อัปเดตเมื่อ: วันอังคาร ที่ 22 กันยายน 2569
“Shout out to my mama / Shout out to my bros” เสียงร้องของ Tezzus ในเพลง “ØWay” ดังขึ้นด้วยความรู้สึกอินจัดจนกลายเป็นไวรัลจากท่อนเปิดอันทรงพลังแร็ปเปอร์หนุ่มจากแอตแลนตาผู้เป็นส่วนหนึ่งของไลน์อัพ YSL ยุคใหม่ภายใต้การดูแลของ Young Thug ได้ใช้เพลงนี้ปิดท้ายโปรเจกต์ The Resurrectiøn โดยตัวเพลงเต็มไปด้วยพลังดิบยุคทองของแอตแลนตาในปี 2010 ที่ชวนให้โยกตาม
ในช่วงบ่ายปลายฤดูร้อนเขาได้แท็กทีมกับเพื่อนร่วมแก๊ง YSL อย่าง Diamond* มาเยือนสำนักงาน Rolling Stone ในแมนฮัตตันหลังจากคืนก่อนหน้าพวกเขาเพิ่งขึ้นแสดงในเซ็นทรัลพาร์กในฐานะส่วนหนึ่งของทัวร์ New Generation Tour ของ Young Thug โดย Tezzus เล่าว่าเขาพาเดอะแก๊งมาด้วยกันทั้งหมดเพื่อสร้างครอบครัวของตัวเองขึ้นมา
จุดเริ่มต้นของทั้งคู่เกิดขึ้นเมื่อ Diamond* ขับรถเป็นเวลาชั่วโมงเพื่อมาซื้อกัญชาจาก Tezzus และบังเอิญพกเสื้อผ้ามาขายท้ายรถด้วย บรรยากาศในบ้านตอนนั้นเต็มไปด้วยเพื่อนฝูงที่กำลังเล่นเกมและพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองจนทำให้รู้สึกประทับใจและกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเขาแทบไม่ได้แยกทางกันอีกเลย
แก๊งแร็ปเปอร์จากแอตแลนตานี้เรียกกลุ่มของพวกเขาว่า ØWay คำฮิตติดปากที่ผู้ฟังนำไปใช้กันอย่างแพร่หลายซึ่งปรับใช้ได้ทั้งคำทักทายคำลาหรือแม้แต่การประกาศชัยชนะ Tezzus เผยว่าพวกเขาไม่ได้บังคับแต่เพราะความเจ๋งทำให้ผู้คนทั่วโลกนำคำนี้ไปใช้ต่อด้วยความชื่นชอบ
ผลงานเพลงของพวกเขาเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นหลังจาก Tezzus ส่งผลงานอย่าง Tezzus Khrist และ Tezzy Pendergrass ออกมา ขณะที่ Diamond* ก็มีผลงาน Nø Idøls และเพลงแจ้งเกิดอย่าง “Bada Bing, Bada Bøøm” รวมถึงการร่วมงานกับสตรีมเมอร์ Plaqueboymax ในเพลง “Duality” และมิกซ์เทป UY Scuti Bøyz นอกจากนี้ทั้งคู่ยังคงขยันปล่อยผลงานเดี่ยวของตัวเองออกมาอย่างต่อเนื่อง
การได้เดินทางทัวร์ร่วมกับเพื่อนฝูงถึง 14 คนทำให้ Tezzus มั่นใจว่ามิตรภาพของพวกเขาจะยั่งยืนกว่าใครเพราะผ่านการเติบโตมาด้วยกันจริง ๆ มากกว่าแค่การถูกจับมารวมกันเพื่อทำเพลง
เบื้องหลังเส้นทางสายดนตรี Tezzus เติบโตมาโดยมีพ่อแม่อายุน้อยที่คอยเลี้ยงดูราวกับพี่น้อง หลังเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องออกจากโรงเรียน พ่อได้ถามถึงอนาคตและได้รับคำตอบว่าเขาจะเป็นแร็ปเปอร์ ก่อนที่พ่อจะสนับสนุนด้วยเครื่องเล่นซีดีและแผ่นบีทจนทำให้เขาใช้เวลาทั้งวันในการฝึกเขียนไรห์และศึกษาประวัติศาสตร์
ด้าน Diamond* ที่มีคุณพ่อเป็นกวีก็ได้ลองเดินตามรอยเท้าก่อนจะผันตัวมาเขียนเพลงแร็ปหลังจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
ในวัยเด็ก Tezzus เติบโตมากับเพลงของ Tupac และ Lil Wayne ก่อนจะอินกับศิลปินแอตแลนตาอย่าง Johnny Cinco, Rich Homie Quan และ Young Thug และเมื่อถึงจุดเปลี่ยนในชีวิตพวกเขาก็เลือกที่จะปรับตัวครั้งใหญ่ด้วยการงดใช้คำหยาบและคำต้องห้ามในบทเพลงและชีวิตประจำวันเป็นเวลาสองปีเต็มเพื่อค้นหาพลังและความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง
การร่วมงานกับดีเจระดับตำนานอย่าง DJ Holiday ในโปรเจกต์ของ Diamond* ถือเป็นการทำตามความฝันวัยเด็กที่เคยประทับใจผลงานในอดีต และการได้เฉลิมฉลองความสำเร็จที่คลับ Magic City ก็ทำให้เขาได้ย้อนมองตัวเองจากวันที่เคยเป็นเพียงคนเดินผ่านสู่การยืนหยัดอยู่เคียงข้างพี่น้องที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา
ความสำเร็จเหล่านี้ทำให้ Tezzus รู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณครอบครัวรวมถึงคุณแม่ของเขาอยู่เสมอ ทุกครั้งที่เขาแต่งเพลงถึงแม่และตะโกนคำว่า ØWay ออกไปฐานแฟนคลับก็ยิ่งเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องราวที่สวยงามในเส้นทางดนตรีที่เขารัก
ที่มา: Rolling Stone


No comments yet