อัปเดตเมื่อ: วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569
วง Alabama Shakes กลับมาปล่อยผลงานเพลงชุดใหม่อีกครั้งในรอบ 11 ปี โดยสำหรับนักร้องนำอย่าง Brittany Howard แล้ว อัลบั้มนี้มีใจความสำคัญที่ชัดเจนว่า เธออยากให้ผู้คนรู้ว่าพวกเขาสามารถพึ่งพากันและกันได้
Howard และเพื่อนร่วมวงอย่าง Zac Cockrell รวมถึง Heath Fogg เคยร่วมเดินทางบนเส้นทางสายดนตรีนี้ด้วยกันครั้งสุดท้ายในปี 2015 เมื่ออัลบั้มชุดที่สองของวง Alabama Shakes อย่างชุด Sound & Color สามารถพุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งบนชาร์ต Billboard 200 และกวาดรางวัลแกรมมานีมาได้ถึงสามรางวัล พวกเขาออกทัวร์ยาวนานถึงสองปีเต็มก่อนจะประกาศพักวงไปในปี 2018 ซึ่งเป็นช่วงที่ Howard หันไปลุยงานเพลงในฐานะศิลปินเดี่ยว เช่นเดียวกับ Fogg ที่ผันตัวไปทำโปรเจกต์ของตัวเอง
ในช่วงเวลาที่ต้องแยกย้ายกันไป โลกที่วงดนตรีโซลร็อกแดนใต้จากเมืองแอเธอรินส์ รัฐแอละแบมา วงนี้เคยเติบโตจนโด่งดังได้พลิกผันไปในทุก ๆ ด้าน ทั้งทางสังคม การเมือง และวงการดนตรี อัลบั้มชุดใหม่ที่ชื่อว่า I Must Be Dreaming จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น แต่ในบางครั้งพวกเขายังมองเห็นความงดงามท่ามกลางความโกลาหลอีกด้วย
Howard ให้สัมภาษณ์กับทาง Rolling Stone ว่าโลกใบนี้ค่อนข้างมีความประหลาด โลกเรามีความแปลกมาโดยตลอด แต่เธ้ารู้สึกว่ามันยิ่งทวีความแปลกประหลาดและหมุนไปอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ซึ่งเคยเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าหรือข่าวลือได้กลับตาลปัตรไปหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ช่วงโควิดเป็นต้นมา
ความรู้สึกเคว้งคว้างไร้ที่ยึดเหนี่ยวนี้เองที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ชื่ออัลบั้มชุดใหม่
Howard เผยว่ามันมีสองแง่มุม ด้านหนึ่งคือความรู้สึกราวกับว่า I Must Be Dreaming แต่ในอีกด้านหนึ่งของชื่อนี้คือการตระหนักว่า ยังคงมีเรื่องราวที่สวยงามและเต็มไปด้วยความสุขให้ค้นหาได้เสมอ แม้ว่าสิ่งที่เราเสพในทุกวันนี้จะเต็มไปด้วยความน่ากลัวก็ตาม แต่มันก็มีเหรียญอยู่สองด้านเสมอ
อัลบั้มความยาว 11 แทร็กนี้ถือเป็นการเยียวยาจิตใจที่แฟนเพลงรุ่นเก๋าของ Alabama Shakes น่าจะคิดถึง กลิ่นอายของดนตรีบลูส์ โซล ฟอล์ก และอเมริกาน่าที่หล่อหลอมซาวด์ดนตรีของวงยังคงมีอยู่ครบถ้วน และหากภาพรวมของอัลบั้มชุดนี้ให้ความรู้สึกเหมือนกับเพลงประกอบการกลับมารวมตัวกัน ก็มีเหตุผลที่ดีมารองรับ เพราะการกลับมาฟอร์มวงของ Alabama Shakes ครั้งนี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญล้วน ๆ และสมาชิกทุกคนก็พร้อมที่จะเดินหน้าไปตามกระแส
ในช่วงปลายปี 2024 Howard ได้รับคำชวนให้ไปเล่นคอนเสิร์ตการกุศลให้กับคราฟต์เบียร์แห่งหนึ่งในทัสคาโลซา เนื่องจากเธอและเจ้าของร้านเป็นเพื่อนกัน อีกทั้งเธอยังมีความผูกพันกับเมืองนี้ในฐานะสถานที่ที่มักจะได้ยินเพลงแนวออริจินัลและเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดยุคแรกเริ่มของวง Alabama Shakes ในช่วงหลังยุคโควิด ธุรกิจร้านเบียร์แห่งนี้ประสบปัญหาอย่างหนัก และ Howard ก็อยากที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เธอจึงตกลงที่จะขึ้นแสดงในงานการกุศลที่จัดขึ้น ณ โรงละคร Bama Theater ในเดือนธันวาคมปีนั้น
Howard เล่าต่อว่าเธอเกิดความคิดที่จะลองโทรชวนเพื่อน ๆ ในวง ซึ่งทุกคนต่างก็ชื่นชอบเจ้าของร้านเบียร์คนนี้เช่นกัน ตอนแรกพวกเขากล่าวว่าจะรวมตัวกันไปปรากฏตัวแบบเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่กลายเป็นว่าพวกเขาต้องมาซ้อมเพลงเก่า ๆ ที่ไม่ได้เล่นกันมานาน ซึ่งมันสนุกมาก การได้กลับมาอยู่ร่วมกัน ฟังเพลงด้วยกัน และฟังเพลงของกันและกัน ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเป็นการชวนกันไปเล่นคอนเสิร์ตเพิ่ม ชวนกันฟังเพลงเดโมใหม่ ๆ และชวนกันเข้าห้องอัด จนกลายมาเป็นอัลบั้มชุดนี้ในที่สุด
เพียงแค่เดือนเศษถัดมา วง Alabama Shakes ก็ประกาศว่าพวกเขากำลังทำเพลงใหม่อยู่ ในตอนแรก Howard ตั้งใจให้มันเป็นเพียงแค่อีพี แต่หลังจากจบการบันทึกเสียงในสตูดิโอรอบแรกพวกเขากลับได้เพลงมาถึงเจ็ดเพลงแล้ว เธอจึงมองว่าในเมื่อมันใกล้เคียงกับอัลบั้มเต็มแล้ว ก็ลุยทำต่อให้เสร็จเลยดีกว่า
สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจในอัลบั้ม I Must Be Dreaming คือการเคลื่อนไหวทางสังคม แม้ว่านี่จะไม่ใช่อัลบั้มที่มีรากฐานมาจากการเมืองจ๋า แต่เพลงในอัลบั้มก็มักจะวนเวียนอยู่กับแนวคิดที่ว่าโลกที่ดีกว่านี้ย่อมเป็นไปได้สำหรับทุกคน เพลง American Dream เปรียบเสมือนภาพสะท้อนของพลเมืองที่อยากจะเชื่อมั่นในรัฐบาลแต่กลับรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง ส่วนเพลง I Feel Hope Coming ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกนี้ให้เด่นชัดยิ่งขึ้นตั้งแต่วินาทีแรกของท่อนร้องที่ว่าโลกใบนี้คงต้องใช้มากกว่าแค่คำภาวนาจึงจะเปลี่ยนแปลงได้ ในมุมมองของ Howard นี่คือบทเพลงที่ตอบโจทย์ช่วงเวลานี้พอดี
Howard เผยว่าเพลงเหล่านี้พูดถึงการที่ผู้คนมารวมตัวกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และร่วมกันส่งเสียงสะท้อนถึงประเด็นทางสังคมในปัจจุบัน การได้เห็นผู้คนรู้สึกโกรธเคืองไปพร้อม ๆ กันต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ จากผู้คนที่ควรจะเชื่อใจ ถือเป็นเรื่องที่มีทั้งความน่ากลัวและน่าเฉลิมฉลองในเวลาเดียวกัน
ช่วงฤดูร้อนปีที่ผ่านมา วง Alabama Shakes ได้ออกเดินทางทัวร์คอนเสิร์ตอีกครั้งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2017 และพวกเขาก็ยังคงเดินหน้าทัวร์อย่างต่อเนื่อง โดยวงเคยรับหน้าที่เป็นวงเปิดให้กับ Zach Bryan เป็นศิลปินเฮดไลน์ร่วมกับวง Tedeschi Trucks Band และยังได้ศิลปินระดับตำนานอย่าง Mavis Staples มาช่วยสร้างสีสันในฐานะวงซัพพอร์ตอีกด้วย
ในช่วงแรก Howard ยอมรับว่าเธอไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เนื่องจากบรรยากาศของการทัวร์คอนเสิร์ตในช่วงสองปีที่ผ่านมาค่อนข้างมีความไม่แน่นอน แม้กระทั่งกับศิลปินชื่อดังก็ตาม แต่พอพวกเขาได้เริ่มขึ้นแสดงไปไม่กี่โชว์ เธอก็ได้ตระหนักว่าแฟน ๆ ของวง Alabama Shakes ไม่เพียงแต่ยังคงคอยสนับสนุนพวกเขาเหมือนเดิมเท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มแฟนเพลงหน้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมาด้วย เธอรู้สึกประทับใจที่ได้เห็นแฟนเพลงรุ่นเยาว์ในงานคอนเสิร์ตร้องเพลง เต้นรำ และมีความสุขกันอย่างเต็มที่ และยิ่งผู้ชมปลดปล่อยอารมณ์มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งปลดปล่อยตัวเองออกมามากเท่านั้น ซึ่งทำให้เธอรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง
Howard กล่าวทิ้งท้ายถึงการขึ้นแสดงโชว์เหล่านี้ว่าเป็นเรื่องของความเคารพ ซึ่งการได้ไปเล่นเปิดให้กับ Zach Bryan ที่มีผู้ชมจำนวนมากถึงสี่หมื่นคนทำให้รู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง แต่พอได้ขึ้นไปแสดงจริง ๆ มันกลับเป็นความรู้สึกที่เจ๋งมาก ในแง่หนึ่งมันให้บรรยากาศย้อนกลับไปเหมือนเมื่อปี 2010 ที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เพียงแค่ออกไปเป็นตัวของตัวเองแล้วปล่อยให้ผู้ชมได้สัมผัสและชื่นชมในตัวตนของเรา
ที่มา: Rolling Stone

No comments yet