ข้อมูลศิลปิน
| วัน เดือน ปีเกิด : | 03/05/1934 (อายุ 92) |
| อาชีพ : | Singer, actor |
| แนวเพลง : | Rock music, Pop music, Disco, Blue-eyed soul |
| เว็บไซต์ : | frankievallifourseasons.com |
เมื่อเอ่ยถึงตำนานเพลงป๊อปและร็อกแอนด์โรลยุค 1960s ชื่อของ ฟรานเชสโก สตีเฟน คาสเตลลุชโช หรือที่คนทั่วโลกรู้จักกันในนาม แฟรงกี้ วัลลี (Frankie Valli) จะต้องปรากฏขึ้นมาในฐานะไอคอนผู้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการเพลงอเมริกัน ด้วยน้ำเสียงหลบ (Falsetto) อันทรงพลังและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้เขากลายเป็นเสียงร้องนำที่ขับเคลื่อนวง เดอะ โฟร์ ซีซั่นส์ (The Four Seasons) ให้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของความสำเร็จ และสร้างความประทับใจให้แฟนเพลงข้ามกาลเวลามาจนถึงปัจจุบัน
จุดเริ่มต้นและความรุ่งโรจน์กับ The Four Seasons
แฟรงกี้ วัลลี เกิดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 1934 เติบโตมาในครอบครัวชาวอเมริกันเชื้อสายอิตาลีในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ก่อนที่เขาจะค้นพบพรสวรรค์ด้านการร้องเพลงที่โดดเด่นและตัดสินใจร่วมก่อตั้งวงดนตรีที่ต่อมาคือ เดอะ โฟร์ ซีซั่นส์ ร่วมกับเพื่อนร่วมวงยุคบุกเบิกอย่าง ทอมมี่ เดวิโต, นิค มาสซี และ บ็อบ เกาดิโอ ซึ่งพวกเขาได้ผสมผสานดนตรี doo-wop เข้ากับร็อกแอนด์โรลได้อย่างลงตัว
วง เดอะ โฟร์ ซีซั่นส์ ภายใต้การนำของวัลลี สามารถสร้างสถิติกระหึ่มชาร์ตด้วยการส่งเพลงฮิตติด Top 40 มากถึง 29 เพลง โดยมีเพลงอันดับหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงระดับโลกมากมาย เช่น “Sherry” (1962), “Big Girls Don’t Cry” (1962), “Walk Like a Man” (1963), “Rag Doll” (1964) และเพลงฮิตข้ามทศวรรษอย่าง “December, 1963 (Oh, What a Night)” ในปี 1975 เพลงเหล่านี้สะท้อนถึงเสน่ห์ทางดนตรีที่สดใสและเข้าถึงผู้ฟังทุกกลุ่ม
ความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยวและอมตะเพลงฮิต
นอกจากผลงานร่วมกับวงแล้ว แฟรงกี้ วัลลี ยังประสบความสำเร็จอย่างงดงามในฐานะศิลปินเดี่ยว โดยเขามีเพลงฮิตติดชาร์ต Top 40 ในนามเดี่ยวอีก 9 เพลง และอีก 1 เพลงภายใต้ชื่อนามแฝง “เดอะ วันเดอร์ ฮู?” ผลงานเดี่ยวชิ้นโบว์แดงที่ครองใจแฟนเพลงตลอดกาลคือ “Can’t Take My Eyes Off You” (1967) ซึ่งไต่ขึ้นสู่อันดับสอง และกลายเป็นหนึ่งในเพลงรักที่ถูกนำมาคัฟเวอร์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ดนตรี
ไม่เพียงแค่นั้น วัลลียยังคงรักษาความนิยมเอาไว้ได้แม้เวลาจะผ่านไป โดยเขาส่งเพลง “My Eyes Adored You” (1974) ทยานขึ้นสู่อันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Hot 100 และตามมาด้วยเพลงประกอบภาพยนตร์สุดคลาสสิกอย่าง “Grease” (1978) ที่ขึ้นสู่อันดับหนึ่งอีกครั้ง ตอกย้ำความสามารถรอบด้านที่ก้าวข้ามผ่านยุคสมัยได้อย่างสง่างาม
มรดกทางดนตรีและเกียรติยศที่ได้รับ
ด้วยคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อวงการเพลงป๊อปและร็อก แฟรงกี้ วัลลี และสมาชิกยุคบุกเบิกของเดอะ โฟร์ ซีซั่นส์ จึงได้รับการจารึกชื่อเข้าสู่ หอเกียรติยศร็อกแอนด์โรล (Rock and Roll Hall of Fame) ในปี 1990 และตามด้วย หอเกียรติยศกลุ่มนักร้อง (Vocal Group Hall of Fame) ในปี 1999
เรื่องราวชีวิตและการเดินทางสายดนตรีของเขาและผองเพื่อน ยังได้รับการถ่ายทอดผ่านละครเพลงบรอดเวย์ชื่อดังระดับรางวัลโทนี่อย่าง “Jersey Boys” ซึ่งต่อมาถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ทำให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักและหลงรักเสียงเพลงของ แฟรงกี้ วัลลี อีกครั้ง บทเพลงของเขายังคงเปิดฟังและสร้างรอยยิ้มให้กับผู้คนทั่วโลก สมกับสถานะตำนานเพลงผู้ไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา
