ข้อมูลศิลปิน

ประเทศที่เกิด : Swansea, Wales
แนวเพลง : Rock music, Power pop
เว็บไซต์ : badfingeruk.com

Badfinger เป็นวงดนตรีร็อกสัญชาติอังกฤษและเวลส์ที่ก่อตั้งขึ้นในเมืองสวอนซีและลอนดอนในช่วงปลายทศวรรษ 1960 วงนี้ถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกดนตรีแนวพאוเวอร์พ็อปและประสบความสำเร็จอย่างสูงในระดับสากล โดยมีความโดดเด่นจากการเป็นศิลปินกลุ่มแรกที่เซ็นสัญญาค่ายเพลง Apple Records ของวงเดอะบีเทิลส์ และมีส่วนร่วมในการบันทึกเสียงผลงานระดับตำนานหลายชุด

ประวัติและการเริ่มต้นอาชีพ

วงดนตรีเริ่มต้นจากกลุ่มนักดนตรีในเมืองสวอนซี ประเทศเวลส์ ภายใต้ชื่อวง The Iveys ในปี 1960 ก่อนจะย้ายมาตั้งถิ่นฐานในกรุงลอนดอนเพื่อแสวงหาโอกาสทางอาชีพ สมาชิกผู้ก่อตั้งประกอบด้วยพีท แฮม มาริโอ ลีโอนาร์โด ซูนีโก รอน กริฟฟิธส์ และไมค์ กิบบินส์ ต่อมาทอม เอแวนส์ ได้เข้าร่วมวงแทนที่ซูนีโกในปี 1967 ในปี 1968 พวกเขาได้รับความสนใจจากมาล เอฟวันส์ ผู้ช่วยของวงเดอะบีเทิลส์ ส่งผลให้พวกเขาได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง Apple Records และในปี 1969 ทางวงได้เปลี่ยนชื่อเป็น Badfinger ตามคำแนะนำของจอห์น เลนนอน ซึ่งตั้งตามชื่อเดโมเพลง Bad Finger Boogie ของพอล แมกคาร์ตนีย์ ในช่วงเวลานี้รอน กริฟฟิธส์ ได้ลาออกไป ทำให้ทอม เอแวนส์ ต้องเปลี่ยนมารับหน้าที่เล่นเบส และโจอี โมแลนด์ ได้เข้ามาเสริมทัพในตำแหน่งมือกีตาร์

การพัฒนาแนวเพลงและผลงานอัลบั้มสำคัญ

Badfinger พัฒนารูปแบบดนตรีร็อกที่มีท่วงทำนองไพเราะผสมผสานกับเสียงกีตาร์ที่ทรงพลัง ซึ่งต่อมากลายเป็นต้นแบบของแนวเพลงพาวเวอร์พ็อป พวกเขาแจ้งเกิดในระดับสากลด้วยซิงเกิล Come and Get It ในปี 1969 ซึ่งประพันธ์และอำนวยการสร้างโดยพอล แมกคาร์ตนีย์ เพลงดังกล่าวประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Magic Christian และสามารถขึ้นถึงอันดับ 7 บนชาร์ต Billboard Hot 100 ในปี 1970 วงได้ออกอัลบั้มชุดแรกภายใต้ชื่อ Badfinger (หรือที่รู้จักในชื่อ Magic Christian Music) ตามด้วยอัลบั้ม No Dice ในปี 1970 ซึ่งมีเพลงฮิตระดับโลกอย่าง No Matter What ผลงานชิ้นเอกของพวกเขาคืออัลบั้ม Straight Up ในปี 1971 อำนวยการสร้างโดยจอร์จ แฮร์ริสัน และท็อดด์ รุนด์เกรน ซึ่งมีเพลง Day After Day และ Baby Blue เป็นเพลงสร้างชื่อเสียง

ความสำเร็จและการเสื่อมถอยของวง

แม้จะประสบความสำเร็จอย่างสูงทางด้านดนตรี แต่ Badfinger ต้องเผชิญกับปัญหาทางกฎหมายและการจัดการทางการเงินครั้งใหญ่หลังจากค่าย Apple Records ปิดตัวลง พวกเขาเซ็นสัญญากับค่าย Warner Bros. Records และออกอัลบั้ม Ass ในปี 1973 ตามด้วยอัลบั้ม Badfinger ในปี 1974 และ Wish You Were Here ในปี 1974 ซึ่งได้รับคำชมจากนักวิจารณ์อย่างมาก อย่างไรก็ตาม ปัญหาความขัดแย้งเรื่องสัญญาและการยักยอกเงินจากผู้จัดการวงอย่างสแตน แคนต์ลอว์ ส่งผลให้เกิดภาวะวิกฤตทางการเงินและความเครียดอย่างรุนแรงในหมู่สมาชิก จนนำไปสู่การเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายของพีท แฮม ในปี 1975 และทอม เอแวนส์ ในปี 1983 แม้จะมีความพยายามในการกลับมารวมตัวใหม่ของสมาชิกที่เหลือในเวลาต่อมา แต่ผลงานในช่วงหลังก็ไม่สามารถเทียบเท่าความสำเร็จในยุคแรกได้

มรดกทางดนตรี

Badfinger ได้รับการยอมรับในฐานะวงดนตรีผู้กำหนดทิศทางของดนตรีพาวเวอร์พ็อปยุคใหม่ ผลงานเพลงของพวกเขาถูกนำไปบันทึกเสียงใหม่โดยศิลปินชื่อดังมากมาย และเพลง Baby Blue ยังถูกนำไปใช้ประกอบฉากจบอันโด่งดังของซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง Breaking Bad ในปี 2013 ส่งผลให้ชื่อเสียงของวงกลับมาเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในกลุ่มคนฟังรุ่นใหม่อีกครั้ง

รูปถ่ายศิลปิน

อัลบั้มเพลง

เนื้อเพลง
ค้นหาเพลง ขอเพลง