หน้าแรก / ข่าวเพลงสากล / Radio Free Alice เปิดใจถึงการร่วมงานกับ Geese และก้าวสำคัญในอัลบั้มเดบิวต์แนว Coming of Age

Radio Free Alice เปิดใจถึงการร่วมงานกับ Geese และก้าวสำคัญในอัลบั้มเดบิวต์แนว Coming of Age

⏱️ 7 นาที
กขค

อัปเดตเมื่อ: วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน 2569

วงอินดี้หน้าใหม่ที่กำลังมาแรงจากออสเตรเลียอย่าง Radio Free Alice ได้ร่วมพูดคุยกับ NME ที่หลังเวทีคอนเสิร์ต Reading 2026 เกี่ยวกับซาวนด์ดนตรีสไตล์บริตป๊อป การได้ร่วมงานกับอัจฉริยะอย่าง Cameron Winter และวง Geese รวมถึงแพลนการย้ายไปอยู่ลอนดอน และสิ่งที่แฟน ๆ จะได้ฟังจาก What’s In Between อัลบั้มเดบิวต์แนวเติบโตเรียนรู้ชีวิตของพวกเขา

หลังจากระเบิดความมันส์บนเวที The Gallery ในช่วงบ่าย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโชว์ที่โดดเด่นประจำสุดสัปดาห์นั้น นักร้องนำอย่าง Noah Learmonth มือกลอง Lochie Dowd และมือกีตาร์ Jules Paradiso ก็ได้มานั่งพูดคุยอย่างเป็นกันเอง พร้อมเผยถึงความรู้สึกตื่นเต้นและความกดดันอันยิ่งใหญ่ที่ได้แสดงในเทศกาลดนตรีระดับตำนานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานอย่าง Reading & Leeds

“พวกเราขึ้นโชว์ตอนบ่ายสองโมง แต่แฮปปี้กับคนดูมาก ๆ ครับ คนดูเต็มเต็นท์เลย มันเจ๋งมาก” Noah Learmonth กล่าว “สำหรับพวกเราที่มาจากออสเตรเลีย เทศกาลนี้คือเทศกาลที่ทุกคนต้องรู้จักคู่กับ Glastonbury การที่วงระดับตำนานอย่าง Nirvana เคยสร้างประวัติศาสตร์ที่นี่ ทำให้งานนี้มีความขลังและทรงคุณค่ามากกว่าเทศกาลอื่น ๆ”

หลังจากผ่านช่วงซัมเมอร์อันแสนคึกคัก และเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่เดือนก่อนจะปล่อยอัลบั้มเดบิวต์ที่แฟน ๆ รอคอย วง Radio Free Alice ก็กำลังสนุกสนานกับปี 2026 ที่กราฟชีวิตพุ่งกระฉูด โดยเฉพาะซิงเกิลล่าสุดอย่าง Kick In The Shins และ Crying For You ที่กำลังฮิตติดชาร์ตอินดี้และกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ ซึ่งปีนี้เริ่มต้นอย่างสุดเหวี่ยงด้วยการที่พวกเขามีโอกาสได้เล่นเปิดคอนเสิร์ตให้กับวง Geese ที่บ้านเกิดในออสเตรเลีย

“มันบ้ามากที่ได้เจอวง Geese ตัวจริง” Noah Learmonth เผย “ผมเปิดดูรูปและคลิปของ Cameron Winter กับวง Geese ในโทรศัพท์ตลอดเวลา พอได้มาเจอตัวจริงหลังเวทีและได้คุยกัน มันเลยรู้สึกแปลกและเซอร์เรียลมาก แต่มันเจ๋งสุด ๆ ที่ได้แชร์เวทีร่วมกับวงดนตรีที่ผู้คนพูดถึงมากที่สุดวงหนึ่งในเวลานี้”

เมื่อถูกถามว่าบทสนทนากับ Cameron Winter เป็นอย่างไรบ้าง เขาคุยเรื่องทั่วไปหรือมักจะพาหลุดไปอีกมิติหนึ่ง นักร้องนำของวงเผยว่า “เขาดูเป็นคนฉลาดมาก ๆ อย่างที่คิดไว้เลยครับ เขาเป็นคนที่น่าสนใจมาก คืนก่อนหน้านั้นเขาเล่นคอนเสิร์ตเดี่ยวในเมลเบิร์น และเราก็ได้คุยกันเรื่องกฎหมายของที่นั่นที่ระบุว่าคอนเสิร์ตต้องมีวงเปิด แต่ปกติเวลาเขาเล่นโชว์เดี่ยวเขาจะไม่มีวงเปิดเลย เขาก็เลยพาเด็กอัจฉริยะวัย 10 ขวบขึ้นมาเล่นเปียโนคอนแชร์โตเปิดโชว์ให้ซะเลย นั่นเป็นไอเดียที่อัจฉริยะตามสไตล์ของ Cameron Winter จริง ๆ เขาเป็นคนที่น่ารักมากครับ”

ทว่าตอนนี้สปอตไลท์กำลังส่องมาที่วง Radio Free Alice แล้ว พวกเขารู้สึกอย่างไรกับการที่จู่ ๆ ก็มีผู้คนหันมาสนใจและติดตามผลงานมากขึ้น

“ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ” Lochie Dowd ตอบ “มันรู้สึกเหมือนว่าความสนใจและสายตาทุกคู่ถูกจำกัดอยู่แค่ในรถตู้ที่เราใช้เดินทาง จนบางทีเราก็แทบไม่รู้เลยว่ามีคนกำลังจับตามองพวกเราอยู่หรือเปล่า”

