อัปเดตเมื่อ: วันอังคาร ที่ 8 กันยายน 2569
ย้อนกลับไปตอนที่วง Blink-182 เคยร้องเอาไว้ในเพลงว่า “Work sucks, I know” หรือที่แปลว่า “งานมันห่วย ฉันรู้ดี” ถึงแม้ตอนนี้พวกเขาจะกลายเป็นหนึ่งในวงป็อปพังก์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกจนไม่ต้องมานั่งบ่นเรื่องงานประจำแล้ว แต่เชื่อเถอะว่าทุกคนก็ต้องเคยผ่านช่วงเวลาที่ต้องทำงานสุดน่าเบื่อกันมาทั้งนั้น
แม้แต่ศิลปินคนโปรดของพวกเราก็ต้องเริ่มนับหนึ่งจากจุดนั้นเหมือนกัน หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวของชาวร็อคที่ยอมทำงานที่ตัวเองเกลียดเพื่อเอาเงินไปซื้อเครื่องดนตรีชิ้นใหม่ และพอเก็บเงินได้ปุ๊บก็ลาออกทันที เพราะการทำวงดนตรีมันมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ทั้งค่าเดินทาง ค่าซ่อมรถตู้ซอมซ่อ ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ ที่ตามมาจากการออกไปตระเวนเล่นคอนเสิร์ต
ถึงแม้พวกเขาจะรู้ตัวดีว่าไม่ได้เกิดมาเพื่อใส่สูทนั่งทำงานออฟฟิศไปวัน ๆ แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อผลักดันความฝันของตัวเองให้เป็นจริง ขณะที่บางคนอาจจะเคยวางแผนชีวิตในเส้นทางอาชีพอื่นไว้เลยด้วยซ้ำ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคืออุบัติเหตุในโรงงานที่เกิดขึ้นกับ Tony Iommi ซึ่งเหตุการณ์นั้นส่งผลโดยตรงต่อการสร้างสรรค์สุ้มเสียงที่หนักหน่วงและมืดหม่นอันเป็นเอกลักษณ์ของวง Black Sabbath หรืออย่างตำนานร็อคเกอร์อย่าง Lemmy Kilmister เองก็เคยวนเวียนอยู่ในวงการเพลงมาก่อนที่จะทำวง Motorhead และ Hawkwind โดยเขาเคยทำหน้าที่เป็นโรดี้คอยดูแลเครื่องดนตรีให้กับ Jimi Hendrix มาก่อน
มันเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากเมื่อเราได้ย้อนกลับไปมองจุดเริ่มต้นของเหล่าฮีโร่ในดวงใจ และเปรียบเทียบงานแรกของพวกเขากับจุดที่พวกเขายืนอยู่ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้น ใครที่กำลังรู้สึกท้อแท้หรือเบื่อหน่ายกับงานที่ทำอยู่ตอนนี้ ลองมาดูเรื่องราวของพวกเขากัน เผื่อจะช่วยเติมไฟและสร้างแรงบันดาลใจให้ก้าวต่อไปได้
ที่มา: Loudwire

No comments yet