อัปเดตเมื่อ: วันเสาร์ ที่ 22 สิงหาคม 2569
คอลัมน์ Heavy Song of the Week ประจำสัปดาห์นี้พาทุกคนไปทำความรู้จักกับเพลงเมทัล พังก์ และฮาร์ดร็อกที่ดีที่สุดที่คุณต้องฟังทุกวันศุกร์ โดยในสัปดาห์นี้เราขอไฮไลต์ซิงเกิลใหม่ล่าสุดที่มีชื่อว่า Blood Oath จากวง Down
วง Down ถือเป็นวงดนตรีหายากในวงการ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่วงดนตรีวงหนึ่งจะปล่อยอัลบั้มออกมาเฉลี่ยแล้วหนึ่งชุดทุก ๆ เจ็ดปีครึ่ง วงดนตรีที่สามารถทำแบบนั้นได้แถมยังสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ได้นั้นมีน้อยมาก ยกตัวอย่างเช่นวง Tool แล้วคุณต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะนึกชื่อวงที่สองออก การที่ Down กลับมาอีกครั้งหลังจากทิ้งช่วงจากการปล่อยเพลงไปนานกว่าทศวรรษ ผ่านพ้นดราม่าต่าง ๆ และความไม่แน่นอนของสมาชิกแต่ละคน แต่พวกเขาก็ยังคงส่งเพลงที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ Lifer ซิงเกิลแรกเมื่อกว่า 30 ปีก่อนออกมาได้ ถือเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากจริง ๆ
เพลง Blood Oath เป็นเพลงที่ยากจะหาคำมาอธิบายให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจน แน่นอนว่ามีความเป็นวง Black Sabbath อยู่สูง แต่ก็ผสมผสานกลิ่นอายของทั้ง Ozzy Osbourne, Dio และยุค Tony Martin เข้าไว้ด้วยกันทั้งในแง่ของเสียงร้องและดนตรี มันอาศัยอยู่บนดินแดนสลัดจ์เมทัลหม่น ๆ จากนิวออร์ลีนส์ บ้านเกิดของสมาชิกหลายคนรวมถึงนักร้องนำอย่าง Philip Anselmo แต่ก็ยังส่งสัญญาณเชื่อมโยงไปยังวงดนตรีอังกฤษรุ่นใหญ่ในสไตล์เดียวกัน รวมถึงวงดนตรีแนวโปรเกรสซีฟดูมรุ่นใหม่ ๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวงอย่าง Down อีกด้วย
สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่านั้นคือความรู้สึกจดจ่อที่เรามีต่อเพลงนี้ เพราะตัวเพลงมันช่างดึงดูดและสะกดใจผู้ฟังอย่างสมบูรณ์แบบจนยากจะวิเคราะห์ออกมาเป็นคำพูด ผมไม่อยากหยุดความรู้สึกบริสุทธิ์นั้นเพื่อมานั่งคิดอะไรมากมาย มันคือเฮฟวี่ร็อกที่สมบูรณ์แบบ เป็นดูมเมทัลที่ไร้ที่ติ และผมอยากจะจมดิ่งอยู่ในบรรยากาศควันจาง ๆ นี้ไปตลอดกาลโดยไม่ต้องคิดอะไรเลย นั่นคือสัญญาณของผลงานชิ้นเอก และที่น่าทึ่งคือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของพวกเขาเพราะพวกเขาไม่เคยทำอะไรพลาดเลยสักครั้ง
บทเพลงชมเชยพิเศษ
Avrak กับเพลง Unborn
หลังจากผ่านพ้นการทดลองทางดนตรีมาหลายปี คงไม่ใช่เรื่องแปลกหากหลายคนจะคิดว่าสมาชิกของวง Darkthrone อาจจะไม่สนใจเพลงแนวแบล็กเมทัลอีกต่อไปแล้ว ทว่าผลงานทั้งหมดของพวกเขากลับเป็นดั่งสารานุกรมที่สำรวจทุกซอกทุกมุมของดนตรีแนวนี้ ตั้งแต่โปรเกรสซีฟ ดูม แทรช ไปจนถึงเทรดดิชันแนลเมทัลและเดธเมทัล Avrak ซึ่งเป็นโปรเจกต์ข้างทางของ Nocturno Culto ได้เปิดตัวเส้นทางดนตรีด้วยซิงเกิลแบล็กเมทัลที่สมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ มันเต็มไปด้วยบรรยากาศชวนขนลุกและเสียงกลองบลาสต์บีทที่น่ากลัวอย่างแท้จริง มีท่อนริฟฟ์กีตาร์ที่ถอดแบบมาจากเพลง Black Sabbath เพลงไตเติลแทร็กอมตะจากอัลบั้มแรกที่พาโลกดนตรีเมทัลเข้าสู่ด้านมืด เสียงร้องและกีตาร์ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยพลังอันดุร้ายดิบเถื่อน เป็นงานเพลงที่มีภาพจำ มีความเป็นตำนาน และยังคงกลิ่นอายความพังก์ดิบ ๆ เอาไว้ได้เป็นอย่างดี พวกเขารักษามตรฐานความยอดเยี่ยมนี้ไว้ได้อย่างไรกัน
Dreadnought กับเพลง Color of Our Broken Hearts
วง Dreadnought ค่อย ๆ สร้างสรรค์ผลงานเพลงอันยอดเยี่ยมขึ้นมาเงียบ ๆ ด้วยการผสมผสานโครงสร้างเพลงแบบโปรเกรสซีฟเข้ากับดนตรีเมทัลที่มีทั้งความไพเราะ ความดุดัน และความดั้งเดิมอย่างลงตัว เพลง Color of Our Broken Hearts มีบรรยากาศที่น่าหลงใหลอย่างแท้จริง พร้อมพลังสะกดจิตที่เหมาะสำหรับการนั่งคิดทบทวนเรื่องราวหรือการอ่านหนังสือ ราวกับว่ามันไม่ได้ต้องการแค่โอบกอดคุณเหมือนกลุ่มก้อนเมฆเท่านั้น แต่ยังช่วยยกระดับความคิดของคุณให้สูงขึ้นไปอีกด้วย ตัวเพลงสามารถถ่ายทอดความรู้สึกคล้ายกับผลงานในยุคไซเคเดลิกของวง Mastodon ทำให้รู้สึกเหมือนคุณถูกดึงเข้าไปในรูหนอนที่ไร้จุดหมายปลายทาง มองเห็นแสงสีพุ่งผ่านตัวคุณราวกับเส้นด้ายแห่งแสง และพวกเขาสามารถอัดแน่นทุกความรู้สึกนี้ไว้ได้ภายในเวลาเพียงสี่นาทีเท่านั้น
Haywire กับเพลง Interstate Love Affair
ผมเป็นคนชอบฟังเพลงพังก์มาโดยตลอด ผมเติบโตมาในพื้นที่กึ่งกลางระหว่างเมืองริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย และวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งหมายความว่าผมต้องคลุกคลีอยู่ท่ามกลางกระแสเพลงพังก์และฮาร์ดคอร์ไม่ว่าผมจะต้องการมันหรือไม่ก็ตาม ถึงอย่างนั้น ดนตรีเมทัลก็ยังคงรู้สึกเข้ากับจิตวิญญาณของผมมากกว่า จนบางครั้งทำให้เพลงพังก์รู้สึกเหมือนเป็นพี่น้องอันเป็นที่รักมากกว่าจะเป็นตัวตนที่แท้จริงของผมเอง วง Haywire ได้หยิบยกเอาวงพังก์ในดวงใจของผมอย่าง Hüsker Dü มาเป็นแรงบันดาลใจและพุ่งตรงเข้าไปในหัวใจของผมได้อย่างรวดเร็ว เสียงร้องมีความห้าวและแหบพร่า ตะโกนออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจพร้อมกับความดุดันแบบเมทัล ดนตรีถูกบรรเลงด้วยความเร่าร้อนมากกว่าความแม่นยำ และการบันทึกเสียงก็เปิดรับเสียงรบกวนรอบข้าง ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังฟังวงดนตรีเล่นจริง ๆ ไม่ใช่เดโมที่ถูกจัดแต่งด้วยโปรแกรม ยิ่งไปกว่านั้น เพลงนี้ยังมีท่วงทำนองป๊อปที่ติดหูสุด ๆ เหมือนกับดนตรีพังก์ยุค 70s ดั้งเดิม พร้อมด้วยการประสานเสียงร้องในท่อนฮุกที่ไพเราะงดงามจนน่าทึ่ง นี่คือเพลงที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง
ที่มา: Consequence

No comments yet