ข้อมูลศิลปิน
| วัน เดือน ปีเกิด : | 15/06/1941 (อายุ 52) |
| ประเทศที่เกิด : | Brooklyn, New York, U.S. |
| ต้นสังกัด : | Singer, songwriter |
| เว็บไซต์ : | harrynilsson.com |
ในหน้าประวัติศาสตร์ดนตรีร็อกและป็อปยุค 1970 มีศิลปินน้อยคนนักที่จะสร้างสรรค์งานเพลงอันทรงคุณค่าและเป็นเอกลักษณ์ได้เทียบเท่ากับ แฮร์รี่ เอ็ดเวิร์ด นิลสสัน ที่ 3 (Harry Nilsson) หรือที่รู้จักกันในนาม “นิลสสัน” เขาคืออัจฉริยะทางดนตรีผู้ไม่เคยเดินตามรอยใคร เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงชาวอเมริกันผู้มีพรสวรรค์ล้นเหลือ โดดเด่นด้วยเสียงร้องระดับเทเนอร์ที่มีช่วงเสียงกว้างถึง 35 อ็อกเทฟ และความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานที่ผสมผสานความละเมียดละไมเข้ากับความแปลกใหม่ได้อย่างลงตัว บทความนี้จะพาทุกท่านไปย้อนรอยเส้นทางชีวิตและผลงานของศิลปินผู้เป็นตำนานที่โลกไม่มีวันลืม
อัจฉริยะเสียงเทเนอร์ผู้สร้างตำนานโดยไม่ต้องออกทัวร์
สิ่งมหัศจรรย์ที่สุดประการหนึ่งในเส้นทางดนตรีของ นิลสสัน คือการที่เขาประสบความสำเร็จสูงสุดในระดับแถวหน้าของวงการเพลงป็อป-ร็อก โดยที่ไม่เคยจัดคอนเสิร์ตใหญ่ต่อหน้าสาธารณชน หรือออกทัวร์คอนเสิร์ตเป็นกิจวัตรเลยแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต เขาสะท้อนผลงานผ่านห้องอัดเสียงเท่านั้น แต่เสียงร้องและบทเพลงของเขากลับทรงพลังจนสามารถครองใจแฟนเพลงทั่วโลกได้ด้วยอัลบั้มคุณภาพที่ปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง
ความสามารถในการร้องเพลงของเขานั้นโดดเด่นอย่างไร้ที่ติ ด้วยช่วงเสียงกว้างถึง 35 อ็อกเทฟ ทำให้นิลสสันสามารถถ่ายทอดอารมณ์เพลงได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเพลงเศร้าซึ้งกินใจ เพลงร็อกจังหวะสนุกสนาน หรือเพลงคลาสสิกจากยุคเก่า เขาก็สามารถนำมาตีความและขับร้องใหม่ได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับการยกย่องจากเพื่อนร่วมวงการว่าเป็น “ศิลปินในดวงใจของศิลปินด้วยกันเอง”
นวัตกรรมทางดนตรีและการบุกเบิกเทคนิคโอเวอร์ดับ
นิลสสันไม่ได้มีดีแค่เสียงร้องอันทรงพลัง แต่เขายังเป็นผู้บุกเบิกและทดลองเทคนิคการบันทึกเสียงใหม่ๆ ที่ล้ำสมัยในยุคนั้น โดยเฉพาะการใช้เทคนิคเสียงร้องซ้อนทับ (Vocal Overdub) ซึ่งทำให้เขาสามารถร้องประสานเสียงกับตัวเองในสตูดิโอได้อย่างกลมกลืนและซับซ้อน เทคนิคนี้กลายเป็นลายเซ็นสำคัญที่ทำให้ผลงานของเขามีมิติเสียงที่แตกต่างและเต็มไปด้วยความอลังการ
นอกจากนี้ เขายังมีความกล้าหาญในการนำบทเพลงมาตรฐานอเมริกัน (Great American Songbook) กลับมาตีความใหม่ในอัลบั้ม ‘Aerial Pandemonium Ballet’ และ ‘A Little Touch of Schmilsson in the Night’ รวมถึงการกล้าทดลองผสานกลิ่นอายดนตรีแบบแคริบเบียนเข้ากับเพลงป็อปตะวันตก จนกลายเป็นความแปลกใหม่ที่สะท้อนวิสัยทัศน์ทางดนตรีอันกว้างไกลของเขา
ผลงานระดับชิ้นเอกและมิตรภาพระดับตำนานกับเดอะบีทเทิลส์
จุดสูงสุดในเส้นทางอาชีพของนิลสสันเกิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1970 โดยเฉพาะอัลบั้ม ‘Nilsson Schmilsson‘ ในปี ค.ศ. 1971 ที่ส่งให้เขาโด่งดังเป็นพลุแตก มีเพลงฮิตอมตะอย่าง “Without You” (ซึ่งคัฟเวอร์มาจากวง Badfinger) และ “Coconut” บทเพลงเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างยอดขายถล่มทลาย แต่ยังคว้าใจนักวิจารณ์และคว้ารางวัลแกรมมานีมาครองได้สำเร็จ
ความสามารถของนิลสสันยังไปเตะตาตำนานเพลงร็อกอย่างวง The Beatles โดย จอห์น เลนนอน และ พอล แมตคาร์ทนี่ เคยออกมาประกาศอย่างเปิดเผยว่านิลสสันคือศิลปินคนโปรดของพวกเขา มิตรภาพระหว่างนิลสสันและสมาชิกวงเดอะบีทเทิลส์นำไปสู่การร่วมงานทางดนตรีและการใช้ชีวิตในค่ำคืนอันสุดเหวี่ยง ซึ่งหล่อหลอมให้ผลงานของเขามีความจัดจ้านและเป็นอิสระทางความคิดอย่างแท้จริง
มรดกทางดนตรีที่ยังคงสถิตอยู่
แม้ แฮร์รี่ นิลสสัน จะลาลับโลกไปเมื่อวันที่ 15 มกราคม ค.ศ. 1994 แต่ร่องรอยและอิทธิพลทางดนตรีที่เขาทิ้งไว้ยังคงทรงคุณค่ามาจนถึงปัจจุบัน บทเพลงของเขายังคงถูกนำไปประกอบภาพยนตร์ชื่อดังหลายเรื่อง และถูกนำมาคัฟเวอร์โดยศิลปินรุ่นหลังอยู่เสมอ
นิลสสันคือภาพแทนของศิลปินผู้ซื่อสัตย์ต่อเสียงหัวใจและพรสวรรค์ของตนเอง เขาพิสูจน์ให้เห็นว่าความสำเร็จระดับโลกไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการขึ้นเวดียักษ์เสมอไป หากแต่บทเพลงที่กลั่นกรองมาจากจิตวิญญาณและความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัดต่างหาก ที่จะคงอยู่เป็นอมตะในใจผู้ฟังตลอดกาล
