ข้อมูลศิลปิน

ประเทศที่เกิด : Glendale, California, U.S.
แนวเพลง : Alternative metal, Nu metal, Heavy metal, Hard rock, Progressive metal
เว็บไซต์ : systemofadown.com/splash/

ท่ามกลางกระแสความนิยมของดนตรีเมทัลในยุค 90s ที่เต็มไปด้วยวงดนตรีหน้าใหม่ผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ด System Of A Down (SOAD) คือหนึ่งในวงดนตรีที่ทรงพลังและโดดเด่นที่สุด พวกเขาเริ่มต้นจากการรวมตัวกันของ 4 หนุ่มเลือดอาร์มีเนียน-อเมริกันในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ ที่แม้จะมีจุดเริ่มต้นจากเดโมเพียงไม่กี่เพลง แต่กลับอัดแน่นไปด้วยซาวด์ดนตรีอันเป็นเอกลักษณ์ เนื้อหาเพลงที่สะท้อนมุมมองการเมืองและสังคมอย่างเผ็ดร้อน รวมถึงการแสดงสดที่ดุเดือดจนสร้างปรากฏการณ์สะเทือนวงการเพลงร็อกทั่วโลก

จากจุดเริ่มต้นในนาม Soil สู่ตำนาน System Of A Down

รากฐานของวงเริ่มต้นขึ้นในปี 1993 เมื่อ เซิร์จ ทังเคียน (Serj Tankian) และ แดรอน มาลาเคียน (Daron Malakian) ได้พบกันในสตูดิโอบันทึกเสียง ทั้งคู่พบว่ามีรสนิยมทางดนตรีและอุดมการณ์ที่คล้ายคลึงกัน จึงตัดสินใจฟอร์มวงดนตรีร่วมกันในชื่อ “Soil” ก่อนจะได้ ชาโว โอซาดจียน (Shavo Odadjian) มารับหน้าที่มือเบส และ จอห์น ดอลมาจียน (John Dolmayan) เข้ามาเติมเต็มในตำแหน่งมือกลอง

ในปี 1995 พวกเขาได้เปลี่ยนชื่อวงเป็น System Of A Down ซึ่งมาจากชื่อบทกวี “Victims Of A Down” ที่เซิร์จแต่งขึ้น โชคชะตานำพาให้พวกเขาได้แสดงสดที่ Viper Room คลับชื่อดังในฮอลลีวูด ซึ่งไปเตะตาโปรดิวเซอร์มือทองอย่าง ริค รูบิน (Rick Rubin) เข้าอย่างจัง จนทำให้ SOAD กลายเป็นวงร็อกวงแรกที่ได้เซ็นสัญญาเข้าสังกัด American Recordings และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่ในเวลาต่อมา

อัลบั้มเปิดตัวและการประกาศจุดยืนอันชัดเจน

ในปี 1998 พวกเขาปล่อยอัลบั้มแรกในชื่อเดียวกับวง “System Of A Down” แม้ในตอนแรกสื่อและแฟนเพลงกระแสหลักจะมองว่าพวกเขาถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับวงนูเมทัลร่วมสมัยอย่าง KoRn หรือ Deftones แต่ไม่นานนักทุกคนก็ตระหนักว่า SOAD มีความพิเศษที่เหนือกว่านั้น ด้วยการผสมผสานดนตรีพื้นเมืองอาร์มีเนียนเข้ากับพั้งค์ร็อก ฮาร์ดคอร์ เดธเมทัล และแจ๊ซได้อย่างไร้รอยต่อ

นอกจากซาวด์ที่แปลกใหม่แล้ว พวกเขายังกล้าหาญที่จะหยิบประเด็นการเมืองและประวัติศาสตร์อันเจ็บปวดมาถ่ายทอด โดยเฉพาะเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอาร์มีเนียนโดยรัฐบาลตุรกีในปี 1915 ผ่านบทเพลงอย่าง “P.L.U.C.K.” ซึ่งตอกย้ำให้เห็นว่าดนตรีของพวกเขาไม่ได้มีไว้เพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นกระบอกเสียงให้กับความยุติธรรมในสังคม

ความสำเร็จระดับปรากฏการณ์กับอัลบั้ม Toxicity

ความสำเร็จสูงสุดของวงเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคมปี 2001 กับอัลบั้มชุดที่ 2 “Toxicity” ซึ่งทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 บนชาร์ต Billboard ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยยอดขายถล่มทลายและซิงเกิลฮิตระดับตำนานอย่าง “Chop Suey!” และ “Aerials” อัลบั้มชุดนี้ยังคงเอกลักษณ์ทางดนตรีที่ซับซ้อนและจัดจ้าน พร้อมทั้งสร้างเสียงฮือฮาด้วยเนื้อหาที่ท้าทายขนบธรรมเนียมและสะท้อนความตื่นตัวทางสังคม

แม้จะต้องเผชิญกับการถูกแบนเพลงบางเพลงหลังเหตุการณ์ 9/11 แต่ SOAD ก็ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ รวมถึงการออกอัลบั้ม “Steal This Album!” ในปี 2002 ที่รวบรวมเพลงจากช่วงบันทึกเสียงของ Toxicity เอาไว้ เพื่อให้แฟนเพลงได้เสพงานดนตรีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณขบถอย่างแท้จริง

มรดกทางดนตรีและอิทธิพลที่ยังคงอยู่

ตลอดเส้นทางสายดนตรี System Of A Down ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสำเร็จในแง่ของยอดขายหรือรางวัลทางดนตรีเท่านั้น แต่พวกเขายังใช้ชื่อเสียงของตนเองในการขับเคลื่อนสังคมผ่านโครงการต่างๆ เช่น “Axis of Justice” ที่ร่วมก่อตั้งกับวง Audioslave เพื่อรณรงค์เรื่องสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรมทางสังคม

จนถึงปัจจุบัน System Of A Down ยังคงได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในวงดนตรีร็อกที่ทรงอิทธิพลและมีความเป็นตัวของตัวเองสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยซาวด์ดนตรีที่ไร้กาลเวลาและการกล้าที่จะยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง ทำให้พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่ศิลปินผู้สร้างสรรค์เสียงเพลง แต่เป็นตำนานที่โลกดนตรีไม่มีวันลืม

รูปถ่ายศิลปิน

System Of A Down

อัลบั้มเพลง

เนื้อเพลง
ค้นหาเพลง ขอเพลง