หน้าแรก / ข่าวเพลงสากล / Bruce Springsteen ปล่อยบันทึกการแสดงสด Land Of Hope And Dreams American Tour ปลุกพลังเสรีภาพบนเวทีฟิลาเดลเฟีย

Bruce Springsteen ปล่อยบันทึกการแสดงสด Land Of Hope And Dreams American Tour ปลุกพลังเสรีภาพบนเวทีฟิลาเดลเฟีย

⏱️ 7 นาที
กขค

อัปเดตเมื่อ: วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน 2569

Bruce Springsteen ศิลปินระดับตำนานได้ปล่อยวิดีโอบันทึกการแสดงสดชุด Philadelphia Freedom Cut จากทัวร์คอนเสิร์ต Land Of Hope And Dreams ในฝั่งอเมริกา ซึ่งเป็นการรวมภาพบรรยากาศสุดประทับใจจากการแสดงสดของเขา

วิดีโออย่างเป็นทางการนี้ตัดมาจากบันทึกการแสดงสดตัวเต็มในโชว์ที่ฟิลาเดลเฟียเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม โดยจะแบ่งการปล่อยออกเป็นทั้งหมด 4 ส่วนด้วยกัน และนี่คือส่วนแรกจากทั้งหมด ซึ่งรวมเอาโชว์ 7 เพลงแรกจากการแสดงรอบสุดท้ายของทัวร์ที่จัดขึ้น ณ Xfinity Mobile Arena

สำหรับการเปิดโชว์ในครั้งนี้ The Boss ได้หยิบเอาเพลงคลาสสิกสไตล์ Motown อย่าง War ของ Barrett Strong และ Norman Whitfield มาบรรเลงเป็นเพลงแรก ก่อนจะสาดพลังต่อด้วยเพลงฮิตระดับตำนานอย่าง Born in the U.S.A. และ Death to My Hometown

จากนั้นเขาก็ได้นำเพลง Clampdown ของวง The Clash มาร้องคัฟเวอร์ ก่อนจะตามด้วยเพลง No Surrender และ Darkness on the Edge of Town รวมถึงเพลงที่มีเนื้อหาเสียดสีการเมืองอย่าง Streets of Minneapolis ซึ่งแต่งขึ้นเพื่อตอบโต้เหตุการณ์สะเทือนใจที่ Renee Good และ Alex Pretty ถูกเจ้าหน้าที่ ICE สังหารเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

Bruce Springsteen ได้เผยความรู้สึกว่า “ผมตื่นเต้นมากที่จะได้ปล่อยบันทึกการแสดงสดโชว์สุดท้ายจากทัวร์คอนเสิร์ต Land Of Hope And Dreams ซึ่งบันทึกภาพไว้ที่ฟิลาเดลเฟีย เมืองที่เป็นจุดกำเนิดของเสรีภาพในอเมริกา”

เขากล่าวเสริมว่า “ในทัวร์ครั้งนี้ พวกเราได้ระเบิดความมันส์กันจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งของประเทศ และในระหว่างนั้น พวกเราก็ได้แสดงจุดยืนเพื่อปกป้องรัฐธรรมนูญ สิทธิขั้นพื้นฐาน และประชาธิปไตยอันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา ซึ่งกำลังถูกคุกคามโดยประธานาธิบดีที่ทำตัวเหนือกฎหมายและระบอบปกครองของเขา เรื่องราวทั้งหมดนี้ถูกบันทึกไว้ใน Philadelphia Freedom Cut เรียบร้อยแล้ว หวังว่าทุกคนจะชอบมัน”

สำหรับทีมนักดนตรีที่ร่วมเดินทางไปกับ Bruce Springsteen ในทัวร์ครั้งนี้ประกอบไปด้วยสมาชิกจากวง E Street Band อย่าง Roy Bittan (เปียโน, คีย์บอร์ด), Nils Lofgren (กีตาร์, ร้องประสาน), Garry Tallent (เบส), Stevie Van Zandt (กีตาร์, ร้องประสาน) และ Max Weinberg (กลอง) ร่วมด้วย Soozie Tyrell (ไวโอลิน, กีตาร์, ร้องประสาน), Jake Clemons (แซกโซโฟน) และ Charlie Giordano (ออร์แกน, คีย์บอร์ด, แอคคอร์เดียน)

นอกจากนี้ยังมีแขกรับเชิญสุดพิเศษอย่าง Tom Morello มือกีตาร์จากวง Rage Against The Machine มาร่วมระเบิดความมันส์บนเวทีร่วมกับ Bruce Springsteen และวง E Street Band ในโชว์ทั้ง 20 รอบของทัวร์นี้ด้วย

บันทึกการแสดงสดชุดนี้กำกับโดย Chris Hilson และ Thom Zimny โดยมี Bruce Springsteen นั่งแท่นเป็นโปรดิวเซอร์ร่วมกับ Jon Landau, Thom Zimny และ Adrienne Gerard นอกจากนี้ วิดีโอดังกล่าวยังจัดทำขึ้นเพื่อระลึกถึง Dave Marsh นักวิจารณ์ดนตรีร็อกและนักเขียนชื่อดังผู้ล่วงลับในวัย 76 ปี เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

