อัปเดตเมื่อ: วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2569
วง Metallica เตรียมกลับมาลุยทัวร์ M72 World Tour อีกครั้งในปี 2027 พร้อมประกาศเพิ่มอีก 12 โชว์ใหม่ในอเมริกาเหนือ
ทัวร์ครั้งนี้ดำเนินมาจนถึงปีที่สามแล้ว หลังจากที่วงเพิ่งปิดฉากตารางแสดงของปี 2026 ไป
จนถึงตอนนี้ ทัวร์ดังกล่าวจัดไปแล้วทั้งหมด 99 โชว์ โดยเริ่มต้นที่อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2023 และไปสิ้นสุดที่ลอนดอนในวันที่ 5 ลรกฎาคม 2026
ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว M72 World Tour เดินทางไปเยือนถึง 26 ประเทศ โดยสหรัฐอเมริกามีการจัดแสดงมากที่สุดถึง 39 โชว์ ตามด้วยเยอรมนี 7 โชว์ รวมถึงแคนาดาและสหราชอาณาจักรประเทศละ 6 โชว์
ลองมาย้อนดูกันว่ามีเพลงไหนบ้างที่ถูกเล่นบ่อยที่สุดและน้อยที่สุดในแต่ละปีของการทัวร์ M72 World Tour
2023
ช่วงแรกของทัวร์ M72 World Tour เริ่มต้นที่อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ อัลบั้มชุดที่ 11 ของ Metallica อย่าง 72 Seasons เพิ่งวางจำหน่ายไปก่อนการแสดงนัดแรกเพียง 13 วันเท่านั้น
ด้วยความที่มีอัลบั้มใหม่ให้โปรโมท ทำให้ Metallica จัดเต็มเพลงจากอัลบั้ม 72 Seasons ในช่วงแรกนี้ค่อนข้างมาก โดยซิงเกิลแรกอย่าง Lux Aeterna ถูกนำมาเล่นในเซ็ตลิสต์บ่อยกว่าเพลงอื่น ๆ จากแคตตาล็อกของวง
แต่หลังจากนั้นเพลงนี้ก็ไม่ได้ถูกนำมาเล่นบ่อยเท่าช่วงแรกของการทัวร์อีก
เพลงที่ถูกเล่นมากที่สุด: Lux Aeterna (15 ครั้ง), Master of Puppets, Nothing Else Matters, Sad But True, Creeping Death, Enter Sandman, Fade to Black, For Whom the Bell Tolls, Fuel, One, Orion และ Seek & Destroy (14 ครั้ง)
เพลงที่ถูกเล่นน้อยที่สุด: I Disappear และ Cyanide (1 ครั้ง), Through the Never (2 ครั้ง), Fight Fire With Fire (3 ครั้ง)
2024
ในปีถัดมา Metallica ยังคงเดินหน้าจัดคอนเสิร์ตในจำนวนที่ใกล้เคียงกันภายใต้ทัวร์ M72 World Tour โดยมีตารางแสดงในอเมริกาเหนือและยุโรปเช่นเคย
กฎเหล็กเรื่องการไม่เล่นเพลงซ้ำ (no repeat) ในเมืองที่วงขึ้นแสดงสองรอบสุดสัปดาห์เดียวกันยังคงถูกใช้อย่างเคร่งครัด
การพึ่งพาเพลงจากอัลบั้ม 72 Seasons ยังคงอยู่ ทั้ง Lux Aeterna และเพลงไตเติลทักติดโผเพลงที่ถูกเล่นมากที่สุดในปี 2024
ในปีเดียวกันนี้ Metallica ยังเริ่มหยิบเพลงคัฟเวอร์โปรดมาเล่นมากขึ้น แต่ก็หาได้ยากที่จะถูกนำกลับมาเล่นซ้ำเป็นรอบที่สองในช่วงทัวร์ช่วงเดียวกัน
เพลงที่ถูกเล่นมากที่สุด: For Whom the Bell Tolls, Lux Aeterna, Master of Puppets, Nothing Else Matters, 72 Seasons, Creeping Death, Enter Sandman, One, Sad But True, Seek & Destroy และ Shadows Follow (16 ครั้ง)
เพลงที่ถูกเล่นน้อยที่สุด: You Must Burn, Whiskey in a Jar (Cover), Through the Never, Breadfan (Cover) และ Am I Evil (Cover) (1 ครั้ง)
2025
ปีที่ M72 World Tour มีตารางงานแน่นเอี๊ยดที่สุดคือปี 2025 ด้วยจำนวนโชว์รวมกันถึง 29 โชว์ ช่วงนี้เองที่วงเริ่มลดการเล่นเพลงจากอัลบั้ม 72 Seasons ลง และหันมาเน้นเพลงฮิตที่แฟน ๆ ชื่นชอบเป็นหลัก
ตารางทัวร์เป็นการผสมผสานระหว่างอเมริกาเหนือและต่างประเทศ โดยวงได้เดินทางไปเยือนออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ กาตาร์ บาห์เรน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นครั้งแรกในฐานะส่วนหนึ่งของทัวร์นี้
มีเพลงที่แฟน ๆ คาดหวังแต่กลับหลุดโผเซ็ตลิสต์อย่างน่าประหลาดใจหลังจากที่เคยถูกเล่นในปี 2024 ตัวอย่างเช่นเพลง Until It Sleeps ที่เคยเล่นไป 8 ครั้งในปี 2024 กลับถูกนำมาเล่นแค่ครั้งเดียวในปี 2025
เพลงที่ถูกเล่นมากที่สุด: Creeping Death, For Whom the Bell Tolls, Master of Puppets, Enter Sandman, Fuel, Nothing Else Matters, One, Sad But True และ Seek & Destroy (22 ครั้ง)
เพลงที่ถูกเล่นน้อยที่สุด: Until It Sleeps, The Shortest Straw และ No Leaf Clover (1 ครั้ง), Too Far Gone?, Inamorata และ Hit The Lights (2 ครั้ง)
2026
สำหรับการแสดงในปี 2026 ของทัวร์ M72 World Tour ประกอบด้วย 16 โชว์ในยุโรปเท่านั้น ส่วนแฟน ๆ Metallica ในสหรัฐอเมริกาต้องรอชมการแสดงในบ้านเกิดกับการแสดงระยะยาว 24 รอบที่ Sphere ในลาสเวกัส ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้
เซ็ตลิสต์สำหรับการแสดง 16 โชว์ล่าสุดของทัวร์ระยะยาวนี้ค่อนข้างเป็นมาตรฐานของ Metallica โดยมีข้อยกเว้นที่น่าสนใจคือเพลง The Unforgiven สามารถแทรกตัวเข้ามาอยู่ในกลุ่มเพลงที่ถูกเล่นมากที่สุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มทัวร์มา
เพลงที่ถูกเล่นมากที่สุด: Creeping Death, Enter Sandman, For Whom the Bell Tolls, Fuel, Master of Puppets, Nothing Else Matters, One, Sad But True, Seek & Destroy, The Unforgiven และ Wherever I May Roam (12 ครั้ง)
เพลงที่ถูกเล่นน้อยที่สุด: The Shortest Straw, Hit the Lights, Hardwired และ Fight Fire With Fire (1 ครั้ง)
แม้จะมีตารางทัวร์ยาวนานหลายปี แต่สมาชิกทั้งสี่คนของ Metallica ก็ยังคงมีความรับผิดชอบสูงและพร้อมขึ้นเวทีแสดงในทุก ๆ คืน ซึ่งเป็นเช่นนี้มาตลอดประวัติศาสตร์การทัวร์ของวง
ที่มา: Loudwire

No comments yet