต Billboard 200 ได้อย่างสง่างาม ถือเป็นหลักฐานยืนยันถึงความสามารถทางดนตรีที่ผสมผสานความหนักหน่วงเข้ากับความสุนทรีย์ได้อย่างลงตัว
ภายในอัลบั้มชุดนี้อัดแน่นไปด้วยซิงเกิลระดับมาสเตอร์พีซ ไม่ว่าจะเป็น “Spoonman” หรือเพลงบัลลาดไซเคเดลิกร็อกอันมืดหม่นอย่าง “Black Hole Sun” ซึ่งทั้งสองเพลงสามารถคว้ารางวัลแกรมมี่มาครองได้สำเร็จ ส่งผลให้ชื่อของซาวด์การ์เดนกลายเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และทำให้ดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร็อกยุค 90 มีความหลากหลายและลุ่มลึกมากขึ้น
มรดกทางดนตรีและการสิ้นสุดของตำนาน
แม้จะประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม แต่ความกดดันและความขัดแย้งภายในเรื่องทิศทางการสร้างสรรค์ผลงาน ก็ทำให้วงต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ จนกระทั่งในปี 1997 ซาวด์การ์เดนก็ได้ประกาศยุบวงอย่างเป็นทางการ ทำให้แฟนเพลงทั่วโลกต่างรู้สึกเสียดายกับวงดนตรีที่เปรียบเสมือนเสาหลักของยุคสมัย
ตลอดระยะเวลาการทำงานดนตรี ซาวด์การ์เดนสามารถทำยอดขายอัลบั้มเฉพาะในสหรัฐอเมริกาได้มากกว่า 8 ล้านชุด และมียอดขายรวมทั่วโลกประมาณ 20 ล้านชุด แม้ว่า คริส คอร์เนลล์ ฟรอนต์แมนผู้เป็นหัวใจสำคัญจะจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควรในปี 2017 แต่มรดกทางดนตรีที่ซาวด์การ์เดนได้ฝากไว้ ไม่ว่าจะเป็นซาวด์กีตาร์อันเป็นเอกลักษณ์และบทเพลงอมตะ จะยังคงอยู่ในใจของแฟนเพลงร็อกตลอดกาล