รายชื่อเพลงในบันทึกการแสดงสดชุดแรกประกอบไปด้วยเพลงระดับตำนานอย่าง War, Born in the U.S.A., Death to My Hometown, Clampdown, No Surrender, Darkness on the Edge of Town และ Streets of Minneapolis

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟุตเทจส่วนที่เหลือของโชว์จะมีการประกาศให้ทราบในเร็ว ๆ นี้ และอีกสามส่วนที่เหลือนั้นมีกำหนดการทยอยปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้

ในการสัมภาษณ์กับนิตยสาร Rolling Stone ถึงการตัดสินใจแบ่งคลิปออกเป็นส่วน ๆ นั้น Bruce Springsteen เผยว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญอย่างยิ่งที่ช่วงเวลาการปล่อยคลิปนี้ตรงกับการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกาพอดี

เขากล่าวว่า “พวกเราไม่ได้วางแผนล่วงหน้าว่าจะให้มันปล่อยตรงกับช่วงเลือกตั้งกลางเทอม แต่ถ้ามันบังเอิญตรงกันก็ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ความจริงก็คือเราให้ Thom Zimny ลองตัดต่อ 7 เพลงแรกมาดูก่อน เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าโชว์บนฟิล์มจะออกมาหน้าตาเป็นยังไง และผมไม่อยากรออีกสามสี่เดือนเพื่อให้คอนเสิร์ตทั้งหมดตัดต่อเสร็จ เพราะแก่นแท้ของทัวร์คอนเสิร์ตนี้คือความสดใหม่และการได้อยู่ในช่วงเวลานั้นจริง ๆ เพื่อมอบบางสิ่งบางอย่างที่ผมรู้สึกว่าแฟนเพลงต้องการในขณะนี้”

Bruce Springsteen กล่าวต่อว่า “ทันทีที่ผมได้เห็นฟุตเทจนี้ ผมบอกทันทีเลยว่าต้องปล่อยตอนนี้เลย แต่ทุกคนก็ถามกลับมาว่าแล้วส่วนที่เหลือล่ะจะทำยังไง ผมเลยบอกไปว่าเราจะทยอยปล่อยทีละส่วน ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ แฟน ๆ จะได้รับชมเพลงประมาณเจ็ดเพลงในสี่ส่วนที่แตกต่างกัน และในท้ายที่สุดคุณก็จะได้ชมโชว์ทั้งหมดอย่างสมบูรณ์”

“ผมคิดว่าการทำแบบนี้มันทรงพลังกว่ามาก โชว์ 7 เพลงแรกในสายตาของผมนั้นสร้างอิมแพกต์ได้อย่างมหาศาลเพราะมันยาวแค่ประมาณ 40 นาทีเท่านั้น ซึ่งเป็นเวลาที่ทุกคนสามารถแบ่งมาดูเพื่อทำความเข้าใจในสิ่งที่เราพยายามจะสื่อสารออกไปได้ มันเป็นเวลา 40 นาทีที่สามารถบอกเล่าทุกอย่างที่เราอยากพูดได้อย่างครบถ้วน”

นอกจากข่าวคราวเรื่องการปล่อยบันทึกการแสดงสดแล้ว เมื่อเดือนที่ผ่านมาศิลปินระดับตำนานรายนี้ยังได้ขึ้นไปร่วมแจมกับวง Bleachers บนเวทีในคอนเสิร์ตที่ Asbury Park เพื่อร่วมร้องเพลง Jersey Girl และ Chinatown อีกด้วย และก่อนหน้านั้นเขาก็ได้สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการปรากฏตัวในคอนเสิร์ตของวง Bon Jovi ณ Madison Square Garden เพื่อร่วมร้องเพลง Who Says You Can’t Go Home และ The Promised Land

นอกเหนือจากเรื่องงานเพลงแล้ว The Boss ยังได้เผยข่าวดีว่าภรรยาของเขาและยังเป็นหนึ่งในสมาชิกของวง E Street Band อย่าง Patti Scialfa กำลังอยู่ในช่วงพักฟื้นและหายจากโรคมะเร็งแล้ว โดยเขากล่าวว่า “อย่างที่ทุกคนทราบดีว่าเธอนั้นต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด Multiple Myeloma มานานกว่าแปดปี แต่ในตอนนี้โชคดีมากที่อาการของโรคได้สงบลงแล้ว”

ทั้งนี้ Patti Scialfa ได้เคยออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับอาการป่วยที่ตรวจพบตั้งแต่ปี 2018 ผ่านทางภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Road Diary: Bruce Springsteen And The E Street Band เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา โดยอธิบายว่าอาการป่วยดังกล่าวทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของเธออ่อนแอลง จนเป็นเหตุให้เธอต้องจำกัดการขึ้นโชว์บนเวทีคอนเสิร์ตในช่วงที่ผ่านมา

ที่มา: NME

LyricsTH

LyricsTH

แหล่งรวมคำแปลเพลงสากลคุณภาพ อัปเดตข่าวสารวงการเพลงระดับโลก เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวของศิลปินคนโปรด