อัปเดตเมื่อ: วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน 2569
วงการเพลงเดือดอีกครั้ง หลังจากที่แร็ปเปอร์หนุ่ม Macklemore ออกมาเปิดเผยว่าเขาถูกถอดออกจากรายชื่อศิลปินร่วมทัวร์ U.S. Loop Tour ของ Ed Sheeran เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากการแสดงบนเวทีที่เขามักจะตะโกนคำว่า “Free Palestine” ซ้ำ ๆ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Macklemore ใช้เวลาช่วงเปิดโชว์ที่ MetLife Stadium ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ เรียกร้องให้มีการปลดปล่อยปาเลสไตน์ และต้องการให้เสียงนี้ส่งไปถึงผู้คนในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยืดครอง ส่งผลให้เกิดกระแสต่อต้านและล่ารายชื่อเพื่อกดดันให้เขาหลุดจากทัวร์คอนเสิร์ตนี้
ทางด้าน Messina Touring Group ผู้จัดทัวร์คอนเสิร์ตยืนยันว่า ทางสนามแสดงต่าง ๆ ปฏิเสธที่จะให้ Macklemore ขึ้นแสดงเนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบและทำให้ต้องยกเลิกโชว์ ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับแฟน ๆ จำนวนมาก ต่อมา Macklemore ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของตัวเขาหรือ Ed Sheeran แต่ผู้ที่น่าสงสารที่สุดคือชาวปาเลสไตน์ที่ต้องเผชิญกับสงคราม
หลังจากนั้นไม่นาน เหล่าคนดังในวงการก็ออกมาแสดงความคิดเห็นสนับสนุน Macklemore กันอย่างคับคั่ง โดย Ms. Rachel ยูทูบเบอร์สายการศึกษาเด็กชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า Ed Sheeran พลาดโอกาสที่จะแสดงจุดยืนในการปกป้องศิลปินที่ไม่ควรถูกลงโทษจากการสนับสนุนปาเลสไตน์ และกล่าวเสริมว่าการนิ่งเงียบในระหว่างที่เกิดการกวาดล้างเผ่าพันธุ์ไม่ใช่เรื่องที่เป็นกลาง
ขณะที่วงร็อกอย่าง Garbage ได้แชร์พาดหัวข่าวพร้อมระบุว่าเรื่องนี้เป็นความไร้เหตุผลอย่างสิ้นเชิง พร้อมปกป้องว่าสิ่งที่ Macklemore พูดไม่ได้มีความรุนแรงหรือมีความเกลียดชังแฝงอยู่ และไม่ใช่เรื่องของการเหยียดชาวยิวแต่อย่างใด แต่เป็นการเรียกร้องให้หยุดการกดขี่และความรุนแรงเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีศิลปินกลุ่ม MUNA ที่ออกมาประณามความพยายามในการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดง Kehlani นักร้องอาร์แอนด์บีชื่อดัง ก็ได้เข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจใต้โพสต์ของ Macklemore เช่นกัน โดยระบุว่าเธอคอยสนับสนุนและอยู่เคียงข้างเขาเสมอ
แม้ว่า Macklemore จะมีความเห็นที่ไม่ตรงกันกับเพื่อนสนิทอย่าง Ed Sheeran แต่เขาก็ยืนยันว่ามิตรภาพยาวนาน 13 ปีของทั้งคู่ยังคงเหมือนเดิม และหวังว่าจะได้พูดคุยกันถึงเรื่องนี้ต่อไป ทัวร์คอนเสิร์ตดังกล่าวจะดำเนินต่อไปในเมืองฟิลาเดลเฟียโดยไม่มี Macklemore ร่วมแจม และยังไม่มีท่าทีตอบกลับใด ๆ จาก Ed Sheeran เกี่ยวกับประเด็นร้อนนี้
ที่มา: Billboard




No comments yet