ทางด้าน Jules Paradiso เห็นด้วยและเสริมว่า “ตั้งแต่เราประกาศปล่อยอัลบั้มใหม่ รู้สึกได้เลยว่ามีคนหันมาสนใจเรามากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งมันก็นำมาซึ่งความกังวลและความตื่นเต้นไปพร้อม ๆ กันกับการที่จะได้ปล่อยผลงานชิ้นนี้ออกไปเสียที”

ก่อนหน้านี้ทางวงเคยเผยว่า ซาวนด์ดนตรีหลักของพวกเขาได้รับอิทธิพลร่วมกันมาจากวงรุ่นพี่อย่าง New Order, The Jam และ The Housemartins ผสมผสานกับแนวทางดนตรีอินดี้ที่เปิดกว้างแต่แฝงไปด้วยความหวานอมขมกลืน โดยดึงเอาความสุขสมหวังในแบบของวง The Smiths และ The Cure เข้ามาใส่ไว้ด้วย

เมื่อถามถึงทิศทางดนตรีในอัลบั้มใหม่ว่าจะแตกต่างจากผลงานที่ผ่านมาอย่างไร Jules Paradiso อธิบายว่า “เพลงในอัลบั้มนี้ไม่ได้แต่งขึ้นพร้อมกันหมด บางเพลงแต่งไว้เมื่อสองปีที่แล้ว บางเพลงเพิ่งแต่งเมื่อเดือนก่อน หลายเพลงไม่ได้ตั้งใจจะเอามาใส่ในอัลบั้มด้วยซ้ำ แต่เป็นเพลงที่เราชอบแจมกันมาตลอดหลายปี มันค่อนข้างมีความหลากหลาย คุณจะได้ยินซาวนด์ที่คล้ายกับสิ่งที่เราปล่อยออกไปในตอนนี้ แต่ผมคิดว่ามันก้าวไปในทิศทางที่แปลกใหม่ขึ้นอีกขั้น”

“ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทิศทางนั้นคืออะไร แต่อัลบั้มนี้ยังมีทำนองที่เพราะฟังง่าย ทว่ามีความพิถีพิถันและตั้งใจทำกันมาก ๆ พวกเราทุกคนภูมิใจกับมันมากครับ”

ด้วยซาวนด์ดนตรีสไตล์อังกฤษจ๋าที่ถูกใจคอเพลงอินดี้ชาวอังกฤษสุด ๆ พวกเขาเคยคิดที่จะย้ายถิ่นฐานมาอยู่ฝั่งอังกฤษที่ฝนตกชุกบ้างไหม

“พวกเรารักออสเตรเลียและเติบโตที่นั่น แต่ก็รู้สึกตื่นเต้นมากกับแผนที่จะย้ายไปอยู่ลอนดอน” Jules Paradiso เผย “ตอนนี้พวกเรากำลังหาที่อยู่กันอยู่ และบางคนก็หาได้แล้วด้วย ถือว่าเป็นการเริ่มต้นก้าวสำคัญเลยครับ”

แล้วเรื่องค่าเช่าบ้านในลอนดอนล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง มือกีตาร์ตอบทันทีว่า “โหดมากครับ โหดสุด ๆ ตอนนี้ Noah Learmonth เพิ่งย้ายไปอยู่ย่าน Bow” ซึ่ง Noah Learmonth ก็เห็นด้วยพร้อมเสริมว่า “ย่าน Bow เป็นย่านที่ดีนะ แต่ค่าเช่าโหดหินจริง ๆ”

เพื่อช่วยจ่ายค่าเช่าบ้านอันแสนแพง วงอินดี้ระดับคุณภาพทั้งห้าคนนี้หวังว่าแฟน ๆ จะคอยสนับสนุนอัลบั้มเดบิวต์ของพวกเขาที่จะปล่อยออกมาในเดือนหน้า ซึ่งเนื้อหาในอัลบั้มเขียนขึ้นจากใจที่สะท้อนเรื่องราวที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย “พอมองย้อนกลับไป ผมเป็นคนที่ชอบเรื่องราวแนวเติบโตเรียนรู้ชีวิต หรือ coming of age มาตลอด” Noah Learmonth พูดถึงเนื้อเพลงในอัลบั้ม “หนังโปรดของผมตอนเด็ก ๆ ก็มักจะเป็นแนวนี้ มันจะมีธีมเกี่ยวกับวัยรุ่นที่รู้สึกแปลกแยกจากสังคม ผสมปนเปอยู่กับเรื่องราวอื่น ๆ”

แฟน ๆ คงต้องอดใจรอจนถึงวันก่อนวันฮาโลวีนถึงจะได้ฟังอัลบั้มนี้อย่างเต็มรูปแบบ โดยเมื่อถามถึงธีมแต่งตัววันฮาโลวีน Noah Learmonth เผยว่าจะแต่งเป็น Gru ส่วนสมาชิกคนอื่น ๆ จะแต่งเป็นมินเนี่ยน ก่อนที่ Jules Paradiso จะทิ้งท้ายอย่างอารมณ์ดีว่า “ส่วนผม แค่ตื่นเต้นกับการปล่อยอัลบั้มก็น่าจะกลัวจนตัวสั่นพอแล้วครับ”

อัลบั้มเดบิวต์ What’s In Between ของวง Radio Free Alice มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ภายใต้สังกัด Atlantic Records

ที่มา: NME

LyricsTH

LyricsTH

แหล่งรวมคำแปลเพลงสากลคุณภาพ อัปเดตข่าวสารวงการเพลงระดับโลก เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวของศิลปินคนโปรด