ข้อมูลศิลปิน
| ประเทศที่เกิด : | Newark, New Jersey, U.S. |
| แนวเพลง : | Pop rock, Pop music, Soul music, Doo-wop, Rock and roll |
ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1960 ยุคที่วงการเพลงป๊อปและร็อกแอนด์โรลทั่วโลกกำลังผลิดอกออกใบ มีตำนานบทหนึ่งถือกำเนิดขึ้นจากเมืองนิวอาร์ก รัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา นั่นคือการรวมตัวของกลุ่มชายหนุ่มผู้สร้างสรรค์บทเพลงอันเป็นเอกลักษณ์จนกลายเป็นอมตะเหนือกาลเวลา นามว่า “The Four Seasons” วงดนตรีที่ผสมผสานดนตรี doo-wop ฮาร์โมนี เสียงร้องฟอลเซตโตอันทรงพลัง และดนตรีป๊อปร็อกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว จนสามารถครองใจแฟนเพลงหลายร้อยล้านคนทั่วโลก และกลายเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ดนตรีที่ทรงคุณค่าที่สุดจนถึงปัจจุบัน
จุดเริ่มต้นจาก The Four Lovers สู่ตำนาน The Four Seasons
รากฐานของวงเริ่มต้นมาจากวงดนตรีรุ่นพี่ที่มีชื่อว่า The Four Lovers ก่อนที่พวกเขาจะปรับเปลี่ยนทิศทางและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในปี 1960 ภายใต้ชื่อใหม่ “The Four Seasons” โดยมีสมาชิกผู้ร่วมสร้างตำนานยุคบุกเบิกประกอบด้วย แฟรงกี้ วัลลี (Frankie Valli) นักร้องนำผู้มีน้ำเสียงสูงโดดเด่น บ็อบ เกาดิโอ (Bob Gaudio) มือคีย์บอร์ดและนักแต่งเพลงอัจฉริยะ ทอมมี่ เดวิโต (Tommy DeVito) มือกีตาร์ลีด และ นิค มาสซี (Nick Massi) มือเบสผู้คุมจังหวะประสานเสียง
ที่มาของชื่อวงนั้นค่อนข้างน่าสนใจ โดยเกิดขึ้นหลังจากการไปออดิชันที่ไม่ประสบความสำเร็จ ณ
สถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งในตอนนั้นพวกเขาใช้ชื่อกลุ่มตามบาร์โบว์ลิ่งที่บังเอิญเห็น แม้จะเริ่มต้นด้วยความล้มเหลว แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความอัจฉริยะทางดนตรี พวกเขาจึงกลับมาตั้งหลักใหม่และใช้ชื่อ The Four Seasons ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นเครื่องหมายการค้าของความสำเร็จระดับโลก ผ่านผลงานเพลงฮิตติดหูในยุค 60s มากมายที่ครองอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงสากล
ความสำเร็จระดับปรากฏการณ์และยอดขายร้อยล้านชุด
ความโดดเด่นของ The Four Seasons ไม่ได้อยู่แค่เพียงทักษะทางดนตรี แต่ยังอยู่ที่การผลิตผลงานเพลงฮิตที่เข้าถึงผู้ฟังทุกเพศทุกวัย บทเพลงอย่าง “Sherry”, “Big Girls Don’t Cry” และ “Walk Like a Man” ล้วนเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถในการสร้างสรรค์ดนตรีที่สดใหม่และมีชีวิตชีวา ส่งผลให้พวกเขากลายเป็นหนึ่งในกลุ่มศิลปินเพลงที่มียอดขายสูงสุดตลอดกาล ด้วยตัวเลขยอดขายแผ่นเสียงทั่วโลกมากกว่า 100 ล้านชุด
ด้วยความยิ่งใหญ่และอิทธิพลที่มีต่อวงการเพลง ทำให้สมาชิกยุคก่อตั้งได้รับการจารึกชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศร็อกแอนด์โรล (Rock and Roll Hall of Fame) ในปี 1990 และตามด้วย Vocal Group Hall of Fame ในปี 1999 นอกจากนี้ เรื่องราวชีวิตและการเดินทางสายดนตรีของพวกเขายังถูกนำไปสร้างเป็นละครเพลงบรอดเวย์ชื่อดังระดับโลกอย่าง “Jersey Boys” ซึ่งยิ่งช่วยตอกย้ำความอมตะของวงดนตรีกลุ่มนี้ให้ตราตรึงอยู่ในใจคนรุ่นหลัง
การบริหารจัดการและความเป็นอมตะของวง
เบื้องหลังความสำเร็จอันยาวนาน The Four Seasons ยังมีความแข็งแกร่งในด้านการบริหารจัดการ ภายใต้ชื่อทางกฎหมาย “The Four Seasons Partnership” ซึ่งก่อตั้งโดย บ็อบ เกาดิโอ และ แฟรงกี้ วัลลี ทั้งสองคนถือครองสิทธิ์คนละ 50% ในตัววงและทรัพย์สินทั้งหมด รวมถึงแค็ตตาล็อกงานบันทึกเสียงอันล้ำค่า ซึ่งช่วยรักษาคุณค่าและควบคุมทิศทางของผลงานเพลงได้อย่างมั่นคง
แม้กาลเวลาจะผ่านไปและสมาชิกในวงจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามยุคสมัย แต่เกาดิโอและวัลลีก็ยังคงเป็นเสาหลักสำคัญ แม้ในปัจจุบัน บ็อบ เกาดิโอ จะยุติการร่วมแสดงสดแล้ว แต่แฟรงกี้ วัลลี ก็ยังคงเดินหน้าสร้างความสุขให้แฟนเพลงด้วยการทัวร์คอนเสิร์ตอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นบทพิสูจน์ว่าจิตวิญญาณของ The Four Seasons ยังคงมีชีวิตชีวาและส่งต่อเสียงเพลงอันไพเราะข้ามผ่านกาลเวลามาจนถึงปัจจุบัน
