ข้อมูลศิลปิน
| วัน เดือน ปีเกิด : | 25/02/1943 (อายุ 58) |
| ประเทศที่เกิด : | Liverpool, England |
| อาชีพ : | Musician, singer-songwriter, music and film producer |
| แนวเพลง : | Rock music, Indian classical music, Pop music |
| เว็บไซต์ : | georgeharrison.com |
โลกดนตรีร็อกแอนด์โรลต้องจารึกชื่อของ จอร์จ แฮร์ริสัน (George Harrison) ไว้ในฐานะมือกีตาร์ผู้เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ และหนึ่งในสมาชิกคนสำคัญของเดอะบีทเทิลส์ (The Beatles) วงดนตรีสัญชาติอังกฤษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล แม้เขาจะถูกขนานนามว่าเป็น “บีทเทิลที่เงียบขรึม” (The Quiet Beatle) แต่เสียงกีตาร์อันเป็นเอกลักษณ์และความลึกซึ้งในบทเพลงของเขากลับก้องกังวานอยู่ในใจแฟนเพลงทั่วโลกข้ามกาลเวลา ไม่เพียงแต่สร้างสรรค์ผลงานดนตรีระดับตำนาน แฮร์ริสันยังเป็นผู้บุกเบิกการนำดนตรีและปรัชญาตะวันออกเข้ามาผสมผสานในดนตรีตะวันตก พร้อมทั้งฝากผลงานอันทรงคุณค่าไว้ในฐานะศิลปินเดี่ยว โปรดิวเซอร์เพลง และผู้สร้างภาพยนตร์ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล
เส้นทางดนตรีกับเดอะบีทเทิลส์และเงาที่ฉายแสง
จอร์จ แฮร์ริสัน เกิดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1943 ก้าวเข้าสู่ทำเนียบตำนานด้วยฝีมือการเล่นกีตาร์ลีดที่เฉียบคม จนได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 21 ของนิตยสารโรลลิงสโตน (Rolling Stone) ในหัวข้อ “100 นักกีตาร์ที่เยี่ยมที่สุดตลอดกาล” แม้ว่าพื้นที่การแต่งเพลงส่วนใหญ่ในอัลบั้มของเดอะบีทเทิลส์จะถูกครองโดยคู่หู เลนนอน-แม็กคาร์ตนีย์ แต่แฮร์ริสันก็พิสูจน์ให้เห็นถึงพรสวรรค์อันโดดเด่น โดยเริ่มแต่งเพลง 1 หรือ 2 เพลงในทุกอัลบั้มตั้งแต่ชุด “Help!” เป็นต้นมา
ผลงานการประพันธ์ของแฮร์ริสันในนามเดอะบีทเทิลส์ล้วนแต่เป็นผลงานชิ้นโบแดงที่ทรงคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นเพลง “Here Comes the Sun”, “Something”, “I Me Mine” และเพลงบลูส์ร็อกบาดลึกอย่าง “While My Guitar Gently Weeps” เพลงเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างมิติใหม่ให้กับวง แต่ยังแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางดนตรีที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วของเขา จนกระทั่งวงยุบลงในปี 1970 แฮร์ริสันจึงได้เวลาปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ในฐานะศิลปินเดี่ยว
ความสำเร็จระดับปรากฏการณ์ในฐานะศิลปินเดี่ยว
หลังการแยกวงของเดอะบีทเทิลส์ แฮร์ริสันระเบิดฟอร์มความ ยอดเยี่ยมด้วยการปล่อยอัลบั้มชุด All Things Must Pass (1970) ซึ่งเป็นทริปเปิลอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จถล่มทลายทั่วโลก อัลบั้มนี้มีเพลงฮิตระดับตำนานอย่าง “My Sweet Lord” และดับเบิลเอ-ไซด์ซิงเกิล “Isn’t It a Pity” ที่ครองใจแฟนเพลงอย่างยาวนาน นอกจากนี้ เขายังคงสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการร่วมแต่งเพลงฮิตให้กับเพื่อนร่วมวงอย่าง ริงโก สตาร์ (Ringo Starr)
ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 แฮร์ริสันได้ร่วมฟอร์มวงซูเปอร์กรุ๊ประดับตำนานที่มีชื่อว่า “แทรเวลลิงวิลบูรีส์” (Traveling Wilburys) ในปี 1988 ร่วมกับศิลปินระดับไอคอนอย่าง บ็อบ ดีแลน (Bob Dylan), ทอม เพตตี (Tom Petty), เจฟฟ์ ลีนน์ (Jeff Lynne) และรอย ออร์บิสัน (Roy Orbison) ซึ่งยิ่งตอกย้ำสถานะความเป็นศิลปินและนักแต่งเพลงผู้ทรงอิทธิพลในวงการดนตรีโฟล์คและร็อก
จิตวิญญาณแห่งอินเดียและการอุทิศตนเพื่อมนุษยชาติ
อีกหนึ่งมิติที่ทำให้จอร์จ แฮร์ริสัน แตกต่างอย่างสิ้นเชิงคือความหลงใหลในวัฒนธรรมอินเดียและศาสนาฮินดู ในช่วงทศวรรษ 1960 เขาได้นำเสียงเครื่องดนตรีพื้นบ้านอย่าง “ซิตาร์” มาผสมผสานในเพลงของเดอะบีทเทิลส์ เช่น เพลง “Norwegian Wood” ซึ่งช่วยขยายขอบเขตและฐานคนฟังของวงให้กว้างขวางยิ่งขึ้น รวมถึงการนำกลุ่มเคลื่อนไหว “ฮเรกฤษณะ” มาสู่ความสนใจของผู้คนในโลกตะวันตก
ความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์สะท้อนผ่าน “Concert for Bangladesh” คอนเสิร์ตการกุศลครั้งประวัติศาสตร์ในปี 1971 ที่เขาร่วมมือกับปรมาจารย์ดนตรีซิตาร์ ระวี ชังการ์ (Ravi Shankar) เพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวบังกลาเทศ นอกจากนี้ แฮร์ริสันยังเป็นสมาชิกเดอะบีทเทิลส์เพียงคนเดียวที่เขียนและตีพิมพ์อัตชีวประวัติของตนเองในชื่อ “I Me Mine” เมื่อปี 1980
นอกเหนือจากเสียงดนตรี: โลกแห่งภาพยนตร์และชีวิตส่วนตัว
ความสามารถรอบตัวของแฮร์ริสันไม่ได้หยุดอยู่แค่เสียงเพลง เขายังเป็นโปรดิวเซอร์เพลงและร่วมก่อตั้งบริษัทผลิตภาพยนตร์อิสระชื่อ “แฮนด์เมดฟิล์มส” (HandMade Films) ฝากผลงานการสร้างภาพยนตร์คุณภาพร่วมกับบุคคลสำคัญหลากหลายวงการ เช่น มาดอนน่า (Madonna) และกลุ่มตลกอัจฉริยะมอนตี้ ไพธอน (Monty Python) รวมถึงการเป็นเพื่อนสนิทกับมือกีตาร์บลูส์ระดับโลกอย่าง อีริก แคลปตัน (Eric Clapton)
ด้านชีวิตส่วนตัว แฮร์ริสันแต่งงานสองครั้ง ครั้งแรกกับนางแบบสาว แพตตี บอยด์ (Pattie Boyd) ในปี 1966 และต่อมาได้แต่งงานกับ โอลิเวีย ทรินิแดด อาเรียส (Olivia Trinidad Arias) เลขาธิการค่ายเพลงในปี 1978 โดยมีพยานรักด้วยกันหนึ่งคนคือ ดานี แฮร์ริสัน (Dhani Harrison) จอร์จ แฮร์ริสัน จากโลกนี้ไปอย่างสงบด้วยโรคมะเร็งในปอดเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 2001 ทิ้งไว้เพียงมรดกทางดนตรีอันล้ำค่าและจิตวิญญาณแห่งความงามที่ยังคงสถิตอยู่ในใจผู้ฟังตลอดกาล
