ข้อมูลศิลปิน

ประเทศที่เกิด : Los Angeles, California, U.S.
แนวเพลง : Pop music, Pop rock, Funk rock, Dance-pop, Blue-eyed soul, Neo soul, Contemporary R&B, Soft rock
เว็บไซต์ : maroon5.com

มารูนไฟฟ์ (Maroon 5) เป็นวงดนตรีป็อปร็อกระดับโลกจากลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในชื่อปัจจุบันเมื่อปี ค.ศ. 2001 ปัจจุบันประกอบด้วยสมาชิกหลัก ได้แก่ แอดัม เลอวีน (Adam Levine – ร้องนำและกีตาร์), เจสซี คาร์ไมเคิล (Jesse Carmichael – คีย์บอร์ดและกีตาร์), เจมส์ แวลนไทน์ (James Valentine – กีตาร์), แมตต์ ฟลินน์ (Matt Flynn – กลอง), พีเจ มอร์ตัน (PJ Morton – คีย์บอร์ด) และแซม ฟาร์ราร์ (Sam Farrar – เบส, เบสสังเคราะห์, เครื่องเคาะ) วงประสบความสำเร็จในระดับสากลด้วยยอดขายแผ่นเสียงมากกว่า 135 ล้านชุดทั่วโลก และถือเป็นหนึ่งในวงดนตรีที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในอุตสาหกรรมดนตรีกระแสหลักของคริสต์ศตวรรษที่ 21

ประวัติการก่อตั้งและการเปลี่ยนผ่านจาก คาราส์ฟลาวเออร์ส

จุดเริ่มต้นของวงเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1994 ในช่วงที่สมาชิกผู้ก่อตั้งยังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษา ณ โรงเรียนเบรนท์วูด ในลอสแอนเจลิส โดย แอดัม เลอวีน, เจสซี คาร์ไมเคิล, มิกกี แมดเดน (Mickey Madden) และไรอัน ดูสิก (Ryan Dusick) ได้ร่วมกันตั้งวงดนตรีแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อกในชื่อ Kara’s Flowers และเปิดตัวอัลบั้มแรกชื่อ The Fourth World ในปี ค.ศ. 1997 ภายใต้สังกัด Reprise Records อย่างไรก็ตาม ผลงานดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จทางพาณิชย์ ส่งผลให้วงถูกยกเลิกสัญญาและสมาชิกต้องแยกย้ายกันไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา

ในระหว่างการศึกษาในเมืองนิวยอร์ก เลอวีนและคาร์ไมเคิลได้รับอิทธิพลจากดนตรีแนวอาร์แอนด์บี ฟังก์ และฮิปฮอป ซึ่งนำมาสู่การปรับเปลี่ยนทิศทางทางดนตรีของวง ต่อมาในปี ค.ศ. 2001 สมาชิกเดิมได้รวมตัวกันอีกครั้งพร้อมรับ เจมส์ แวลนไทน์ เข้ามาทำหน้าที่มือกีตาร์ และตัดสินใจเปลี่ยนชื่อวงเป็น Maroon 5 เพื่อเริ่มต้นเส้นทางดนตรีในรูปแบบใหม่ภายใต้สังกัด Octone Records

ความสำเร็จระดับสากลและผลงานอัลบั้มสำคัญ

มารูนไฟฟ์ ออกอัลบั้มเปิดตัวในนามวงใหม่ชื่อ Songs About Jane ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2002 โดยมีซิงเกิลสร้างชื่ออย่าง Harder to Breathe, This Love, She Will Be Loved และ Sunday Morning อัลบั้มนี้ได้รับการตอบรับอย่างสูงจนทยอยขึ้นอันดับชาร์ตเพลงทั่วโลกและได้รับรางวัลแกรมมี สาขาศิลปินหน้าใหม่อยอดเยี่ยม ในปี ค.ศ. 2005 ต่อมาในปี ค.ศ. 2006 ไรอัน ดูสิก มือกลองเดิมต้องออกจากวงเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่ไหล่และหลังอย่างเรื้อรัง โดยมี แมตต์ ฟลินน์ เข้ามารับหน้าที่แทน

