หน้าแรก / ข่าวเพลงสากล / สัมภาษณ์พิเศษ Krewella กับการคัมแบ็กในรอบ 2 ปี พร้อมเปิดตัวอัลบั้มใหม่ Peak

สัมภาษณ์พิเศษ Krewella กับการคัมแบ็กในรอบ 2 ปี พร้อมเปิดตัวอัลบั้มใหม่ Peak

⏱️ 9 นาที
กขค

อัปเดตเมื่อ: วันศุกร์ ที่ 4 กันยายน 2569

สองศรีพี่น้องคู่หูดูโอ้แนวแดนซ์ระดับโลกอย่าง Jahan และ Yasmine แห่งวง Krewella ได้กลับมาทำเพลงร่วมกันในสตูดิโออีกครั้ง และพวกเธอได้ตกผลึกความคิดเกี่ยวกับความหมายของคำว่า จุดสูงสุด หรือ Peak

พวกเธอรู้ดีว่าคำนี้มักจะถูกนำมาใช้ในเชิงเปรียบเปรยถึงคนที่ผ่านพ้นจุดที่ประสบความสำเร็จที่สุดในชีวิตไปแล้ว แต่สำหรับพวกเธอแล้ว คำว่า Peak มีมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้น มันไม่ใช่แค่การวิ่งไล่ล่าความสำเร็จอย่างไม่มีวันสิ้นสุด แต่ความสำเร็จที่แท้จริงเกิดจากการเรียนรู้ทั้งในช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุด และช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุดในชีวิตต่างหาก

วง Krewella ทำเพลงแดนซ์สุดมันส์ที่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้งมาตั้งแต่ปี 2012 แต่อัลบั้มใหม่ล่าสุดของพวกเธอที่มีชื่อว่า Peak ถือเป็นโปรเจกต์ที่สะท้อนถึงตัวตนในปัจจุบันของพวกเธอได้อย่างดีที่สุด โดยอัดแน่นไปด้วย 12 บทเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวของความรัก จิตวิญญาณ การเติบโตตามวัย ความโศกเศร้า และความสุข ผ่านดนตรีที่มีทั้งความประณีตและทรงพลัง

Krewella

อัลบั้ม Peak ถือเป็นอัลบั้มแรกของ Krewella นับตั้งแต่ปี 2022 หลังจากที่พวกเธอตัดสินใจพักงานเพลงไปนานถึงสองปีเต็ม ก่อนจะกลับเข้าสตูดิโออีกครั้งด้วยความตระหนักว่า การแสดงออกผ่านเสียงเพลงไม่ใช่แค่เรื่องของเส้นทางอาชีพ แต่เป็นส่วนสำคัญในชีวิตที่ขาดไม่ได้ของพวกเธอไปแล้ว

วันนี้พวกเธอจะมาพูดคุยเกี่ยวกับเบื้องหลังการทำอัลบั้ม และความหมายที่แท้จริงของการก้าวสู่จุดสูงสุด

1. ตอนนี้พวกคุณอยู่ที่ไหนกัน และบรรยากาศรอบตัวเป็นอย่างไรบ้าง

Jahan: พวกเราอยู่ในลอสแอนเจลิสค่ะ แยกกันอยู่คนละบ้านแต่ว่าใกล้กันมาก สามารถเดินไปหากันเพื่อทำงานในสตูดิโอได้เลย สำหรับฉัน ตอนนี้ในห้องไม่ได้เปิดแอร์เลยต้องใช้พัดลมช่วยเป่าหลายตัวเลยค่ะ แถมตอนนี้กำลังจุดกำยานอยู่ด้วย บรรยากาศถือว่าดีมาก ๆ เลยค่ะ

Yasmine: ฉันอยู่ห่างจาก Jahan เดินแค่สี่นาทีเองค่ะ ถ้าเราไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน ก็ต้องอยู่ละแวกเดียวกันนี่แหละ ตอนนี้ฉันอยู่ในห้องนั่งเล่นเพราะแสงธรรมชาติสวยที่สุด แต่เหตุผลจริง ๆ คือน้องหมาของพวกเรานอนอยู่บนโซฟาข้าง ๆ และฉันอยากอยู่ใกล้ ๆ เธอ เพราะเธอไม่ยอมเข้าไปในห้องอัดที่ฉันทำงานปกติค่ะ

