ข้อมูลศิลปิน
| ประเทศที่เกิด : | Germany |
| แนวเพลง : | Pop, teen pop, adult contemporary, soft rock, pop rock, alternative rock, dance |
ในยุคทองแห่งเสียงเพลงยุค 90s และต้น 2000s มีวงดนตรีป๊อปจากฝั่งยุโรปหลายวงที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาครองใจแฟนเพลงชาวเอเชียได้อย่างน่าอัศจรรย์ หนึ่งในนั้นคือ “Trademark” วงโวคอลแบนด์สัญชาติเยอรมันที่มาพร้อมกับเสียงประสานอันไพเราะและบทเพลงรักซึ้งกินใจ แม้กาลเวลาจะผ่านไป แต่ร่องรอยทางดนตรีของพวกเขายังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้ฟังรุ่นเก๋า วันนี้เราจะพาทุกท่านย้อนเวลากลับไปทำความรู้จักกับตำนานบทเพลงป๊อป-บัลลาดที่เคยสร้างความประทับใจมาแล้วทั่วโลก
จุดกำเนิดและสไตล์ดนตรีที่ถอดรหัสความโรแมนติก
วง Trademark ประกอบด้วยสมาชิกหนุ่มเสียงดีสามคน ได้แก่ Achim Remling, Mirko Bäumer และ Sascha Sadeghian พวกเขาเลือกเดินบนเส้นทางดนตรีแนวโวคอลป๊อปที่มีกลิ่นอายความนุ่มนวล โดยได้รับอิทธิพลทางดนตรีอย่างชัดเจนจากวงร็อกชื่อดังอย่าง Michael Learns to Rock (MLTR)
สิ่งที่ทำให้ Trademark แตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือการเลือกเสิร์ฟเพลงรักจังหวะบัลลาดที่ช้าลงและลึกซึ้งยิ่งขึ้น เมโลดี้ของเพลงถูกออกแบบมาให้เข้าถึงง่ายแต่กินใจ ผสมผสานกับการประสานเสียงอันยอดเยี่ยมของสมาชิกทั้งสาม ทำให้เพลงของพวกเขากลายเป็นเพลงประกอบช่วงเวลาสำคัญของวัยรุ่นยุคนั้น
มหาอำนาจแห่งเพลงฮิตและความสำเร็จในเอเชีย
ชื่อเสียงของ Trademark ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงในทวีปยุโรปเท่านั้น แต่บทเพลงของพวกเขาโดยเฉพาะ “I’ll Be the One” และ “I’m Not Supposed to Love You Anymore” กลับกลายเป็นเพลงฮิตระเบิดระเบ้อในหลายประเทศทั่วทวีปเอเชีย รวมถึงประเทศไทย
นอกจากนี้ ซิงเกิลอื่นๆ อย่าง “Only Love” และ “Amazed” ก็ยังคงเปิดวนเวียนตามคลื่นวิทยุและร้านกาแฟอยู่เสมอ ด้วยเนื้อหาที่พูดถึงความรักความผูกพันอย่างจริงใจ ทำให้บทเพลงเหล่านี้กลายเป็นอมตะและยังคงถูกเปิดฟังจนถึงทุกวันนี้
อิทธิพลข้ามพรมแดนและการนำไปคัฟเวอร์ระดับตำนาน
ความยิ่งใหญ่ของ Trademark ในเอเชียไม่ได้หยุดอยู่แค่การติดชาร์ตเพลง แต่บทเพลงของพวกเขายังถูกนำไปตีความใหม่โดยศิลปินซูเปอร์สตาร์แห่งวงการเพลงจีนและกวางตุ้ง สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งดนตรีที่ไร้พรมแดน
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเพลงฮิต “Only Love” ที่ถูกนำไปคัฟเวอร์ใหม่โดย “จาง เสียะหลง” (Jacky Cheung) ราชาเพลงป๊อปแห่งฮ่องกง นอกจากนี้ เพลง “Miss You Finally” ยังถูกนำไปถ่ายทอดใหม่โดย “อีสัน ชาน” (Eason Chan) อีกหนึ่งศิลปินระดับตำนาน ซึ่งยิ่งช่วยตอกย้ำความยอดเยี่ยมด้านการแต่งเพลงของวงนี้
การปิดฉากตำนานและการเดินทางบทใหม่
ทุกงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา หลังจากโลดแล่น สร้างสรรค์ผลงานเพลงคุณภาพ และมอบความสุขให้แฟนๆ อยู่หลายปี สมาชิกทั้งสามคนของวง Trademark ก็ได้ตัดสินใจยุบวงลงอย่างเป็นทางการ เพื่อแยกย้ายกันไปตามหาความฝันและเริ่มต้นเส้นทางศิลปินเดี่ยวของตนเอง
ข้อมูลจากผู้ช่วยส่วนตัวของ Achim Remling ระบุว่า ตัวของ Achim เองได้ดำเนินเส้นทางสายดนตรีต่อในประเทศเยอรมนีภายใต้ชื่อ “Achim Petry” แม้ว่าวันนี้วง Trademark จะไม่ได้มารวมตัวกันทำเพลงใหม่อีกแล้ว แต่ผลงานเพลงรักอันทรงคุณค่าที่พวกเขาเคยฝากไว้ จะยังคงเป็นเครื่องยืนยันถึงยุคสมัยอันรุ่งโรจน์ของดนตรีป๊อปที่ไม่มีวันเลือนหายไปจากใจแฟนเพลง
