หน้าแรก / ข่าวเพลงสากล / Snoop Dogg เตรียมสร้างหนังชีวประวัติ คว้าตัวลูกชาย D’Angelo รับบทเป็น The Notorious B.I.G.

Snoop Dogg เตรียมสร้างหนังชีวประวัติ คว้าตัวลูกชาย D’Angelo รับบทเป็น The Notorious B.I.G.

⏱️ 4 นาที
กขค

อัปเดตเมื่อ: วันพุธ ที่ 9 กันยายน 2569

ภาพยนตร์ชีวประวัติของแรปเปอร์ระดับตำนานอย่าง Snoop Dogg ได้ผู้มารับบทเป็น The Notorious B.I.G. หรือ Big Poppa เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และโปรไฟล์ก็ไม่ธรรมดา เพราะเขาคือลูกไม้หล่นใต้ต้นของศิลปินชื่อดังในวงการ

สื่อต่างประเทศรายงานว่า SwayvoTwain ศิลปินหนุ่มผู้เป็นลูกชายของสองศิลปินระดับตำนานอย่าง D’Angelo และ Angie Stone ซึ่งมีชื่อจริงว่า Michael D’Angelo Archer II จะเป็นผู้สวมบทบาทเป็น Biggie ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งมีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ช่วงเดือนสิงหาคมปี 2027 แม้ว่าตัวเขาจะปล่อยผลงานเพลงของตัวเองในนาม SwayvoTwain มาตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้จะถือเป็นผลงานการแสดงบทบาทสำคัญครั้งแรกของเขา

SwayvoTwain ได้ฉลองข่าวดีนี้ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว โดยการแชร์วิดีโอสั้น ๆ ที่เขากำลังร่วมแฮงเอาต์กับ Snoop Dogg พร้อมกับเขียนแคปชันว่า “It’s all good baby, BABYYY” ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงท่อนเปิดสุดคลาสสิกจากเพลง Juicy ของ The Notorious B.I.G. นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าบทบาทของ SwayvoTwain ในภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากในชีวิตจริง Biggie และ Snoop Dogg แม้จะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก ประกอบกับความขัดแย้งระหว่างวงการฮิปฮอปฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกในยุค 90s ทว่าเส้นทางชีวิตของทั้งคู่ก็เคยโคจรมาพบกันอยู่หลายครั้ง ท่ามกลางความเคารพซึ่งกันและกันในฐานะศิลปิน

ครั้งหนึ่ง Snoop Dogg เคยเปิดเผยในบทสัมภาษณ์กับ Fatman Scoop ถึงเบื้องหลังเพลง New York, New York ที่ทำร่วมกับ Tha Dogg Pound ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นเพลงดิส The Notorious B.I.G. เนื่องจากใช้บีทที่ DJ Pooh เคยทำให้กับ Biggie โดย Snoop Dogg เล่าว่าตอนนั้นพวกเขาชื่นชอบผลงานของ Biggie มาก จึงขอเอาบีทดังกล่าวมาใช้เพราะเห็นว่า Biggie ใช้เปิดแค่ในโฆษณาเท่านั้น

แต่เมื่อ Snoop Dogg และกลุ่ม Tha Dogg Pound เดินทางไปถ่ายทำมิวสิกวิดีโอที่นิวยอร์ก เขากล่าวว่า Biggie ได้พูดออกรายการวิทยุเพื่อบอกพิกัดที่พวกเขาถ่ายทำ ส่งผลให้มีเสียงปืนดังขึ้นใกล้กับกองถ่ายในเวลาต่อมา โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ถึงอย่างนั้น Snoop Dogg ก็ไม่ได้โกรธเคือง และมองว่าเป็นเรื่องของกระแสความขัดแย้งในยุคนั้น โดยทั้งคู่ได้มีโอกาสปรับความเข้าใจกันอีกครั้งหลังจากที่ Tupac เสียชีวิตได้ไม่นาน

Snoop Dogg เผยความรู้สึกในตอนนั้นว่า เขาสามารถรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดจากสายตาของ Biggie ต่อการจากไปของ Tupac โดยที่อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากพูดอะไรเลย มันไม่ใช่แววตาของคนที่กำลังมีความสุข แต่เป็นความรู้สึกสูญเสียเพื่อนคนหนึ่งไป

หลังจากนั้นไม่กี่เดือน Biggie ได้ชวน Snoop Dogg ไปที่สตูดิโอเพื่อเปิดเพลง Somebody’s Gotta Die ในเวอร์ชันแรกให้ฟัง ซึ่งเพลงนี้เปิดตัวด้วยท่อนแรปที่พูดถึงการอยากประสบความสำเร็จและขายแผ่นเสียงได้ถล่มทลายเหมือนกับ Snoop Dogg

ที่มา: Rolling Stone

LyricsTH

LyricsTH

แหล่งรวมคำแปลเพลงสากลคุณภาพ อัปเดตข่าวสารวงการเพลงระดับโลก เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวของศิลปินคนโปรด