ข้อมูลศิลปิน

วัน เดือน ปีเกิด : 02/10/1945 (อายุ 81)
ประเทศที่เกิด : New Rochelle, New York, U.S
อาชีพ : Singer, songwriter
แนวเพลง : Folk music, Rock music, Folk rock
เว็บไซต์ : don-mclean.com

โลกของดนตรีโฟล์คและอเมริกันพ็อปไม่ได้มีศิลปินมากมายนักที่จะสามารถสร้างสรรค์บทเพลงให้กลายเป็น “บทกวีแห่งยุคสมัย” ได้ แต่ชื่อของ โดนัลด์ แม็กลีน จูเนียร์ (Donald McLean, Jr.) หรือที่เรารู้จักกันในนาม Don McLean คือหนึ่งในตำนานผู้สร้างรอยแผลเป็นและความงดงามผ่านเสียงเพลง ชายผู้เกิดวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 1945 ที่เมืองนิวโรเชลล์ รัฐนิวยอร์ก คนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่นักร้องเสียงนุ่ม แต่เขาคือ “นักเล่าเรื่อง” ผู้ใช้ปลายปากกาและกีตาร์สะท้อนจิตวิญญาณของอเมริกาและประวัติศาสตร์ศิลปะให้คนรุ่นหลังได้จดจำไปตลอดกาล ผ่านผลงานอันลือลั่นที่ยังคงก้องกังวานมาจนถึงปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นและความหลงใหลในเสียงเพลง

ในวัยเด็ก ดอน แม็กลีน เติบโตมาท่ามกลางปัญหาสุขภาพ โดยเขาต้องเผชิญกับโรคหอบหืดที่ทำให้เขาต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในวัยเด็กอยู่ภายในบ้าน แต่ความเจ็บป่วยก็ไม่ได้ลดทอนความฝันของเขาลง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาหันมาหลงใหลในวิทยุและเสียงดนตรี เสียงเพลงโฟล์คและคันทรีกลายเป็นเพื่อนแก้เหงา

เขาเริ่มฝึกเล่นกีตาร์และศึกษาการแต่งเพลงด้วยตนเองอย่างจริงจัง จนกระทั่งในวัยหนุ่ม เขาได้มีโอกาสก้าวเข้าสู่ถนนสายดนตรีอย่างเต็มตัว โดยเริ่มจากการเป็นศิลปินเปิดหมวกและเล่นตามคาเฟ่เล็กๆ ก่อนจะได้รับการผลักดันจนได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินมืออาชีพ ซึ่งรากฐานดนตรีโฟล์คดั้งเดิมนี้เองที่เป็นเสาหลักในการสร้างสรรค์ผลงานระดับมาสเตอร์พีซในเวลาต่อมา

American Pie บทเพลงแห่งการสูญเสียและยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่าน

ปี ค.ศ. 1971 ถือเป็นปีทองและจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตของดอน แม็กลีน เมื่อเขาปล่อยอัลบั้มชุดที่สองในชื่อเดียวกับเพลงเอกอย่าง “American Pie” เพลงความยาวกว่า 8 นาทีครึ่งเพลงนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมทันทีที่ออกวางจำหน่าย ด้วยเนื้อหาที่ลึกซึ้งและเต็มไปด้วยสัญลักษณ์

แรงบันดาลใจหลักของเพลงนี้มาจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1959 ซึ่งเป็นวันที่วงการเพลงร็อกแอนด์โรลต้องสูญเสียศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ไปพร้อมกันในอุบัติเหตุเครื่องบินตก ได้แก่ บัดดี้ ฮอลลี, ริทชี วาเลนส์ และเดอะ บิ๊ก บูปเปอร์ (ริชาร์ด พี. ไพร์ส) โดยแม็กลีนได้ขนานนามวันนี้ในเนื้อเพลงว่าเป็น “วันที่ดนตรีตาย” (The Day the Music Died) นอกจากนี้ เพลงยังสะท้อนถึงความสูญเสียความไร้เดียงสาของสังคมอเมริกันในช่วงทศวรรษ 1960 อีกด้วย

Vincent จดหมายรักถึงแวนโก๊ะและความงดงามอันเจ็บปวด

นอกจาก “American Pie” แล้ว อีกหนึ่งผลงานขึ้นหิ้งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือเพลง “Vincent” (มักเป็นที่รู้จักในท่อนแรกว่า “Starry, Starry Night”) เพลงโฟล์คซึ้งกินใจที่แต่งขึ้นเพื่อรำลึกถึง ฟินเซนต์ ฟัน โคค (Vincent van Gogh) จิตรกรเอกชาวดัตช์ผู้ล่วงลับ

ดอน แม็กลีน ได้แรงบันดาลใจในการแต่งเพลงนี้หลังจากที่เขาได้อ่านหนังสือชีวประวัติของแวนโก๊ะ และมีความรู้สึกเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับความโดดเดี่ยวและความเจ็บปวดภายในจิตใจของศิลปิน เขาถ่ายทอดภาพเขียนระดับโลกอย่าง “ราตรีประดับดาว” (The Starry Night) ออกมาเป็นบทเพลงที่งดงามราวกับบทกวี สะท้อนความจริงที่ว่าศิลปินผู้ยิ่งใหญ่มักจะไม่ได้รับการยอมรับในขณะที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่

มรดกทางดนตรีที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย

แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านมากว่าครึ่งศตวรรษ แต่มรดกทางดนตรีที่ Don McLean ได้ฝากไว้ยังคงทรงพลังและสร้างแรงบันดาลใจให้กับศิลปินรุ่นใหม่เสมอ ผลงานของเขาไม่ใช่แค่เพลงฮิตติดชาร์ต แต่เป็นบันทึกหน้าสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของมนุษยชาติ

ในปัจจุบัน แม้เขาจะอายุ 80 ปีแล้ว แต่ดอน แม็กลีน ก็ยังคงออกเดินทางทัวร์คอนเสิร์ตและสร้างเสียงเพลงให้แฟนๆ ทั่วโลกได้ฟัง พิสูจน์ให้เห็นว่าบทเพลงของเขานั้นเหนือกาลเวลา และตัวตนของเขาก็คือหนึ่งในศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลของวงการเพลงสากล

รูปถ่ายศิลปิน

อัลบั้มเพลง

เนื้อเพลง
ค้นหาเพลง ขอเพลง