ในสตูดิโออัลบั้มชุดที่สอง It Won’t Be Soon Before Long (ค.ศ. 2007) วงขึ้นสู่อันดับหนึ่งของชาร์ต Billboard 200 เป็นครั้งแรก มีซิงเกิลฮิตระดับโลกคือ Makes Me Wonder ซึ่งเป็นเพลงแรกของวงที่ขึ้นอันดับหนึ่งบนชาร์ต Billboard Hot 100 ตามด้วยเพลง Wake Up Call และ Won’t Go Home Without You

อัลบั้มชุดที่สาม Hands All Over (ค.ศ. 2010) มีซิงเกิลเด่นอย่าง Misery และได้มีการปล่อยซิงเกิลร่วมกับ คริสตินา อากีเลรา ในเพลง Moves Like Jagger ในปี ค.ศ. 2011 ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในซิงเกิลที่ขายดีที่สุดตลอดกาลทั่วโลก ต่อมาในอัลบั้ม Overexposed (ค.ศ. 2012) วงได้ปรับทิศทางไปสู่ดนตรีป็อปกระแสนานาชาติมากขึ้นอย่างชัดเจน มีเพลงฮิตอย่าง Payphone (ร่วมกับ Wiz Khalifa) และ One More Night ซึ่งครองอันดับหนึ่งบน Billboard Hot 100 ยาวนานถึง 9 สัปดาห์

ทิศทางความสำเร็จดำเนินอย่างต่อเนื่องในอัลบั้ม V (ค.ศ. 2014) ที่มีเพลงฮิตระดับมัลติพลาตินัม ได้แก่ Maps, Animals และ Sugar ตามมาด้วยอัลบั้ม Red Pill Blues (ค.ศ. 2017) ซึ่งมีซิงเกิลติดชาร์ตอันดับหนึ่งอย่าง Girls Like You (ร่วมกับ Cardi B) และ What Lovers Do (ร่วมกับ SZA) และอัลบั้มชุดที่เจ็ด Jordi (ค.ศ. 2021) ที่มีเพลงฮิต เช่น Memories และ Beautiful Mistakes (ร่วมกับ Megan Thee Stallion)

พัฒนาการทางดนตรีและเอกลักษณ์ผลงาน

ในเชิงสไตล์ดนตรี มารูนไฟฟ์ มีการพัฒนาแนวดนตรีอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นจากอัลเทอร์เนทีฟร็อกและกรันจ์ในยุค Kara’s Flowers ก่อนจะผสมผสานองค์ประกอบของบลูอายด์โซล ฟังก์ และป็อปร็อกในอัลบั้ม Songs About Jane เอกลักษณ์สำคัญของวงคือการใช้เสียงร้องสูงหลบ (Falsetto) ที่เป็นเอกลักษณ์ของ แอดัม เลอวีน ประกอบกับไลน์เบสและจังหวะกรูฟสไตล์ฟังก์ ในช่วงทศวรรษ 2010 วงได้ขยายขอบเขตทางดนตรีเข้าสู่แนวอิเล็กทรอนิกส์ป็อป แดนซ์ป็อป และการร่วมงานกับศิลปินฮิปฮอประดับแนวหน้า ทำให้ดนตรีของวงสามารถเข้าถึงผู้ฟังในวงกว้างได้อย่างต่อเนื่อง

รางวัลและการยอมรับในอุตสาหกรรมดนตรี

ตลอดเส้นทางอาชีพ มารูนไฟฟ์ ได้รับการยอมรับจากสถาบันดนตรีชั้นนำมากมาย โดยได้รับรางวัลแกรมมี (Grammy Awards) จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ สาขาศิลปินหน้าใหม่อยอดเยี่ยม (ค.ศ. 2005), สาขาการแสดงป็อปโดยศิลปินคู่หรือกลุ่มยอดเยี่ยม จากเพลง This Love (ค.ศ. 2006) และจากเพลง Makes Me Wonder (ค.ศ. 2008) นอกจากนี้ วงยังได้รับรางวัล Billboard Music Awards จำนวน 8 รางวัล, American Music Awards จำนวน 3 รางวัล และ World Music Awards อีกหลายสาขา

ในปี ค.ศ. 2019 มารูนไฟฟ์ ได้รับเกียรติให้เป็นศิลปินหลักในการแสดงช่วงพักครึ่งของการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ 53 (Super Bowl LIII Halftime Show) ณ เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญสูงสุดในฐานะวงดนตรีป็อประดับแนวหน้าของโลก

รูปถ่ายศิลปิน

เนื้อเพลง
ค้นหาเพลง ขอเพลง