2. อัลบั้มแรกหรือผลงานเพลงชิ้นแรกที่ซื้อด้วยตัวเองคืออะไร และซื้อในรูปแบบไหน

Jahan: อัลบั้ม Wake Up the Sleepers ของวง Kill Hannah ค่ะ เป็นวงของ Mat Devine จากชิคาโก ย้อนกลับไปตอนนั้นเขาบังเอิญมาเจอเดโมของพวกเราใน MySpace แล้วชวนฉันไปร้องคอรัสให้สองเพลงในอัลบั้มของวงเขา มันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้ร้องเพลงแบบจริงจังและบันทึกเสียงในห้องอัดมืออาชีพ มันเลยเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับฉัน ฉันเลยไปซื้ออัลบั้มนั้นที่ Best Buy เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกค่ะ

Yasmine: พวกเราไม่ได้ซื้อเพลงฟังกันเท่าไหร่ค่ะ แถวบ้านมีห้องสมุดที่มีคลังแผ่นซีดีเยอะมาก เราเลยชอบไปค้นหาแผ่นซีดีที่นั่น ซึ่งเขาจำกัดให้ยืมได้แค่ครั้งละแปดแผ่น ตอนนั้นฉันยังไม่รู้จักศิลปินคนไหนเลย เลือกจากหน้าปกล้วน ๆ แผ่นแรกที่ฉันหยิบกลับบ้านคือ Wake Up and Smell the Coffee ของวง The Cranberries หน้าปกมีลูกบอลสีแดงยักษ์เต็มไปหมด ฉันรู้สึกว่ามันเท่ดี และสุดท้ายเพลงในอัลบั้มนั้นก็กลายมาเป็นซาวด์แทร็กในวัยเด็กของฉันค่ะ

3. พ่อแม่ของพวกคุณทำงานอะไรตอนที่คุณยังเด็ก และตอนนี้พวกท่านคิดอย่างไรกับงานที่พวกคุณทำ

Yasmine: คุณแม่เคยเป็นกราฟิกดีไซเนอร์อิสระจนกระทั่งเกษียณเมื่อสามปีที่แล้วค่ะ ท่านลาออกจากมหาวิทยาลัยแล้วเริ่มทำงานจนได้เป็นเจ้านายตัวเอง ท่านทำแค็ตตาล็อกและใบปลิวให้ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์มานานหลายทศวรรษ คุณแม่เป็นผู้หญิงที่เก่งและขยันมาก ทำงานวันละ 12 ถึง 14 ชั่วโมงเลย พวกเราภูมิใจมากที่ท่านได้เกษียณเสียที ส่วนคุณพ่อเคยทำอาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่ลอสแอนเจลิส และเพิ่งเกษียณไปเมื่อปีที่แล้วค่ะ

Jahan: สำหรับเรื่องที่พวกท่านคิดอย่างไรกับงานของเรา ตอนนี้พวกท่านสนับสนุนดีมากค่ะ ในช่วงแรกเริ่มพวกท่านอาจจะมีกังวลและสงสัยบ้าง ซึ่งพอฉันโตขึ้นก็เข้าใจมุมมองของพ่อแม่นะ เพราะใคร ๆ ก็อยากให้ลูกมีชีวิตที่มั่นคง มีประกันสุขภาพ มีรายได้ที่แน่นอน แต่เส้นทางศิลปินมันไม่ได้การันตีสิ่งเหล่านั้นเลย

แต่ถึงจะกังวล พวกท่านก็สนับสนุนเราเท่าที่ทำได้ค่ะ คุณแม่เคยให้เรายืมเงินซื้อไมโครโฟนตัวแรก และพอเราเริ่มออกทัวร์ คุณพ่อก็ไปยืนเชียร์อยู่แถวหน้าสุดในโซนวีไอพีเลย ด้วยความที่พ่อเป็นคนปากีสถานอพยพ ท่านต้องก้าวข้ามกรอบความคิดทางวัฒนธรรมเดิม ๆ หลายอย่างเพื่อยอมรับในตัวพวกเราที่เป็นผู้หญิงมีรอยสักและทำงานในคลับที่มีคนดื่มแอลกอฮอล์ พวกเรารู้สึกขอบคุณมากที่ท่านเชื่อใจเรา และทำให้เรามีสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด สามารถปรึกษาได้ทุกเรื่องทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานค่ะ

4. สิ่งแรกที่ไม่ใช่อุปกรณ์ทำเพลงที่คุณซื้อให้ตัวเองเมื่อเริ่มมีรายได้จากการเป็นศิลปินคืออะไร

Jahan: ตอนที่เราเซ็นสัญญากับค่าย Columbia มันทำให้ฉันรู้สึกมั่นคงและได้รับการดูแล สิ่งแรกที่แวบเข้ามาในหัวเลยคือ ฉันสามารถไปเดินช้อปปิ้งอาหารเพื่อสุขภาพแบรนด์ดี ๆ ที่ Whole Foods ได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องราคาอีกต่อไป นั่นคือการลงทุนกับอาหารคุณภาพดีค่ะ

Yasmine: ของชิ้นใหญ่ชิ้นแรกที่ฉันซื้อคือแว่นตาคู่แรกในชีวิตค่ะ ฉันผลัดวันประกันพรุ่งมาตลอดเพราะไม่อยากเสียเงิน พอมีเงินก็รีบซื้อแว่นเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนเสียที มันตลกดีเหมือนกันที่ทนรอมาได้ตั้งนานค่ะ

5. ถ้าต้องแนะนำอัลบั้มเพลงอิเล็กทรอนิกส์สักหนึ่งอัลบั้มให้กับคนที่เพิ่งเริ่มฟัง คุณจะแนะนำอัลบั้มไหน

Yasmine: เพิ่งได้ดูพวกเขาเล่นในคอนเสิร์ตเมื่อสัปดาห์ก่อน อัลบั้ม Sound of Silver ของวง LCD Soundsystem ถือเป็นระดับตำนานค่ะ ถ้าคุณอยากเข้าใจว่าทำไมเพลงแดนซ์ในปัจจุบันถึงเป็นแบบนี้ อัลบั้มนี้คือคำตอบ มันมีความเป็นพังก์และแดนซ์ผสมผสานกันอย่างลงตัว ถึงคุณอาจจะไม่ได้ชอบมันในทันที แต่อยากให้ลองฟังเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเพลงแดนซ์ดูค่ะ

Jahan: สำหรับฉันคืออัลบั้ม Silent Alarm ของวง Bloc Party ค่ะ ฉันเพิ่งกลับไปฟังแบบเต็ม ๆ อัลบั้มอีกครั้งหลังจากไม่ได้ฟังมาหลายปี และมันเตือนให้ฉันนึกถึงความยอดเยี่ยมของอัลบั้มนี้ตั้งแต่เพลงแรกจนถึงเพลงสุดท้าย ไม่มีเพลงไหนที่เป็นเพลงคั่นเวลาเลย งานกลองและไลน์กีตาร์เปี่ยมไปด้วยพลังงานที่ยอดเยี่ยมมากค่ะ

6. เพลงล่าสุดที่พวกคุณเพิ่งฟังไปคือเพลงอะไร

Yasmine: เมื่อเช้าตอนที่ฉันขับรถจากยิมไปร้านกาแฟ ฉันเปิดเพลง Persona ของ Rival Console ค่ะ เป็นหนึ่งในเพลงแดนซ์ที่น่าสนใจที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมาเลย

Jahan: เพลง Ecstasy ของ ATB ในเวอร์ชันรีมิกซ์ของ Morten Granau ค่ะ ฉันไม่เคยเบื่อเพลงนี้เลย และเวอร์ชันรีมิกซ์นี้ก็ทำออกมาได้ดีมาก รักษาเสน่ห์ของเพลงต้นฉบับไว้พร้อมกับเพิ่มความสดใหม่เข้าไป เพลงนี้ให้ความรู้สึกเหมือนสารแห่งความสุขจริง ๆ ค่ะ มันช่วยเติมประกายความสดใสให้วันแย่ ๆ ได้ดีมาก เวลาที่ฉันรู้สึกดิ่ง ๆ แค่เปิดเพลงนี้ก็จะช่วยให้มองโลกในแง่ดีขึ้นมาทันทีเลยค่ะ

7. อัลบั้มใหม่ของคุณมีชื่อว่า Peak ความหมายที่แท้จริงของชื่อนี้คืออะไร

Yasmine: เรามีเวลาคุยกันเท่าไหร่คะเนี่ย (หัวเราะ) ตอนที่ฉันกับ Jahan กำลังคิดคอนเซปต์ของอัลบั้มนี้ เราคุยกันเป็นชั่วโมง ๆ เลยว่าคำนี้มีความหมายกับเราอย่างไรบ้าง คำนี้เริ่มเข้ามาอยู่ในหัวของฉันตั้งแต่ปี 2023 ก่อนที่เราจะเริ่มทำเพลงด้วยซ้ำ เพราะมันมีความรู้สึกทั้งบวกและลบปะปนกันอยู่ เราเคยได้ยินคนพูดถึงเราหรือศิลปินคนอื่น ๆ ว่าผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว

ทุกอย่างที่เราพูดถึงในอัลบั้มนี้เปรียบเสมือนสัจธรรมที่ว่า เบื้องบนเป็นอย่างไร เบื้องล่างก็เป็นอย่างนั้น ความเป็นไปในอดีตและปัจจุบันล้วนเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบค่ะ

ที่มา: Billboard

LyricsTH

LyricsTH

แหล่งรวมคำแปลเพลงสากลคุณภาพ อัปเดตข่าวสารวงการเพลงระดับโลก เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวของศิลปินคนโปรด